รัตติกาลใต้ผิวน้ำ
เรือไม้แคบ ๆ ลอยอยู่กลางผืนน้ำกว้างที่หมอกขาวกระจายโรยตัวลงมา เงาสะท้อนของอัยลา บนผิวน้ำแตกกระจายทุกคราที่ไม้พายจุ่มลง ผมหญิงสาวพันกันบนใบหน้า เธอกำลังหนี—แต่ไม่รู้ว่าหนีจากอะไร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงไม้พายกระทบกับตอไม้เก่าใต้ผิวน้ำ เสียงกริ๊กนั้นดังก้องในห้วงว่างเหน็บหนาว สองมือของอัยลาสั่นน้อย ๆ เธอมองไปยังแผ่นน้ำล้วน หัวใจเต้นระรัวเหมือนจะระเบิดออกมาทุกขณะ
เรือผ่านม่านหมอก ถึงหมู่บ้านกลางน้ำซึ่งมีบ้านไม้ยกสูงคล้ายเกาะลอยอยู่ ท่ามกลางความเงียบราวไม่มีชีวิต เธอฟังเสียงหายใจตัวเองชัดเจน
ฝั่งนั้น ชายหนุ่มตาบอดชื่อวิลล์ เดินเหยียบแผ่นไม้ที่เชื่อมบ้านแต่ละหลังเข้าหากัน เขาสะพายกระเป๋าผ้าสีเขียว ตาหรี่ ตึบตับทุกก้าวเป็นจังหวะ วิลล์หยุดกลางสะพานไม้ สูดกลิ่นหมอกอย่างล้ำลึกเหมือนกำลังสำรวจด้วยประสาทสัมผัสอื่นที่ไม่ใช่ดวงตา
อัยลาก้าวขึ้นบ้านพักที่จัดไว้ มีป้าชวนแม่บ้านท่าทางใจดีมาต้อนรับ “มาอยู่ใหม่ใช่ไหมจ๊ะ นี่บ้านสาม เงียบที่สุดถ้าไม่กลัวเงา” ป้ายิ้มแหย ๆ สังเกตท่าทางอัยลา ความกระวนกระวายใจหญิงสาวไม่อาจปกปิด
ค่ำวันนั้น อัยลานั่งที่ท่าน้ำ ขาแกว่งผ่านผืนน้ำ กลิ่นเย็นเฉอะแฉะโชยมา เธอมองเงาของตนเองขยับไหว ใต้ผิวน้ำนั้น มีอะไรบางอย่างเคลื่อนตัวอยู่ช้า ๆ เหมือนเชื้อเชิญ เหมือนจะตะโกนให้เธอลงไป
เสียงไม้กระทบกันเป็นจังหวะที่ต่อเรือด้านหลัง วิลล์เดินมากับไม้เท้าท่อนสั้น “คิดถึงบ้านหรือเปล่า?” เสียงของเขานุ่ม มีบางสิ่งที่เหมือนเข้าใจโดยไม่ต้องเห็น
“บ้าน?” อัยลาพึมพำ “ฉันไม่มีบ้าน…ไม่อีกแล้ว”
วิลล์เงียบ เหมือนรับฟัง หญิงสาวมองเขาอยู่นาน “ตาบอดตั้งแต่เกิดรึเปล่า”
เขาหัวเราะเบา ๆ “เปล่า มันเลือกเอาไป ตอนที่ผมตัดสินใจลืม”
รอยยิ้มเศร้าพาดผ่านริมฝีปากเธอ “ฉันคงเข้าใจ ว่าการอยากลืมมันรู้สึกยังไง”
หมู่บ้านกลางน้ำในเวลาค่ำเงียบราวกับโลกอีกใบ ที่นี่พวกคนมีรอยยิ้มและรอยแผลบนใจไม่แพ้กัน อัยลาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแหวกน้ำเบา ๆ มีเด็กชายผิวคล้ำกระโดดลงน้ำ ทิ้งเสียงหัวเราะที่ฟังดูห่างไกล
“เราไม่ควรเล่นน้ำกลางคืน” วิลล์ว่า เสียงเข้มแฝงความหวาดหวั่น
“แล้วถ้าฉันตกลงไปล่ะ?”
เขายกพระหัตถ์จับไหล่เธอ “อย่าปล่อยให้น้ำเอาตัวเราไป ไม่ว่ามันจะเรียกแรงแค่ไหน”
คืนนั้นอัยลาฝันร้าย ผิวน้ำเปลี่ยนเป็นฝาพื้นกระจกซึ่งสะท้อนภาพหญิงสาวคนละคน เธอตะโกนขอให้เงาบนน้ำหยุดล่อลวง แต่เสียงสะท้อนนั้นกลับหัวเราะเยาะ พร้อมเสียงของเด็กหญิงที่หายไปในอดีต
ยามเช้า อัยลาพบกับวิลล์ที่ปลายสะพาน เธอเลี่ยงตา หากแต่ชายหนุ่มเอียงหน้ารับลมดังเคย “ทุกวันมีอะไรให้เริ่มต้นใหม่เสมอ คุณกลัวอะไรที่นี่?”
“กลัวตัวเอง” อัยลายิ้มนิด ๆ “กลัวอดีต แก้ไม่ได้”
“คนเรามีสิทธิ์เปลี่ยน” วิลล์สูดหายใจลึก “ขอแค่กล้าสู้”
เวลาผ่านไป อัยลาค่อย ๆ คุ้นกับเสียงน้ำ กลิ่นปลา กลิ่นหญ้า และการพูดคุยกับชาวบ้าน แม่บ้านหัวเราะคิกคักเมื่ออัยลาทำกับข้าวไหม้ มีเด็ก ๆ ยืนดูเธอไม่ไกล—แนวระแวงในสายตา
วิลล์พาอัยลาไปสอนฟังเสียงปลา สัมผัสแรงคลื่นด้วยมือ “น้ำมีชีวิต เตือนเราได้ถ้าเรารู้จักฟัง”
“คุณเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ หรือแค่หาทางอยู่ออกไปให้พ้นอดีต” อัยลาตั้งคำถามในช่องเสียง
“ทั้งสองอย่าง” ดวงหน้าวิิลล์มีร่องรอยน้ำตา “ที่นี่เคยเป็นที่ลี้ภัยของผม แต่วันหนึ่งผมนึกกลัวแม้แต่เสียงหัวใจตนเอง”
ตกค่ำ ทั้งสองนั่งเงียบใต้แสงตะเกียง อัยลาค่อยเอ่ยปากเล่าเรื่องของน้องสาวที่เคยเลี้ยง แล้วหลุดมือเพราะจะออกไปเล่นน้ำกลางคืน ทั้งที่เคยสัญญาจะเฝ้าดูแล วิลล์จึงเข้าใจแววตาหนักอึ้งนั้น
“คุณจะให้อภัยตัวเองไหม”
อัยลาส่ายหน้า น้ำตาคลอ “ฉันไม่สมควร”
“แต่บางทีสิ่งอยู่ใต้ผิวน้ำนั่น ไม่ใช่อสูร มันคือตัวคุณเอง”
คืนหนึ่ง อัยลาได้ยินเสียงเด็กหัวเราะดังลั่นกลางหมอก เธอลุกขึ้นเรือพายเล็ก พาตัวเองลอยออกกลางน้ำ ถูกบางอย่างเรียกหา ผิวน้ำสะท้อนแสงจันทร์เป็นใบหน้าของน้องสาว เธอวางมือแตะลงเบา ๆ
ทันทีนั้น คลื่นใต้น้ำแรงมหาศาลกระชากเรือขาดจากกัน เธอดิ้นรนจมหาย เห็นเงาหญิงสาวในน้ำ รอยยิ้มเยาะเย้ย น้ำสาดเข้าในปาก ท้องฟ้าหายไป
มือหนึ่งคว้าแขนเธอ วิลล์ตะโกนอย่างสิ้นหวัง “อย่าปล่อยให้มันเอาไป!” เขาดึงเธอสุดแรง จมูกเธอเต็มไปด้วยน้ำตาและน้ำเย็นเฉียบ
ทั้งสองกลิ้งตัวบนสะพานไม้ อัยลาหอบหายใจ วิลล์กุมแขนเธอแน่น “ฉันเคยสูญเสียใครคนหนึ่งเหมือนกัน”
“ใคร?”
“พ่อ…เขาจมน้ำ ผมสาบานว่าจะยกชีวิตแลกถ้าช่วยกลับมาได้ มันไม่มีวันหวนกลับหรอก ผมเลยไม่กล้ามองเห็นอะไรอีก”
อัยลากอดตัวเอง น้ำตาเต็มขอบตา “ฉันยอมให้มันล่อลวงทุกคืน เพราะกลัวสิ่งที่ต้องจำ”
ความลับของใต้ผิวน้ำถูกเปิดเผยเมื่อวิลล์พาอัยลาไปยังศาลเจ้าเล็กกลางเกาะไม้ ผ้าที่ผูกไว้ลู่ลมอย่างแผ่วเบา “เล่าวิญญาณที่ติดอยู่ในน้ำ เค้าต้องการแค่การให้อภัย…”
“แล้วจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไรในเมื่อหนี้นั้นไม่มีวันใช้หมด”
เสียงผิวน้ำเบา ๆ ดังขึ้น วิลล์ยื่นมีดเล่มหนึ่งมา “จารึกชื่อเธอ ร้องขอการให้อภัยให้เสียงลอยสู่น้ำ”
อัยลาสั่น เธอเขียนชื่อน้องสาวลงบนท่อนไม้ วางลงน้ำ เสียงสะอื้นแทรกไปกับสายลม
ฟากฟ้าทอง สีรุ้งเกิดในหมอกขาว ทันตานั้นเด็กชายหลายคนวิ่งกรูกันเข้าหาอัยลา ส่งดอกไม้ให้ “ขอโทษนะพี่ เราคิดถึงเธอ” เสียงเด็กกลุ่มนั้นดังเข้าหูหญิงสาวอย่างสั่นคลอน
คืนสุดท้ายก่อนหมอกจางลง อัยลาเดินออกมายืนริมท่าน้ำ ยิ้มบางอย่างที่ไม่เคยทำ “ฉันยังกลัวอยู่นะ…”
วิลล์พยักหน้า ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม “แต่วันนี้คุณเลือกจะอยู่ ไม่หนีต่อไป”
เสียงใต้น้ำเงียบลง หญิงสาวมองผืนน้ำอย่างอ่อนโยน น้ำในตาเปล่งประกาย หัวใจเบาเหมือนปลดบ่วงลงได้ อดีตยังไม่จากไป แต่บัดนี้มันไม่ใช่ปีศาจอีกต่อไป
อัยลายืนข้างวิลล์ มือทั้งสองประสานแน่น ต่างรู้ฤดูรัตติกาลใต้ผิวน้ำได้ผ่านพ้นแล้ว ทั้งสองกลับบ้านไม้กลางน้ำ พร้อมเสียงหัวเราะของชุมชนลอยอยู่ในลมเย็นวันใหม่