เสียงเงียบในหอพักเก่า
ฟ้าเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ไปตามโถงทางเดินของหอพักหญิงเก่า อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ท้ายมหาวิทยาลัย เหมือนถูกลืมเลือนโดยกาลเวลา ผนังสีขาวหม่นเต็มไปด้วยรอยเปื้อนและตำหนิ จากหลอดไฟเพดานที่สว่างกระพริบ ๆ สลัว ๆ เธอรู้สึกเหมือนโดนจ้องมองจากเงามืดตามซอกตึกและหน้าต่างเก่าๆ ที่ปิดม่านหนาแน่น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงล้อกระเป๋าเสียดสีกับพื้นกระเบื้องดังขึ้นในความเงียบ อาคารนี้ไม่มีใครพูดคุย ฟ้าเดินผ่านเจ้าหน้าที่หญิงในชุดยูนิฟอร์มที่ไม่สบตา เธอก้มหน้ามองสมุดลงทะเบียน ส่งเสียงแหบ ๆ “ห้อง 307 ใช่ไหม?” ฟ้าพยักหน้า หญิงเจ้าหน้าที่ส่งกุญแจมาให้อย่างไม่เต็มใจ
เมื่อฟ้าเปิดประตูห้อง 307 กลิ่นอับชื้นและฝุ่นตลบอบอวล ห้องกว้างกว่าที่คิด แต่ดูว่างเปล่าอย่างผิดปกติ เตียงสองเตียง ผ้าปูสีขาวหม่น ตู้เสื้อผ้าบานเก่า และโต๊ะกระจกที่ขาโยกเยก ฟ้าถอนหายใจ ลากกระเป๋าไปวางข้างเตียง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“แม่ หนูถึงแล้วนะ” เสียงของฟ้าสั่น ๆ เล็กน้อย
เสียงแม่จากปลายสายแผ่วเบา “อดทนหน่อยนะฟ้า อีกแค่ปีเดียวเอง เดี๋ยวก็ได้กลับบ้าน”
ฟ้าหลับตา ฝืนยิ้ม สายตาหลบหลีกเงาสะท้อนตัวเองในกระจก
เย็นนั้น คนในหอแปลกตาเกินจะเข้าหา ทุกคนเดินเร็ว พูดเบาเหมือนไม่อยากได้ยินเสียงตัวเอง เพื่อนร่วมห้องของฟ้าชื่อ “น้ำ” นักศึกษาสาวร่างเล็ก ผิวซีด ดูไม่ค่อยสบตา น้ำพูดน้อยและเก็บตัว เหมือนไม่อยากสุงสิงกับใคร
“ห้องนี้…อยู่คนเดียวได้เหรอ?” น้ำถามเสียงแผ่ว
“ก็…ไม่มีทางเลือกน่ะ” ฟ้าตอบ พยายามยิ้ม
น้ำเงียบไป มองหน้าต่างที่ปิดม่านแน่น “อย่าลืมล็อกประตูห้องน้ำทุกคืน”
“ทำไมล่ะ?”
น้ำมองตาฟ้าแววกลัว “มัน…เคยมีคนนอนแล้วไม่ตื่น”
ฟ้าฝืนหัวเราะ “ล้อกันเล่นใช่มั้ย”
น้ำไม่ตอบ เดินออกจากห้อง ปิดประตูเสียงเบา ฟ้ารู้สึกเหมือนอากาศในห้องหนักขึ้น เธอเดินไปล็อกประตูห้องน้ำโดยไม่รู้ตัว
คืนนั้นฟ้านอนพลิกตัวไปมา รู้สึกเหมือนมีเสียงกระซิบจากปลายเตียง เสียงเบาเกินกว่าจะฟังออก แต่ชัดเจนว่าเป็นเสียงผู้หญิง
ฟ้าเอาหมอนปิดหู หลับตาแน่น ท้องฟ้านอกหน้าต่างมืดทึบ ไม่มีแสงไฟสักดวง
เช้าตรู่ ฟ้าตื่นขึ้นด้วยเสียงเคาะประตูห้องน้ำเบา ๆ เธอหยุดนิ่ง รอฟัง ไม่มีเสียงตอบกลับ ฟ้าเดินไปเปิดประตูห้องน้ำ ทุกอย่างดูปกติ แต่กระจกในห้องน้ำมีไอน้ำเกาะเป็นรูปมือเล็ก ๆ วางเรียงเป็นแถว
น้ำเข้าห้องมาเงียบ ๆ ไม่พูดจา เอาเสื้อผ้าแขวนตากไว้ริมหน้าต่าง
“เมื่อคืน…ได้ยินเสียงอะไรมั้ย?” ฟ้ากระซิบ
น้ำมองนิ่ง “ที่นี่มัน…เงียบเกินไป”
ฟ้ารู้สึกขนลุก เธอมองกระจกห้องน้ำอีกครั้ง รูปมือที่ไอน้ำเริ่มจางลงจนหายไปช้า ๆ
วันที่สอง ฟ้านั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดมหาวิทยาลัย เธอแอบมองกลุ่มนักศึกษาหญิงอีกกลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกันเบา ๆ
“เมื่อคืนได้ยินเสียงอีกแล้ว” สาวคนหนึ่งกระซิบ
อีกคนตอบ “มันคงไปหาห้องใหม่แล้วมั้ง”
ฟ้าขมวดคิ้ว ลุกเดินหนีออกมา เธอเริ่มรู้สึกว่าทุกคนในหอพักพยายามหลบเลี่ยงการพูดถึงบางอย่าง
คืนนั้น น้ำขอปิดไฟนอนเร็ว ฟ้าลุกเข้าห้องน้ำกลางดึก ได้ยินเสียงกุกกักจากหลังประตู
“น้ำ?”
ไม่มีเสียงตอบ ฟ้าเอื้อมเปิดประตูช้า ๆ ไม่มีใครอยู่ในนั้น แต่เสียงกระซิบกลับดังขึ้นในความเงียบ ฟ้าสะดุ้งรีบปิดประตู
เช้าวันต่อมา น้ำดูอิดโรย เธอหลบตาฟ้า
“ฟ้า…เธอเคยฝันว่าตัวเองตื่นขึ้นมา แล้วทุกอย่างเงียบไปหมดไหม?” น้ำถามเสียงแผ่ว
ฟ้าส่ายหน้า “ฉันไม่อยากคิดอะไรแบบนั้น”
น้ำยิ้มจาง “บางที…เราตื่นอยู่ แต่สิ่งที่ควรได้ยินมันไม่อยู่แล้วต่างหาก”
เวลาผ่านไป เหตุการณ์ผิดปกติเพิ่มขึ้น ทุกคืนฟ้าจะได้ยินเสียงกระซิบ เสียงเคาะประตู เสียงฝีเท้าเบา ๆ ในห้องที่ไม่มีใครเดิน พื้นที่ว่างในห้องดูเหมือนจะขยายมากกว่าความเป็นจริง ทุกครั้งที่ฟ้าหันไปมองมุมห้อง เหมือนจะมีเงาบางอย่างขยับเล็กน้อยแล้วหายวับไป
วันหนึ่ง ฟ้าพบสมุดบันทึกเก่าในลิ้นชักโต๊ะกระจก หน้าปกจางซีด มีชื่อ “พิมพ์” เขียนไว้ข้างใน ข้อความส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวประจำวันของนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง แต่หน้าสุดท้ายเขียนว่า “เสียงเงียบ…เรียกฉันกลับบ้าน” ฟ้ารู้สึกเหมือนอากาศในห้องหนักขึ้น
ฟ้าพยายามถามน้ำเกี่ยวกับพิมพ์ แต่น้ำเบี่ยงเบน “เธอควรคืนสมุดนั้นให้เจ้าหน้าที่”
แต่ในคืนวันนั้น ฟ้าตื่นกลางดึกด้วยเสียงร้องไห้แผ่วเบาจากห้องน้ำ เธอเดินไปใกล้ กระจกในห้องน้ำเต็มไปด้วยไอน้ำอีกครั้ง คราวนี้เป็นข้อความว่า “อย่าอยู่คนเดียว”
ฟ้าสั่น หันกลับมา น้ำยืนอยู่กลางห้อง มองเธอด้วยสายตาแปลกประหลาด
“เธอเห็นอะไรในกระจกมั้ย?” ฟ้าถามด้วยเสียงสั่น
น้ำเงียบไปนาน “ฉัน…ไม่กล้ามองมันนานแล้ว”
หลังจากวันนั้น ฟ้าสังเกตเห็นว่าน้ำเริ่มเปลี่ยนไป เธอไม่กินข้าว ไม่พูดคุย ไม่ออกจากห้อง แม้แต่เวลากลางวัน น้ำยังเปิดไฟในห้องตลอดเวลา ฟ้ารู้สึกอึดอัดเหมือนเป็นผู้บุกรุกในชีวิตเพื่อนร่วมห้องตัวเอง
คืนหนึ่ง ฟ้านอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงน้ำสะอื้นแผ่วเบา ฟ้าลุกขึ้นเดินไปนั่งข้าง ๆ น้ำจับมือเพื่อน น้ำสะดุ้งและร้องขอให้ฟ้าปล่อย
“ฉันกลัว…กลัวว่าเสียงพวกนั้นจะพาฉันไป” น้ำพูดพลางสะอื้น ฟ้ายังจับมือแน่น “เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ฉันอยู่ตรงนี้”
น้ำส่ายหน้า “เธอไม่รู้หรอก เสียงเงียบนั่น…มันมาเยี่ยมทีละคน”
ฟ้ารู้สึกเหมือนขนลุกซู่ ริมหน้าต่างกระจกเริ่มมีไอน้ำเกาะเป็นรูปมืออีกครั้ง เธอคิดถึงสมุดบันทึกของพิมพ์ ฟ้าตัดสินใจเดินออกจากห้องแม้จะดึกแล้ว เพื่อไปถามเจ้าหน้าที่หอพักเกี่ยวกับเจ้าของสมุด
เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นมองหน้าฟ้า สีหน้ารำคาญ “ไม่ควรขุดคุ้ยเรื่องคนตาย”
“พิมพ์…เธอตายที่นี่เหรอคะ?” ฟ้าถามเสียงเบา
เจ้าหน้าที่หญิงลังเล แล้วพยักหน้า “เมื่อหลายปีก่อน เธอ…หายตัวไปจากห้อง 307 ไม่มีใครเจอศพ เงียบหาย…เหมือนไม่เคยมีตัวตน”
ฟ้ากลับห้องด้วยหัวใจหนักอึ้ง น้ำถามเสียงเครียด “ถามเขาทำไม?”
“ฉันอยากรู้ความจริง” ฟ้าตอบ
น้ำกัดริมฝีปาก “บางครั้ง…ความจริงก็ไม่ควรรู้”
หลังจากนั้น ทุกคืนดูเหมือนเสียงกระซิบจะชัดเจนขึ้น ทุกครั้งที่ฟ้าพยายามเพิกเฉย เสียงนั้นกลับยิ่งดังขึ้น เธอเริ่มฝันถึงเงาผู้หญิงนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ พอสะดุ้งตื่นก็พบว่ากระจกเต็มไปด้วยไอน้ำและรูปมือ
คืนหนึ่ง ฟ้าตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่าน้ำหายไปจากห้อง ประตูห้องน้ำปิดสนิท ฟ้าเดินเข้าไปช้า ๆ เสียงกระซิบแผ่วเบาดังก้องในหัว เธอเปิดประตูห้องน้ำ เห็นน้ำยืนหันหลังให้กระจก ไอเย็น ๆ ลอยวนรอบตัว น้ำพูดเบา ๆ “มันจะเอาฉันไป…”
ฟ้าเดินเข้าไปใกล้ พยายามดึงน้ำออกมา แต่แขนของน้ำเย็นเฉียบ ร่างของเพื่อนร่วมห้องสั่นเทา น้ำกระซิบ “ถ้ามันเอาฉันไป เธอจะได้ยินเสียงฉันบ้างไหม?”
ฟ้าสั่นศีรษะ “อย่า…อย่าพูดแบบนี้”
น้ำหันกลับมาช้า ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “เสียงเงียบ…มันเอาทุกอย่างไปหมดแล้ว”
ทันใดนั้น ไฟในห้องดับวูบ ความมืดแผ่คลุม เสียงกระซิบแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง ฟ้าหายใจหอบ พยายามลากน้ำออกจากห้องน้ำ แต่เหมือนมีบางอย่างดึงน้ำไว้
ในความมืด ฟ้าเห็นเงาผู้หญิงหนึ่งคนในกระจก เงานั้นค่อย ๆ บิดเบี้ยว มองตรงมาที่เธอ
เสียงของน้ำขาดหายไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจของฟ้า เธอร้องเรียกเพื่อนแต่ไร้เสียงตอบกลับ
เมื่อไฟกลับมา น้ำล้มลงกับพื้น ร่างกายหมดแรง ฟ้ารีบประคองเพื่อนขึ้นเตียง น้ำกระซิบแผ่วเบา “อย่าเชื่อเสียงที่ไม่มีตัวตน…”
หลังจากคืนนั้น น้ำไม่พูดกับฟ้าอีกเลย เธอเอาแต่จ้องหน้าต่างห้องนิ่ง ๆ ฟ้ารู้สึกสิ้นหวัง เธอเริ่มได้ยินเสียงกระซิบแม้เวลากลางวัน ห้องทั้งห้องเหมือนแคบลง เงาดำในมุมห้องขยับเขยื้อนตลอดเวลา
ฟ้าตัดสินใจจะออกจากหอพัก เธอเก็บของ เตรียมเดินออกไปตอนกลางคืน แต่ในตอนที่ก้าวถึงประตู เสียงกระซิบแผ่วเบากลับดังขึ้นจากทุกทิศทาง
“กลับมาสิ…อยู่กับเรา…”
ฟ้ายืนตัวแข็ง หันกลับไปเห็นเงาผู้หญิงนั่งอยู่บนเตียงอีกเตียงหนึ่ง เงานั้นค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ไม่มีใบหน้า มีแต่ความว่างเปล่า ฟ้ารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าสู่ความเงียบอย่างช้า ๆ
เธอกุมหู พร่ำขอให้เสียงหายไป แต่เสียงเงียบนั้นกลับยิ่งดังขึ้นในหัว ฟ้ารู้ว่าหนีไปไหนไม่ได้อีกแล้ว
เช้าวันต่อมา คนในหอพูดกันว่าเด็กหญิงห้อง 307 หายไปอีกคน
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดห้องเข้าไป พบสมุดบันทึกเก่าวางบนโต๊ะ หน้าสุดท้ายเขียนด้วยลายมือใหม่ว่า “เสียงเงียบ…เรียกฉันกลับบ้าน”