ภารกิจลับฉบับแก๊งแกงค์: ไข่เจียวหายในคืนวุ่น
เสียงตะโกนลั่นห้องครัวหอพักชายดังขึ้นในคืนวันศุกร์ “ไข่!! ไข่กูไปไหน!” โย่ง ตัวสูงผอม ผมยุ่งเหมือนถูกฟ้าผ่า เอานิ้วจิ้มตาเหลือกสอดส่องกล่องใส่ไข่ที่กลิ้งโล่งเกลี้ยงบนชั้นวางของส่วนกลาง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใจเย็น ๆ ความดันจะขึ้นป่ะวะโย่ง!” เดช รูปร่างล่ำ ๆ หน้าออกนิ่งแต่แท้จริงคนคิดมากแห่งหอ เดินเข้ามาหยิบถุงขนมตรงตู้เย็นแล้วก็งุนงงเมื่อเจอกล่องไข่ว่างเปล่าเช่นกัน “เมื่อคืนยังเห็นอยู่เลย…”
ติ๊ง เด็กกิจกรรมจอมขี้ลุย เจ้าพ่อไอเดียกวนสวนทางความจริง โผล่มาพร้อมชุดนอนลายหมี “หรือว่ามีมือที่มองไม่เห็น…” ติ๊งยิ้มกว้าง เอาผ้าห่มคลุมหัว ทำเสียงลึกลับ
“พอเลย! นี่ของจะทำอาหารแข่งพรุ่งนี้นะเว้ย!” โย่งทุบโต๊ะ “คนหอห้ามแตะ ล็อกตู้แล้วด้วย!”
ชมพู่ เพื่อนหญิงหนึ่งเดียว แต่มีกำปั้นหนักกว่าคนทั้งหอ เดินมาพร้อมถุงเต้าหู้ “ใครใจกล้าขโมยไข่พวกนี้ กลัวใจจริง” เธอปรายตามองทั้งสามอย่างจับผิด
บรรยากาศตึงเปลี่ยนเป็นถกเถียงกันน้ำลายแตกฟอง แบบไม่มีใครยอมใคร
“หรือแกเป็นคนหยิบไป เฮียโย่ง?” เดชถามขึ้นพลางชี้หน้า แต่โย่งรีบโบกมือปฏิเสธ
“ขอดูในตู้เย็นอีกหน! เผื่อคาดสายตา” ติ๊งว่าแล้วคลำหาทั่วจนข้าวโพดกลิ้งตกพื้น
“ไม่ต้องหาแล้ว มันหายไปจริงๆ!” ชมพู่ประกาศพลางยืนกอดอก น้ำเสียงขรึมอย่างคนไม่ไว้ใจโลก
เสียงแป้นคอมพิวเตอร์ดังเป๊าะแป๊ะจากห้องถัดไป เจ้าของคือถั่ว ติ๊งแอบเห็นผ่านบานประตูแง้มว่าเขากำลังเล่นเกมและมีไข่ต้มใบนึงวางข้างคอม
“พวกแก! มันต้องถั่วแน่ๆ!” ติ๊งกับโย่งวิ่งปรู๊ดเข้าไปถามตามสำเนียงสาวสืบสวน
ถั่วเงยหน้าขึ้น สะดุ้ง “เปล่าต้มไข่เมื่อคืน…ตูซื้อเองนะ ไม่ใช่ของหอ!”
วิกฤติไข่เจียวยังคงชวนช็อค ไม่มีเบาะแสชัดเจน เพื่อนทั้งสี่จึงตั้งโต๊ะประชุมเครียดโดยมีเงื่อนไขว่า หากคืนนี้ยังหาไม่เจอ ทีมจะถูกตัดสิทธิ์แข่งวันรุ่งขึ้นทันที
“ถ้างั้นเราต้องจัดภารกิจสืบสวนรอบหอ!” เดชชี้นิ้วกลางอากาศอย่างมั่นใจ
“จะสืบไงอ่ะ” ชมพู่ถอนหายใจ “คนในนี้เก่งแต่ซ่อนขนมใต้หมอน ไม่ใช่ขโมยไข่นะ”
“ใครสักคนต้องมีเบาะแส หรือหลักฐานหลุดมือบ้างล่ะ!” ติ๊งย้ำพร้อมแลบลิ้นกวนและเดินออกไป
โย่งเริ่มหน้าดุขึ้น “แยกทีมออกลาดตระเวนเลยนะ! ใครเสียบแล้วเจอจะได้สืบเอง”
สี่แก๊งแตกกลุ่มเดินค้นหาตามซอกมุมหอ ทั้งห้องน้ำ ห้องซักผ้า ห้องเก็บจาน บางคนถามเพื่อนร่วมชั้นยันแม่บ้านเช้า กลายเป็นการสอบสวนเรื่องไข่ที่ไม่มีใครเข้าใจตรรกะ
“น้องสะอาดจ๊ะ…เมื่อคืนเห็นไข่กล่องนึงตรงชั้นไหมคะ?” ชมพู่นั่งจุ้มปุ๊กคุยกับแม่บ้าน
“เห็นแค่ฝักบัวที่รั่วนะลูก ไข่ไม่เคยเห็นจะเดินเองได้” คุณสะอาดตอบพลางหัวเราะ
โย่งกับติ๊งโผล่ไปข้างลิฟต์ เห็นกล่องกระดาษเปล่า “หรือจะเป็นร่องรอยลึกลับ…”
ขณะที่ทีมสืบไข่ยังไร้ผล ข่าวไข่หายเริ่มทะลวงถึงกลุ่มเพื่อนสาวอีกหอ ตาลกับเฉาก๊วยแอบมากระซิบ “ได้ข่าวหอผู้ชายหิวจัด แอบขโมยไข่คนอื่นเหรอ?”
โย่งหน้าขึ้นสี “เฮ้ย ไม่ใช่พวกเราซะหน่อย!”
“ถ้างั้น ให้เฉาก๊วยไปช่วยดูไหม เขาเคยเป็นหัวหน้าห้องงานวิทยาศาสตร์สืบหาวัตถุเร้นลับนะ”
“ไม่ดีกว่า เดี๋ยววุ่นใหญ่ เรามีกันพอ” ชมพู่อ้างปฏิเสธ แต่ในใจแอบรู้สึกว่าสถานการณ์แปลกขึ้นทุกที
ติ๊งเดินสำรวจหลังห้องครัว ดันไปเห็นรอยเปื้อนบางอย่าง “ไข่เหลว!”
“หรือมีคนทำแตกแล้วกลัวโดนด่า เลยซ่อนขยะทิ้งข้างหลัง” เดชสังเกตลายมือบนถุงขยะ “ม.ชัยเขียนไว้ด้วยปากกาน้ำเงิน”
แต่เมื่อค้นดูในถุง กลับพบแต่เปลือกไข่จากไข่คนละขนาด
ทุกคนเริ่มโยนข้อสงสัยไปยังแต่ละคน “ติ๊ง! เมื่อวานแกทำเมนูออมเล็ตไม่ใช่เหรอ” โย่งกล่าวหา
“เฮ้ยๆ นั่นไข่คนละกล่อง แถมฉันใช้ไข่เบอร์ศูนย์ อันหอนี่เป็นเบอร์สอง!” ติ๊งตีหน้ายุ่ง
“ใครมันจะเอาไข่เบอร์สองไปทำอาหารจริงจังล่ะ!” ชมพู่พูดประชดเบาๆ
เมื่อสืบไม่คืบ ความตั้งใจจริงเปลี่ยนเป็นการสาดข้อหาแบบหงุดหงิด วนเวียนเดิมๆจนทุกคนเหนื่อย
“พอ! มานั่งนิ่งๆ แล้วคิดกันใหม่ เผื่อไข่ไม่ได้ถูกขโมย แต่มัน… กลิ้งหายไปเอง?” เดชพยายามเบนประเด็นด้วยตรรกะแปลกใหม่
โย่งกลับสวน “แกล้อเล่นเหรอ กว๊าน้ำตกก็ยังไม่กลิ้งไกลเท่าไข่ในกล่องหายนะ!”
ระหว่างที่ทุกคนเริ่มหมดแรง เสียงโทรศัพท์ของชมพู่ดังขึ้น “ใครส่งรูปไข่ในไลน์กลุ่มฟะ?”
ในรูปคือไข่ใบเดิมวางอยู่บนระเบียงพร้อมโน๊ตว่า “บรรลุไข่… จงตามหาสัจจะ”
ห้องเงียบไปชั่วขณะ
“อะไรวะเนี่ย!?” ติ๊งกับโย่งพูดพร้อมกัน
“ใครมันเล่นพิเรนทร์ โยนอีสเตอร์เอ้กใส่ชีวิตช่วงจะสอบแบบนี้” เดชถอนหายใจ
ทุกคนวิ่งออกไประเบียงรวม เจอแต่ลมวูบกับกล่องไข่ว่าง
“แอดมินไลน์กลุ่มใครอ่ะ” ชมพู่ถาม ติ๊งหยิบมือถือขึ้นมา “ฉันสร้างกลุ่ม แต่ไม่ใช่ฉันแน่ๆ!”
“หรือคนข้างล่างปีนขึ้นมาปล่อย?” เดชเสนอ “ก็ปีนี้เพื่อนข้างหอบ่นอยากกินไข่เจียวทุกวัน”
สถานการณ์เริ่มเวิ้งว้างออกทะเล ทุกคนเริ่มรู้สึกเหมือนอยู่ในเรื่องลึกลับ
ติ๊งเสนอให้ทยอยสอบปากคำทีละคนในหอ ไล่ถามทีละชั้น กลายเป็นภารกิจสุดประหลาดในคืนเดียว
แต่ระหว่างสืบ โย่งเริ่มคิดในใจ “หรือในห้องมีใครแค่ลืมซื้อไข่ให้ครบ?”
“ตอนเย็นเธอไปซื้อเองไม่ใช่เหรอชมพู่?” เดชลองถาม
ชมพู่เริ่มเลิ่กลั่กแต่พยายามพูดกลบ “ไม่ใช่ฉันหรอก ฉันซื้อแต่เต้าหู้…แต่…เอ่อ…ฉันแวะไปที่ร้านมิกซ์ด้วย…”
“ร้านมิกซ์ขายไข่เบอร์สอง…” ติ๊งสะกิดทันที ทุกสายตาหันหาชมพู่
“ฉันเห็นไข่วางอยู่หน้าร้านแต่ตอนเดินกลับก็ยังอยู่ที่เดิมนะ!” ชมพู่ยืนยัน แต่สีหน้าเริ่มหวั่นๆ
เดชเข้าไปลากติ๊ง “เราไปดูร้านมิกซ์กัน!”
ทีมแตกกลุ่มไปสืบที่ร้านชำข้างหอขณะที่โย่งนั่งขมวดคิ้วกับชมพู่ในครัว
“ยะ…โย่ง นายว่าถ้าไข่ไม่เจอ เราจะโดนเพื่อนหอไล่ไหม?” ชมพู่พูดเสียงสั่นนิดๆ
“ไม่หรอก เราไม่ได้ขโมย เราแค่…ซวยเฉยๆ” โย่งตอบเสียงอ่อนลง แต่ขำกับโชคชะตาตัวเอง
ที่ร้านชำ เจ๊มิกซ์หัวเราะ “ไข่เบอร์สองที่พวกเธอถามน่ะ มีเด็กปีหนึ่งลืมหยิบไว้เมื่อวาน ฉันก็เอาวางโชว์เฉยๆ ไม่น่าจะเกี่ยวกับหอนะ”
ติ๊งถอนใจ เดชส่ายหน้า “แล้วกลับไปเริ่มใหม่มั้ย เอาไงต่อ?”
โย่งโทรสวน “หาเบอร์ร้านไข่ส่งด่วนมั้ย จะทันแข่งพรุ่งนี้ไหม?”
สีหน้าเดชจืดสนิท “ร้านไหนจะส่งไข่ตอนห้าทุ่ม?”
“ถ้าเราเอาไข่จากตู้เย็นส่วนกลางของชั้นอื่นล่ะ?” ชมพู่เสนอแบบแกมล้อๆ ทุกคนเงียบไปห้าวินาที
ติ๊งดีดนิ้วเป๊าะ “แล้วถ้าเราเอาวัตถุดิบใหม่มาสร้างสูตร ‘ไข่เจียวแฟนตาซี’ โดยไม่มีไข่ล่ะ!”
“ฟังดูพังแต่ก็…ไม่มีทางเลือก…” เดชตัดสินใจขำๆ
ทั้งสี่คนเริ่มวางสูตรใหม่จากทุกสิ่งในครัว—แป้งแพนเค้ก นม เต้าหู้ แครอท ทุกอย่างยัดลงกระทะ
ชมพู่ลองปรุงด้วยความลุ้นระทึก โย่งชิมแล้วทำหน้าตาเลิ่กลั่ก
“นี่มัน…อร่อยแปลกๆ!” ติ๊งหัวเราะเสียงลั่น “ไม่ได้กลิ่นไข่สักนิด”
“น่าจะเรียกว่า ‘แค่เจียว’ มากกว่า” เดชหัวเราะ
แต่เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะ เพื่อนหออีกห้องโผล่มาพร้อมกล่องไข่ “เอ๊า! พวกแกไปวุ่นอะไรกัน ฉันแค่หยิบไข่กล่องเดียวไปแบ่งคนหลานที่มาเยี่ยม แล้วลืมบอกอ่ะ!”
ห้องครัวระเบิดเสียงหัวเราะ ทุกคนพากันส่ายหน้ากับคืนวุ่นวายที่แท้แค่เปลืองพลังงานเพราะเข้าใจผิด
โย่งหยิบไข่กล่องคืนมา แต่ยังชูแฟนตาซี ‘แค่เจียว’ ของชมพู่ให้ทุกคนชิม จบคืนนั้นด้วยเสียงล้อกันว่า “ใครทำไข่หาย ต้องกินแค่เจียวตลอดชีวิต!”
ในที่สุดไข่เจียวก็ได้กลับมาปรากฎตัวบนโต๊ะ และกลายเป็นคำสัญญาว่า จะไม่มีเรื่องเข้าใจผิดเรื่องวัตถุดิบของหออีก…จนกว่าจะถึงคืนหน้า