ข้างหลังหอพักเก่า
เสียงฝนตกกระหน่ำลงบนหลังคาสังกะสีเก่าๆ ของหอพักหญิง “หอพัก 3” กลายเป็นจังหวะกับเสียงลมหวิวผ่านช่องระบายอากาศ ณิชาเดินลากกระเป๋าขึ้นบันได คิ้วขมวดเมื่อได้กลิ่นอับและรอยเปียกด่างๆ บนผนัง เธอเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เพราะหอพักเดิมปิดซ่อมฉุกเฉิน ไม่ใช่เพราะเธอเลือก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขอโทษค่ะ ห้อง 217 ไปทางไหนคะ?” ณิชาหันไปถามผู้หญิงในชุดแม่บ้านสูงวัยที่กำลังยืนถูพื้น เธอไม่ตอบในทันที แต่ใช้สายตาหม่นๆ มองณิชา ก่อนจะชี้นิ้วเงียบเชียบไปยังทางเดินมืด
ณิชากลืนน้ำลาย เดินไปตามเสียงฝีเท้าตัวเองที่สะท้อนกับผนังว่างเปล่า ทุกประตูปิดสนิท เงาสะท้อนในกระจกบานยาวหน้าห้องน้ำข้างบันไดทำให้เธอขนลุก เพราะเหมือนมีใครอีกคนยืนอยู่หลังเธอ
เธอสะบัดหน้า หลับตาแน่น พลางหัวเราะกับตัวเองว่าเธอคิดมากเกินไป แล้วใช้การ์ดแตะเข้าห้อง 217
ภายในห้องมีเพียงแสงสลัวจากหน้าต่างเล็กๆ ปะทะกับฝุ่นที่ลอยค้างในอากาศ เตียงเหล็กสองชั้นว่างเปล่าทั้งสองเตียง ณิชาทรุดลงนั่ง โยนกระเป๋าไว้ข้างเตียง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความไลน์จากเพื่อนสนิท “พลอย”
“ย้ายเข้าแล้วเหรอ?”
“ใช่ ห้องโคตรเก่าเลย”
“ระวังนะ เคยมีคนเล่าว่าห้อง 217 มีคนหายตัวไป”
ณิชาอ่านแล้วถอนหายใจ เธอไม่ใช่คนกลัวผีง่ายๆ แต่บรรยากาศหอพักนี้ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ
คืนนั้น เธอนอนพลิกตัวไปมา เสียงบางอย่างแว่วผ่านผนัง—เหมือนเสียงเคาะเบาๆ จังหวะช้าแต่สม่ำเสมอ เธอลุกขึ้นเดินไปที่ประตูแนบหูฟัง ไม่มีอะไร
ณิชานอนหลับไปกับเสียงฝนที่ค่อยๆ หาย เธอฝันถึงทางเดินว่างเปล่าในหอพัก มีเงาบางอย่างไหลผ่านกระจกหน้าห้องน้ำ
เช้าวันต่อมา เธอลงไปด้านล่าง พบผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอ่านหนังสือบนโซฟาเก่า สีหน้าเรียบเฉย “ชื่อแป้ง เพิ่งย้ายมาเหมือนกันเหรอ?”
“ใช่ ห้อง 217”
แป้งเลิกคิ้ว “ห้องนั้นก็ว่างมานานนะ ทั้งๆ ที่หอเต็มหมด”
ณิชารู้สึกเหมือนแป้งอยากพูดอะไรแต่ก็หยุด เธอเปลี่ยนเรื่อง “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรแปลกๆ มั้ย?”
แป้งเหลือบมองขึ้นไปบนเพดาน เหมือนไม่อยากตอบ “มันมีเสียงแบบนี้ประจำแหละ อย่าไปสนใจเลย”
ณิชาไม่แน่ใจว่าแป้งพูดเพราะไม่อยากคุย หรือเพราะกลัวอะไรบางอย่าง
วันต่อมา ณิชาเริ่มสังเกตว่ามีจดหมายวางที่หน้าห้องเธอ—ซองเก่าสีเหลือง ไม่มีชื่อผู้ส่ง เขียนว่า “อย่าเปิดประตูหลังเวลาเที่ยงคืน”
เธอเลิกคิ้ว รู้สึกขำปนหงุดหงิด แต่ก็เอาซองจดหมายโยนทิ้งถังขยะหน้าห้อง
กลางคืนนั้น เธอพยายามอ่านหนังสือ สายตาเหลือบไปเห็นเงาไหวๆ ใต้ประตู เหมือนมีใครเดินผ่านไปมา แต่เมื่อเปิดประตูดู—ทางเดินว่างเปล่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นตอนตีหนึ่ง เธอสะดุ้ง ลุกไปแง้มประตู “ใครคะ?” ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบและกลิ่นอับที่โชยเข้ามา
ณิชาตัดสินใจปิดประตูล็อกแน่น เธอเหลือบมองนาฬิกา 01.17 น. จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับลง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังใกล้เข้ามา แล้วเงาแปลกประหลาดก็เคลื่อนไปทางห้องน้ำ
ณิชาหายใจหอบ รีบหยิบโทรศัพท์โทรหาแป้ง “เธอได้ยินเสียงอะไรมั้ย?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “…อยู่ในห้องใช่มั้ย?”
“ใช่ ฉันได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่นอกห้อง”
“อย่าเปิดประตู ไม่ว่าได้ยินเสียงอะไร” แป้งเสียงสั่น
ณิชากลืนน้ำลาย รู้สึกขนลุกวาบ เธอกอดเข่ารอจนเช้า
รุ่งเช้า เธอพบว่าซองจดหมายที่โยนทิ้งหน้าห้องหายไปแล้ว
วันรุ่งขึ้น มีประกาศจากผู้ดูแลหอพักว่าห้ามนักศึกษาป้วนเปี้ยนแถบหลังหอพัก เนื่องจากมีซ่อมแซมท่อประปา ณิชาและแป้งยืนฟังอยู่ด้วยกัน แป้งกระซิบ “ตรงหลังหอมีอะไรบางอย่าง คนที่เคยอยู่ห้อง 217 หายไปแถวนั้น”
ณิชาเริ่มหวาดระแวง เธอเดินไปด้านหลังหอพักในช่วงบ่าย แสงแดดยามเย็นทำให้เงาต้นไม้ทอดแนวยาว เธอเห็นประตูบานเก่าๆ ที่ถูกล็อกสนิท มีป้าย ‘ห้ามเข้า’ ติดไว้
เธอวางหูลงกับประตู สำรวจรอยขีดข่วนใกล้ลูกบิด เหมือนมีคนพยายามเปิดมันหลายครั้ง เสียงลมหวิวลอดออกมา
คืนนั้น เธอฝันอีกครั้ง คราวนี้ได้ยินเสียงร้องไห้แผ่วเบาแทรกกับฝีเท้าในทางเดิน เธอตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อชุ่มหลัง
เธอพยายามคุยกับแม่บ้าน แต่แม่บ้านเลี่ยงจะตอบคำถาม เพียงเช็ดมือกับผ้าขาวเก่าๆ แล้วเดินหนีไป
พลอย เพื่อนสนิทของณิชามาเยี่ยมในเย็นวันหนึ่ง พลอยเตี้ยและมีบุคลิกพูดตรง “ห้องแกน่ากลัวจริงวะ” พลอยหัวเราะกลบเกลื่อน
ทั้งสองนั่งคุยกันในห้อง พลอยถาม “แกคิดว่าจะอยู่ห้องนี้ไหวเหรอ?”
“ต้องไหวแหละ ไม่มีที่ไปแล้ว” ณิชาตอบอย่างขื่นขม เธอมีปัญหากับบ้าน ไม่อยากกลับไปเจอพ่อที่ชอบใช้ความรุนแรง
พลอยเงียบไป “ถ้าแกกลัว ก็ย้ายมานอนห้องเราก็ได้”
“อยากนะแต่ต้องรอจนหอเดิมเปิด”
คืนนั้น พลอยนอนค้างกับณิชา ทั้งสองได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่หน้าห้องอีกครั้ง พลอยทำหน้าเคร่งขรึม “มัน…เหมือนเสียงเดินลากขา”
ณิชาพยายามฝืนหัวเราะ “อาจเป็นลมก็ได้”
เสียงหยุดตรงหน้าห้อง พลอยกัดปาก “ฉันไม่กล้าเปิดแน่ๆ”
ทั้งสองนิ่งเงียบ จนเสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป
วันต่อมาพลอยกลับหอเดิม ณิชาเดินลงไปข้างล่าง เห็นแป้งนั่งกับชายคนหนึ่ง อายุประมาณสามสิบ ใส่เสื้อช็อปนักศึกษาวิศวะเก่าๆ ท่าทางเงียบขรึม
“นี่พี่ตั้ม เคยอยู่หอ 3 มาก่อน” แป้งแนะนำ
พี่ตั้มมองณิชา “ห้อง 217 เหรอ?”
ณิชารับคำอย่างระแวง “ค่ะ”
“เคยมีคนหายไปจากห้องนั้น สามปีที่แล้ว เป็นผู้หญิง ผมอยู่ปีสาม ได้ยินเสียงเรียกทุกคืน…”
แป้งเหลือบตา “อย่าพูดเลย เดี๋ยวเขากลัว”
ณิชาตัดบท แต่ในใจรู้สึกเย็นวาบ
คืนนั้นเธอได้ยินเสียงเคาะผนังจากห้องข้างๆ เป็นจังหวะเฉพาะ เหมือนรหัสบางอย่าง
ณิชาตัดสินใจเคาะตอบ เสียงหยุดลงทันที เธอแนบหูฟัง ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาตามสายลม “ช่วยด้วย…”
เช้าวันต่อมา ณิชาพบข้อความเขียนด้วยลายมือบนกระจกห้องน้ำว่า “ไม่ใช่ทุกคนจะออกไปได้”
เธอถามแป้ง แป้งหลบตา “บางอย่างควรปล่อยผ่าน อย่าขุดคุ้ย”
แต่ณิชาเริ่มคุมตัวเองไม่อยู่ เธอค้นหาเอกสารเก่าๆ ที่เก็บไว้ในห้องพี่ตั้ม พบภาพถ่ายกลุ่มนักศึกษาหญิงเมื่อสิบปีก่อน และชื่อหนึ่งที่วงไว้ “อร”
เสียงกระซิบดังขึ้นทุกคืน เงาใต้ประตูยาวผิดปกติ ทีละน้อย เธอเริ่มเห็นมือแตะกระจกในห้องน้ำทุกคืน ในเงาสะท้อนมีผู้หญิงผมยาวยืนข้างหลังเธอ
ณิชาพยายามถามแม่บ้าน แม่บ้านเพียงบอกว่า “อย่าไปแหย่” แล้วเดินจากไป
ณิชานอนไม่หลับหลายคืน เริ่มหวาดระแวง ทุกครั้งที่หลับตาจะเห็นเงาผู้หญิงคนนั้น เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรคือความจริง
เธอค้นข้อมูลในอินเทอร์เน็ต พบข่าวเก่าเกี่ยวกับการหายตัวไปของนักศึกษาหญิงชื่ออร ไม่มีใครพบศพ ไม่มีใครรู้สาเหตุ ทุกอย่างจบลงอย่างเงียบงัน
คืนหนึ่งหลังฝนตกหนัก ไฟในหอพักดับทั้งตึก ณิชาได้ยินเสียงคนร้องไห้ดังมาจากหลังหอ เธอหยิบไฟฉาย เดินออกจากห้องอย่างหวาดกลัว
ทางเดินว่างเปล่า เงาเคลื่อนไหวตามจังหวะไฟฉาย เสียงเดินลากขาอยู่ข้างหลัง ณิชาหันกลับไปแต่ไม่เห็นใคร
เธอเดินไปถึงประตูหลังหอพัก ประตูที่ถูกล็อกไว้ เธอได้ยินเสียงกระซิบ “ช่วยฉันด้วย…”
ไฟฉายส่องเห็นรอยขีดชื่อ ‘อร’ และรอยเล็บขูดเต็มประตู ณิชายกมือแตะลูกบิด—มันเย็นเฉียบ เธอพยายามเปิดแต่ล็อกแน่น
ทันใดนั้น แป้งโผล่มาดึงแขนเธอ “อย่าเปิด!”
ณิชาสะดุ้ง “เธอรู้เรื่องทั้งหมดใช่มั้ย?”
แป้งส่ายหน้า น้ำตาคลอ “มันไม่ใช่แค่เรื่องผี อร…เป็นเพื่อนฉันเอง วันนั้นเธอถูกทำร้ายแล้วไม่มีใครช่วย ฉันกลัว…เลยไม่พูด”
เสียงฟ้าร้องดังสนั่น ขณะเดียวกันเสียงเคาะประตูจากข้างในดังขึ้นถี่ขึ้น “ช่วยด้วย…”
ณิชามองหน้าแป้ง น้ำตาไหล “เราจะปล่อยให้เธออยู่ตรงนั้นไม่ได้”
ไฟฉายดับลง เงาในความมืดคล้ายผู้หญิงยืนอยู่หน้าประตู แป้งกรีดร้อง ณิชารวบรวมความกล้า—ใช้แรงทั้งหมดกระชากลูกบิดจนหลุดออกมา
ประตูเปิดออก กลิ่นอับรุนแรงพุ่งเข้าจมูก ข้างในมีเพียงห้องเปล่า แต่เสียงร้องไห้ยังดังก้อง ณิชาเดินเข้าไปในความมืด สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นและความว่างเปล่าที่ยืดขยายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เงาร่างผู้หญิงเดินเข้ามาใกล้ เธอเอื้อมมือไปหา ณิชา เงานั้นแนบใบหน้ากับของณิชา—เย็นจนชา น้ำตาไหล “ขอโทษ…ขอโทษที่ปล่อยเธอไว้ตรงนี้…”
เสียงร้องไห้ค่อยๆ เงียบลง เงานั้นหายไป ณิชายืนอยู่ในความมืดเพียงลำพัง จู่ๆ เธอรู้สึกเหมือนมีมือแตะไหล่จากข้างหลัง
เธอหันกลับไป เจอแป้งยืนร้องไห้ “เราควรบอกความจริงกับทุกคน”
เช้าวันต่อมา ทุกอย่างกลับสู่ปกติ แต่ณิชายังคงเห็นเงาผู้หญิงยืนอยู่ในกระจกห้องน้ำเสมอ เธอไม่รู้ว่าตัวเองหลุดพ้นจากคำสาปแล้วหรือยัง หรือว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของความลับในหอพักเก่าไปแล้ว
เสียงฝีเท้าค่อยๆ ห่างไปในทางเดินว่างเปล่า เงาของผู้หญิงอีกคนยังคงเฝ้ามองอยู่เสมอ—รอใครสักคนจะกล้าหันกลับไปมองข้างหลังหอพักเก่า…