เสียงสะท้อนในหอพักเวียงพราย
เสียงฝนตกเปาะแปะบนหลังคาเก่าของหอพักเวียงพรายแทรกตัวเข้ามาในห้องรับแขกกว้างโล่ง กลิ่นอับชื้นเจือกลิ่นไม้ผุและฝุ่นเก่าคลุ้งในอากาศ เมษา สาวปีสามจากคณะศิลปกรรม เดินลากกระเป๋าพร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาเธอกวาดมองประตูไม้สีน้ำตาลที่ถูกแกะสลักลายดอกไม้ลวงตา รอบตัวเงียบเชียบเกินกว่าหอพักจะมีชีวิต เธอชะงักเมื่อแผ่นป้ายทองเหลืองเหนือโต๊ะประชาสัมพันธ์สลักคำว่า “เวียงพราย 2512” อย่างจางจาง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะเมษ ว่าจะอยู่ที่นี่ต่อ?” เสียงเปิ้ล เพื่อนร่วมห้องหน้าตาละม้ายญาติไกล ๆ ดังขึ้น เธอวางกล่องของบนพื้น หันมาสบตาเมษาที่ดูจะลังเล
“ก็… ม. ใกล้ แถมค่าเช่าถูก ดีแล้วล่ะ” เมษาตอบพลางเลี่ยงสายตา หัวใจเธอเต้นรัวกับความว่างเปล่าของทางเดินยาวสู่ห้องพัก
เปิ้ลถอนหายใจ “ฉันก็แค่รู้สึกแปลก ๆ ที่หอนี้นะ เหมือนมันเงียบ… จนผิดปกติ”
ไฟในโถงกลางกระพริบวูบหนึ่ง เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดแทรกขึ้นมาจากเหนือหัว พวกเธอหยุดเดิน มองหน้ากันโดยไม่พูดอะไร ก่อนเมษาจะดันประตูห้องหมายเลข 204 เข้าไป กลิ่นอับเก่าจู่โจมทันทีที่เปิดประตู
ค่ำคืนนั้น เมษานั่งริมเตียง มองออกไปยังหน้าต่างบานเก่า เสียงฝนข้างนอกดังเบาบาง ทว่าเสียงแว่วในห้องเงียบเกินไป เหมือนอากาศหนาวเย็นในห้องนี้ได้ดูดซับเสียงทุกอย่าง เธอขยับตัวอย่างระวัง เหมือนรับรู้ถึงอะไรบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผยตัว
เปิ้ลนั่งไถโทรศัพท์แต่สายตาเหลือบมองเงาในกระจกเก่าเหนือโต๊ะ “เธอได้ยินไหม…” เปิ้ลกระซิบเบา ๆ
“ได้ยินอะไร” เมษาพูดเสียงสั่นเล็กน้อย
“เหมือนเสียงคนกระซิบ… อยู่ข้างหู แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น”
เมษาหันขวับไปมองกระจก เงาตัวเองกับเปิ้ลสะท้อนกลับมา แต่เงาของทั้งคู่ดูซีดกว่าปกติ สายตาทั้งสองหญิงสบกันในกระจก ต่างไม่กล้าเอ่ยคำใด
เช้าวันถัดมา พวกเธอพบกับปาล์ม เด็กปีหนึ่งที่ย้ายมาใหม่เช่นกัน ปาล์มเอาแต่หลบตา ถามอะไรตอบสั้น ๆ “ผม… นอนหลับยากครับ ห้องมันเย็น ๆ แปลก ๆ” เขากระซิบเบา ๆ
“เมื่อคืนมีคนเดินในทางเดินหรือเปล่า” เมษาถาม ขณะกินข้าวกล่องในห้องรับแขก
เปิ้ลนิ่งไปครู่หนึ่ง “ไม่มีนะ… แต่ฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เหมือนมีคนเดินวนอยู่หน้าห้อง”
ปาล์มหดตัวต่ำลง “ผมก็ได้ยินครับ เสียงฝีเท้าเบา ๆ กับเสียงเหมือน… ลมหายใจ”
ทั้งสามเงียบลง ท่ามกลางแสงแดดหม่นหมองของเช้าวันใหม่ เมษารู้สึกถึงความอึดอัดที่เริ่มแทรกอยู่ในทุกอณูของหอพัก
สายวันนั้น ขณะเดินผ่านทางเดินยาวของชั้นสอง เมษาหยุดชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนก้มหน้าอยู่ริมหน้าต่างสุดทางเดิน ชุดนักศึกษาสีขาวหม่น เธอใจเต้นแรงเข้าไปใกล้ก่อนจะรับรู้ว่า…หญิงสาวคนนั้นหายวับไปเมื่อเธอกะพริบตา
“เมษ เป็นอะไร?” เปิ้ลที่เดินตามมาถามด้วยเสียงแผ่ว
“เมื่อกี้… ฉันเห็นคนยืนอยู่ตรงนี้” เมษาตอบ พยายามกลั้นเสียงสั่น
เปิ้ลมองออกไปนอกหน้าต่าง “ไม่มีใครนี่นา หรือเธอ… เหนื่อยเกินไป?”
เมษาก้มหน้ารับ ไม่แน่ใจในสิ่งที่เพิ่งเจอ
ค่ำดังกล่าว ทั้งสามคนกลับมารวมตัวในห้องเปิ้ล เสียงฝนกลับมาตกหนักอีกครั้ง เปิ้ลถามเสียงเบา “เธอ… มีใครฝันแปลก ๆ มั้ย?”
“ฉันไม่ฝัน แค่… นอนไม่หลับ” เมษาตอบพร้อมหลุบตา
ปาล์มเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ย “ผมได้ยินเสียงกระซิบ… ‘อย่าออกไป’ ซ้ำ ๆ”
เปิ้ลสั่นสะท้าน “เมื่อคืนฉันได้ยินเหมือนกัน… มันเหมือนเสียงผู้หญิงกระซิบติดหู”
เมษาเม้มปากแน่น เธอนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่บ้านพ่อแม่ ที่เธอหลีกหนีมาอยู่ที่นี่เพราะบางอย่างในอดีตที่เธอไม่อยากจดจำ
คืนนั้น เมษาตื่นกลางดึก เสียงกระซิบค่อย ๆ ดังขึ้นข้างหู เธอลุกทันที เหงื่อไหลซึมเต็มแผ่นหลัง เสียงฝีเท้าเบา ๆ เดินผ่านหน้าห้อง เมษาเอื้อมมือไปคว้ามือถือ เปิดไฟฉายแสงส่องออกไปเห็นเงาดำพาดผ่านช่องแสงประตู
เงานั้นหยุดนิ่งอยู่หน้าห้อง ราวกับรับรู้ในความกลัวของเมษา เสียงกระซิบชัดเจน “…อย่า…ออกไป…”
เมษานิ่งแข็ง ไม่กล้าขยับตัว เธอกำโทรศัพท์แน่น จนเช้าจึงกล้าขยับออกมา พบว่าเปิ้ลเองก็ขวัญเสียจนร้องไห้ในห้องข้าง ๆ
วันถัดมา เมษาตัดสินใจเดินหาแม่บ้านของหอพัก “ขอโทษค่ะ หอพักนี้… มีอะไรผิดปกติไหม?”
แม่บ้านวัยกลางคนชะงัก ทำท่าเลี่ยงไม่สบตา “ไม่มีอะไรหรอกหนู หอเก่า… ก็ต้องมีเสียงแปลกบ้าง”
“แต่เมื่อคืนหนูได้ยินเสียง…” เมษาเว้นวรรค
แม่บ้านก้มหน้าพึมพำ “อย่าไปสนใจเสียงนั้น อะไรที่ไม่เห็น…อย่าไปมอง”
เมษาหัวใจวูบวาบ สายตาแม่บ้านหลบหลีกบางอย่างที่มากกว่าคำพูด
วันต่อมา ทางเดินชั้นสองถูกปิดด้วยเทปสีเหลือง ประกาศว่า “ซ่อมแซมพื้น” ปาล์มเดินมาหาเมษากับเปิ้ล “มีคนหายไปเมื่อคืน… เพื่อนห้อง 207 ไม่มีใครเจอ”
“หมายความว่าไง?” เปิ้ลเสียงสั่น
“เมื่อคืนผมได้ยินเสียงคนขอความช่วยเหลือ…จากห้องนั้น”
เมษาตัดสินใจเดินไปหน้าห้อง 207 พบเพียงเงาในกระจกหน้าห้อง ประตูปิดล็อกแน่น เสียงกระซิบดังออกมาแผ่วเบา “…อย่าออกไป…”
คืนนั้นความกดดันปะทุ เมษาฝันถึงหญิงสาวในชุดนักศึกษาขาวยืนอยู่ปลายเตียง เสียงกระซิบ “ช่วยด้วย…ช่วยฉัน…” เมษาตื่นขึ้นมากลางดึก เห็นเปิ้ลยืนตัวสั่นอยู่ริมหน้าต่าง
“เปิ้ล?”
“ฉัน… ฉันเห็นอะไรบางอย่างในกระจก มัน… ไม่ใช่ฉัน”
เมษาเดินเข้าไปใกล้ สบตาเปิ้ลในเงาสะท้อน ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบที่หนักอึ้ง ก่อนเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน
“ใครมา?” ปาล์มถามเสียงเบา
ไม่มีใครกล้าขยับ เสียงกระซิบแผ่วเบา “อย่า… ออก… ไป…”
ทุกคนขังตัวเองในห้องจนเช้า เมื่อออกมาดูพบว่าประตูหน้าห้องมีรอยมือซีด ๆ ประทับเต็มไปหมด
วันต่อมา อากาศในหอพักเย็นเยียบผิดปกติ ผู้คนเริ่มกระซิบถึงข่าวลือ “หอเวียงพราย… คนเคยหายตัวไปหลายคน”
เมษานั่งทบทวนความทรงจำ อดีตของเธอเกี่ยวกับการสูญเสียพี่สาวในช่วงมัธยม พี่สาวที่หายตัวไปจากหอพักนักเรียนแห่งหนึ่งโดยไม่มีใครพบอีกเลย ความรู้สึกผิดและความกลัวเกาะกินทุกคืน
เปิ้ลสารภาพ “ฉันมีความลับ… ฉันเคยได้ยินเสียงแบบนี้ในอดีต ตอนพี่ชายหายไป เขาบอกว่าได้ยินเสียงกระซิบจากกำแพง”
ปาล์มสารภาพเสียงเบา “ผม… แท้จริงแล้วผมเป็นลูกของแม่บ้านหอพักนี้ แม่บอกไม่ให้ผมเข้าใกล้ห้อง 207 เพราะมันมีบางอย่างที่ออกมาไม่ได้”
ในคืนวันอาทิตย์ เสียงกระซิบดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งหอพัก ทุกคนในห้องต่างขังตัวเอง เสียงเคาะประตู เสียงฝีเท้า และเสียงลมหายใจดังใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
ไฟดับตึกทั้งหลัง เงาดำพาดผ่านหน้าต่าง เมษาขยับตัวเข้าไปกอดเปิ้ลกับปาล์มแน่น
“เราต้องออกไป” เมษาตัดสินใจ
เปิ้ลลังเล “แต่… เสียงมันบอกว่าอย่าออกไป!”
ปาล์มตัวสั่น “แม่บอกว่า… ถ้าใครออกไปตอนนี้ จะติดอยู่กับเงานั่นตลอดไป…”
ประตูห้องเริ่มถูกผลักแรงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงกรีดร้องแหลมสูง “ออกไป…ออกไป!”
เมษาตัดสินใจฝ่าออกจากห้อง วิ่งตามทางเดินชั้นสอง เงาดำตามจี้หลัง เสียงกรีดร้องและกระซิบประสานกันอย่างบ้าคลั่ง เธอหันไปเห็นเปิ้ลถูกเงาดำดึงถอยหลังเข้าไปในเงามืด ปาล์มล้มลงกับพื้น
“เปิ้ล!” เมษากรีดร้องแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับ เธอหอบหายใจรีบฉุดปาล์มลุกขึ้น พยายามรีบวิ่งไปยังบันไดหนีไฟ
เมื่อถึงประตูทางออก มือซีด ๆ หลายคู่พยายามยึดรั้งขาเมษาไว้ เธอฝืนแรงทุกอย่างจนประตูเปิดออก แสงจ้าสาดเข้าตา เงาดำสลายเสียงกรีดร้องสะท้อนก้องในหู
เมษากับปาล์มล้มลงหน้าหอพัก ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปราย ทั้งสองหอบหายใจ น้ำตาไหลพราก
แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองตึก เงาดำยังคงจ้องลงมาจากหน้าต่างห้อง 207 เสียงกระซิบสุดท้ายดังขึ้นในหูเมษา “…ความกลัวเธอ ยังอยู่กับที่นี่…”
เมษาก้มหน้าร้องไห้ รู้ดีว่าเธอไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในหอเวียงพราย เงาดำยังคงอยู่กับเธอ…เสมอ