เงาสะท้อนจากหอเก่า
ฝนตกพรำลงมาจนพื้นเปียกชื้น กลิ่นอับของสนามหญ้าผสมกับลมเย็นยามค่ำคืน หอพักชายเก่าแก่ที่ตั้งอยู่หลังสุดของมหาวิทยาลัยดูเงียบงันราวกับไร้ชีวิต แม้จะมีไฟทางสลัว ๆ แต่เงาดำหนาทึบก็เกาะตามซอกมุมอย่างแน่นหนา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พวกมึงว่า…มันจะอยู่ได้จริงเหรอวะเนี่ย” เสียงของปุณพูดเบา ๆ ขณะลากกระเป๋าขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
“กูบอกแล้วว่าห้องใหม่เต็มหมด อย่าเรื่องมาก” ภูผาเอ่ยโดยไม่หันมามอง เขาเดินนำขึ้นไป มือกำราวบันไดแน่นจนข้อนิ้วขาว
กลุ่มนักศึกษาชายสี่คนเดินต่อ ๆ กันอย่างเงียบงันในทางเดินแคบ พวกเขาถูกบังคับให้ย้ายเข้าหอเก่านี้เพราะหอใหม่ซ่อมแซมไม่ทัน ปุณมักเป็นคนวิตกง่าย เขามองซ้ายขวาเหมือนกลัวอะไรบางอย่างจะโผล่ออกมาจากเงามืด
“อย่าคิดมาก ไอ้ปุณ มันก็แค่หอเก่า สุดท้ายก็แค่ห้องกับเตียง” โอมพูดเสียงเรียบ น้ำเสียงดูเย็นชากว่าปกติ
ถึงห้อง 304 ทุกคนต่างวางกระเป๋าดังตุ้บ ฟ้าแลบข้างนอกส่องเข้ามาเป็นจังหวะ ภายในห้องมีเพียงเตียงไม้สองชั้นสองเตียง โต๊ะเขียนหนังสือและหน้าต่างบานเก่าที่ปิดไม่สนิท
“ขนลุกจริง ๆ ว่ะ” ปุณพึมพำ เขารู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้หนากว่าปกติ แม้ไม่มีเสียงอะไร แต่ก็อึดอัดแบบประหลาด
ภูผาหยิบไฟฉายออกมาแล้วส่องตรวจดูห้อง “พรุ่งนี้ค่อยมาทำความสะอาด วันนี้นอนก่อน กูง่วง”
แต่กลางคืนแรกนั้น ไม่มีใครหลับสนิท เงาของกิ่งไม้ที่แกว่งไหวจากลมถูกแสงไฟถนนสะท้อนเข้ามาในห้อง คล้ายมีใครเดินไปมานอกหน้าต่าง ปุณหลับตาแน่น พลิกตัวกอดหมอนข้าง
เสียงบางอย่างดังขึ้นตามทางเดินข้างนอก คล้ายคนเดินช้า ๆ ลากเท้าไปทีละก้าว เสียงนั้นหยุดลงหน้าห้องพวกเขา แล้วเงียบหายไป
“ใครเดินว่ะ…” ปุณกระซิบกับโอมที่นอนเตียงล่าง
“กูไม่ได้ยินอะไร” โอมตอบเบา ๆ แต่แววตาไม่มั่นใจนัก
รุ่งเช้าเสียงนกกระจอกที่เกาะสายไฟปลุกให้ทุกคนตื่น อากาศในห้องยังคงเย็นเฉียบเหมือนเมื่อคืน ไผ่ที่ปกติเป็นคนอารมณ์ดี เงียบผิดปกติ เช้านี้เขาเอาแต่กวาดตามองไปรอบห้อง
“เมื่อคืนกูฝันแปลก…เหมือนมีใครมายืนข้างเตียง” ไผ่เอ่ยเสียงเบา
“อย่าพูดเรื่องฝัน กูไม่อยากฟัง” ปุณรีบขัด
ระหว่างวัน พวกเขาไปเรียนตามปกติ แต่กลับมาหอแต่ละวัน อากาศในทางเดินกลับมืดและเงียบผิดปกติทุกครั้ง ประตูทางเข้าทำเสียงแหลมทุกครั้งที่เปิด ห้องอื่น ๆ เหมือนร้างไร้ผู้คน
เย็นวันหนึ่ง ปุณเดินกลับห้องช้ากว่าคนอื่น เขารู้สึกเหมือนมีสายตาจ้องมองจากปลายทางเดิน ทุกฝีเท้าที่เขาก้าวไป เสียงรองเท้าตนเองดังก้องในความเงียบ เขารีบเดินแล้วหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาดำวูบหายไปตรงมุมบันได
“กูเห็นอะไรบางอย่าง” ปุณบอกเพื่อน ๆ ตอนเข้าห้อง โอมกับไผ่มองสบตากันครู่หนึ่ง ภูผายักไหล่ “มึงคิดไปเอง”
กลางดึกวันนั้น ไผ่ได้ยินเสียงเคาะหน้าต่างเบา ๆ เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ เห็นเงาคล้ายคนยืนอยู่นอกหน้าต่าง ชั้นสามไม่มีทางมีใครขึ้นไปยืนได้ เสียงหายไปอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นมาเปิดผ้าม่านแต่ไม่พบอะไร
รุ่งเช้าไผ่หน้าซีด “เมื่อคืน…กูได้ยินเสียงเหมือนเด็กกระซิบอยู่ข้างหู”
ปุณหน้าเสีย “พวกมึงว่ามันมีอะไรแปลก ๆ จริงไหมวะห้องนี้”
ภูผาทำทีไม่สนใจแต่เขาเองก็นอนไม่ค่อยหลับ ทุกคืนเหมือนมีเสียงกระซิบแผ่วเบา แม้จะฟังไม่ได้ศัพท์แต่ก็ทำให้อึดอัดในอก
โอมเองก็เริ่มฝันซ้ำ ๆ ถึงเด็กผู้ชายในชุดนักเรียนเก่านั่งอยู่ริมหน้าต่าง ท่าทางเศร้าและไม่พูดอะไรเลย
ช่วงเย็นวันหนึ่ง ไผ่ลองเดินสำรวจทางเดินชั้นสามคนเดียว เขาพบประตูห้อง 308 ที่ถูกปิดสนิทและขึ้นฝุ่นหนาแน่นเหมือนไม่มีใครอยู่มานาน เขาเอื้อมมือจะจับลูกบิด ประตูขยับเองอย่างช้า ๆ เสียงลมหายใจแผ่วเบาดังลอดออกมาจากในห้อง
ไผ่ผงะรีบวิ่งกลับมาหาเพื่อน “ในห้อง 308 เหมือนมีคนอยู่ แต่ฝุ่นเยอะมาก ไม่มีทางที่คนจะอยู่ได้”
โอมขมวดคิ้ว “ในห้องนั้นเขาว่ามีคนหายไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มึงไม่เคยฟังเหรอ”
ปุณกลืนน้ำลาย “ใครหายไปวะ”
โอมกระซิบเบา ๆ “เด็กผู้ชายรุ่นก่อน…เข้าอยู่ไม่ถึงเดือนก็หายไป ไม่มีใครหาเจอ”
ภูผาเริ่มทำท่าไม่สบอารมณ์ “เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปถามลุงยามว่ามันเกิดอะไรขึ้นจริง ๆ”
คืนนั้นทุกคนต่างนอนกระสับกระส่าย เสียงเคาะหน้าต่างกับเสียงฝีเท้าในทางเดินชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เงาที่เคยเห็นวูบผ่านเริ่มชัดเจนจนคล้ายคนยืนจ้องพวกเขาในความมืด
เช้าวันถัดมา ภูผาลงไปถามลุงยามเฒ่าที่นั่งเฝ้าป้อมอย่างเงียบงัน
“ลุง ห้อง 308 มีคนอยู่ไหม ทำไมมันปิดไว้”
ลุงยามเงียบไปนานก่อนจะตอบ “ไม่มีใครอยู่มานานแล้ว ใครผ่านมาแถวนั้นตอนกลางคืนก็มักไม่ได้กลับห้องตัวเอง”
ภูผาขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง”
ลุงยามถอนหายใจ “มันมีเด็กคนหนึ่ง…หายตัวไป ไม่มีใครรู้ว่าไปไหน บางคืนคนแถวนั้นได้ยินเสียงร้องไห้ ได้กลิ่นชื้นเหมือนน้ำท่วมพื้น…”
ปุณยืนฟังหน้าซีด “กูไม่เอาแล้วหอเก่านี่”
“แต่มึงไม่มีทางเลือก” โอมพูดเสียงแข็ง “หอใหม่ยังซ่อมไม่เสร็จ เราต้องอยู่ให้ได้”
ไผ่แอบเดินไปชั้นล่างและพบกระดาษเก่า ๆ อยู่ใต้บันได เป็นรายชื่อเด็กหอ สังเกตเห็นชื่อของเด็กผู้ชายที่โอมเล่าไว้ ขีดฆ่าและขีดเส้นใต้ไว้เหมือนตั้งใจให้เด่นออกมา
กลางคืนวันนั้น เสียงผิดปกติรุนแรงขึ้น ประตูห้อง 308 ถูกเคาะถี่ เสียงลมหายใจเหมือนใกล้หูมากขึ้น เงาดำปรากฏขึ้นตรงหน้าทางเดิน ทุกคนในห้อง 304 ได้ยินเสียงกระซิบ “ช่วยด้วย…” ดังแผ่วมาในอากาศ
ปุณร้องไห้สะอื้นเบา ๆ “กูไม่ไหวแล้ว กูจะออกไปคืนนี้เลย”
ภูผาห้าม “อย่า มันอันตราย!” แต่ปุณลุกพรวดออกจากห้องโดยไม่ฟังเสียง
ทางเดินว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟสลัว เงาดำ ๆ เหมือนทอดตัวยาวกว่าปกติ เสียงฝีเท้าของปุณเร่งขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาเดินถึงหน้าห้อง 308 ประตูเปิดเองช้า ๆ เสียงลมหายใจเย็นยะเยือกดังลอดออกมาอีกครั้ง
ปุณหยุดนิ่ง ใจสั่น เขาหันหลังจะวิ่งกลับแต่ประตูกลับดูดดึงสายตาไว้ เงาดำคล้ายรูปร่างเด็กผู้ชายค่อย ๆ ก้าวออกมาจากความมืด
ไผ่ โอม และภูผารีบวิ่งตามออกมา เห็นปุณยืนตัวแข็งอยู่หน้าห้อง 308 สายตาเหม่อมองเข้าไปในห้องเหมือนต้องมนตร์
“ปุณ! กลับมา!” ไผ่ร้องแต่เสียงหายไปในอากาศ หนึ่งในสี่คนยืนตัวแข็งอย่างช่วยไม่ได้
โอมคว้าข้อมือปุณแต่พบว่าผิวกายเย็นเฉียบ ดวงตาปุณเบิกกว้าง น้ำตาไหลช้า ๆ แขนขาแข็งทื่อ
ทันใดนั้น เสียงประตู 308 ปิดลงดังปัง! เงาทั้งหมดในทางเดินเหมือนหดตัวเข้าหาประตูห้องนั้น ภูผาวิ่งไปพยายามเปิดแต่ประตูขยับไม่ได้
เสียงกระซิบแผ่วเบา “พวกเขาทิ้งฉันไว้…” ดังอยู่รอบตัวพวกเขา
ไฟทางเดินดับจนหมด เงามืดเข้ามาปกคลุม ไผ่กับโอมตะโกนเรียกชื่อปุณ แต่ไม่มีเสียงตอบ ภูผาลองพังประตูแต่ก็ไร้ผล
เงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างข้างห้อง 308 ปรากฏภาพเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างปุณ ใบหน้าซีดขาว ดวงตาว่างเปล่า
ในความมืดนั้น ทุกคนเริ่มได้ยินเสียงของตนเองสะท้อนกลับมาเป็นคำพูดที่ไม่ใช่เสียงของตัวเอง “ถ้าเธอทิ้งฉัน…เธอก็จะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน”
ไฟกลับมาอีกครั้ง ประตู 308 เปิดออกเอง ภายในห้องว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของปุณหรือเด็กผู้ชาย ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ
ไผ่ ทรุดตัวลงร้องไห้ โอมยืนนิ่ง ภูผานั่งกุมขมับ ทุกคนรู้ดีว่าต่อให้ย้ายออกไป ความรู้สึกเย็นวาบจากหอเก่าจะตามหลอกหลอนตลอดไป
เช้าวันต่อมา หอพัก 304 เหลือเพียงสามคน โต๊ะของปุณว่างเปล่า เสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบในทางเดินหายไป เหลือเพียงบรรยากาศเงียบสนิทน่าขนลุกที่ติดอยู่ในใจไม่จาง
ไผ่เดินออกไปหน้าหอ พยายามมองหาปุณ แต่พบเพียงเงาสะท้อนในหน้าต่างที่คล้ายกับเพื่อนของเขายืนอยู่ข้างเด็กผู้ชายคนนั้น เงาทั้งหมดในหอเหมือนขยายตัวออกมาชั่วขณะ ก่อนจะหายไปในแสงเช้าจาง ๆ
ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ห้อง 308 อีกเลย