มหกรรมวุ่นล่ายืมชุดลับ
“เฮ้ยบี! นายเห็นชุดขาวลายช้างของชมรมหายไปมั้ย?” เสียงโอมดังลั่นในตอนเช้าเกือบแปดโมง ณ หน้าตึกคระมนุษยฯ ในขณะที่บีเพิ่งตื่นมาแบบตาเบลอ ผมยุ่ง หน้าเนียนแต่เต็มไปด้วยความกังวล เขาลนลานจัดกระเป๋า พลางหันไปจ้องตาโอม “นี่นายแน่ใจนะ ว่ามันสำคัญขนาดนั้น?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!โอมควักสมุดโน้ตสีดำขึ้นมา “นายจำได้ไหม ปีแล้วตอนชมรมเราแพ้ประกวดวันปฐมนิเทศ พี่ต้นบอกเราว่าถ้าไม่มีชุดขาวลายช้างนั้น ชมรมเราซวยตลอดปี!”
บีพยายามคิดแต่ยิ่งคิดก็เริ่มเครียด เหงื่อซึม ๆ “มันก็ไม่น่าจริงมั้ยวะ…”
โอมทำหน้าแน่วแน่แบบคนมั่นใจแถมพูดเสียงต่ำ “เขาไม่ได้บอกว่านี่เป็นแค่เครื่องแต่งกายนะ แต่นี่คือเครื่องรางนำโชคแห่งชมรม!”
บีนิ่งงัน แต่หูยอมเชื่อทันทีเพราะกลัวซวย โอมเห็นท่าเลยรีบฉวยโอกาส “บี นายต้องไปกับฉัน ไปยืมชุดคืนให้ชมรม ไม่งั้นผีชมรมตามหลอกแน่!”
บีกลืนน้ำลาย ก่อนจะเดินตามโอมไปแบบจำยอม ระหว่างนั้นเขาแว่วเสียงเปียกของฝนตกประปราย — วันหายนะหรือเปล่านี่?
ฉากเปลี่ยนมาในห้องชมรม ทั้งสองคนค้นจนรกเป็นรังหนู เสียงของยุ้ย ประธานชมรมหญิงผู้พูดนุ่มแต่เด็ดขาด ดังมาตามประสาคนเหยียบขวัญ “ถ้าใครทำชุดหาย จะถูกส่งไปเป็นตัวตลกงานเฟรชชี่ปีนี้แน่” ทำให้โอมกับบียิ่งตื่นตระหนกจริงจัง บีกระซิบ “เราต้องตามชุดกลับมาให้ได้ ไม่งั้นเราได้กลายเป็นตัวตลกจริง ๆ!”
ทั้งคู่วางแผนสุดพิลึก: โอมจะไปแอบยืมกุญแจห้องเก็บของจากพี่รหัส (พี่กานต์) ที่ปรึกษาชมรม ส่วนบีจะคอยส่งสัญญาณว่าปลอดภัยหรือไม่ แต่โอมไม่รู้ว่ากุญแจมีถึงสามดอก และพี่กานต์นั้น “เหม่อโคตร” ชอบพูดวกวน ส่วนเรื่องไม่เคยตรงประเด็น
“พี่กานต์ครับ ขอคุยเรื่อง…นกจรจัดหน้าคณะหน่อยสิครับ?” โอมเปิดฉากตามสไตล์คนเนียนทันที พี่กานต์ปรับแว่นอย่างช้า ๆ “ว่าแต่ ถ้านกชอบสีขาวกับลายที่เด่น ชุดขาวลายช้างจะเหมาะไหม?” โอมกับบีมองกันตาปริบ คำใบ้นี้แปลว่าอะไร! แต่โอมพยักหน้าทำเป็นเข้าใจ ทั้งที่บีขมวดคิ้วชัดเจน “พี่พูดถึงชุดจริง ๆ เหรอ เอาหรือ…?”
เมื่อแผนการชักพาให้สงสัย โอมกับบีเลยผิดทางไปขโมยหมวกปริศนาจากห้องเก็บของโดยเข้าใจว่า ‘ชุดขาวลายช้าง’ ถูกเก็บไว้ในนั้น แถมเก็บไปทั้งกล่องระหว่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เหงื่อแตกด้วยความกลัวถูกจับได้
ปัญหาเริ่มมา: กล่องที่ขโมยมาคือของขวัญประกวดของชมรมอื่น! ยุ้ยตามกลิ่นผิด ๆ มาถามกลางห้อง โอมรน “จะบอกดีมั้ยนี่ หรือเล่นบทนิ่งกันแน่?” และบีตอบด้วยเสียงเหงื่อซึม “นิ่ง ๆ ก่อนดีกว่า…เดี๋ยวเรื่องแตก!”
ทั้งสองจึงซ่อนกล่องในห้องน้ำชาย ระหว่างที่ยุ้ยค้นหาทีละห้องอย่างดุเดือด โอมเริ่มหวั่นไหว กระซิบ “นี่เราเป็นอาชญากรมือสมัครเล่นหรือเปล่าวะ”
บีลนลานหาทางซ่อนกล่องต่อ ย้อนเดินสวนกับครูฝ่ายปกครองที่ชอบพูดจาติดพิงปรัชญา “ใครถือกล่องใบนี้คนนั้นอาจแบกรับชะตากรรมของทั้งคณะ” โอมทำท่าใส่หน้ากากนักแสดงแบบขำ ๆ คลายเครียดก่อนจะหลบออกทางหลังตึกสำเร็จจนได้
แต่ปัญหาใหม่โผล่เมื่อสองคนเจอ พี่รหัสตัวจริงขนชุดขาวลายช้างตัวใหม่มาให้ยุ้ยต่อหน้าทุกคน พร้อมรอยยิ้มงง ๆ “เอ้า ใครเอาชุดฉันไปล่ะ?” โอมกับบีมองหน้ากันเหวอทันที เข้าใจผิดกันทั้งแก๊ง!
จังหวะสาย ฝนหยุด และกล่องยังอยู่ในห้องน้ำ ทั้งคู่ต้องหาทางเอากล่องไปคืนชมรมที่ถูกขโมยผิดเป้าหมาย แต่งานนี้ยุ้ยเรียกประชุมด่วน ทุกคนมองสองหนุ่มด้วยสายตาหวาดระแวง
ในวงประชุม บีพูดตะกุกตะกัก “ผะ…ผมก็แค่พยายามช่วย ไม่มีเจตนาให้บานปลาย” โอมสวน “จริงครับพี่ยุ้ย เรื่องมันแค่เข้าใจผิด!” แต่ยุ้ยตอบด้วยมาดสงบ“มันเป็นเรื่องดีนะที่นายทั้งคู่พยายามเพื่อชมรม…แต่ครั้งหน้าขอดูหมวกก่อนเอาอะไรก็ช่วยเช็คก่อนจะดีมาก” ทั้งห้องฮือฮา ทุกคนหัวเราะกับเรื่องซ้อนซับที่เพิ่งผ่านไป
ทั้งบีและโอมเรียนรู้ว่า ความมั่นใจเกินเหตุและการคิดมากผิดทิศ ไม่ได้ช่วยให้ปัญหาหมดไป สุดท้ายต้องกล้ายอมรับผิด กล้าเผชิญหน้าความจริง โอมเอื้อมมือไปตบบ่าบี “คราวหน้าเราอ่านป้ายก่อนค่อยขโมยอะไรดีมั้ยวะ?” บีหัวเราะ “ขอให้ไม่มีครั้งหน้าก็พอ!”
หลังเหตุการณ์ สนุกสนานนี้ โอมกับบีสนิทกันมากขึ้น เสียงหัวเราะและแซวกันกระจายไปทั่วชมรม และทั้งสองไม่ลืมสัญญา—ไม่คิดมากเกินเหตุ ไม่มั่นใจเกินจำเป็น และที่แน่ ๆ ทุกอย่างต้องเช็คให้ชัวร์ — ก่อนจะหัวเราะปิดท้ายกลายเป็นเรื่องขำประจำปีในมหาลัยไม่มีใครลืม