หิมะในสรวงฟ้า
เสียงหิมะที่กระทบกับหลังคาหมู่บ้านเบาๆ ดังลอดเข้ามาในห้องนอนของ ไรนา เด็กสาววัยสิบห้า นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดูเงียบเชียบกว่าปกติ แม่ของเธอลุกขึ้นใส่เสื้อกันหนาว ยื่นมือไปเปิดหน้าต่างอย่างแผ่วเบา ลมหิมะเย็นเฉียบพัดเข้ามาเต็มใบหน้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ไรนาขยับตัว เอียงหูฟังเสียงพ่อไอแห้งๆ จากห้องข้างๆ แม้เสียงนั้นจะเบาและห่างไปตามมุมบ้านไร่นั้นก็ยังจับใจดี เธอถามเสียงแผ่ว “พ่อยังไม่ดีขึ้นเลยเหรอ?” แม่เงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดเบา “ยัง…แต่เราจะไม่เป็นไร เดี๋ยวจะชงชารากไม้ให้ ลูกไปเอาสมุดงานที่โรงเรียนก่อนดีไหม?”
ไรนาเหลือบดูหน้าต่าง ไม่อยากออกไป เธอยังจำแววตาของอาจารย์ถูกคาดหวังกับตำแหน่งหัวหน้าห้องได้ดี เธอเกลียดสายตาแบบนั้น
บนถนนที่ปูด้วยหิมะ คนในหมู่บ้านนี้เดินคุยกันเบาๆ ทุกวันคล้ายสวรรค์อันเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสียงซุบซิบ ทุกบ้านมีหลังคาแบบเดียวกัน สีเดียวกัน เหมือนถูกวาดบนกระดาษสีขาว ไรนาเดินหน้าก้มต่ำ เสื้อคลุมยาวแทบลากพื้น รองเท้าข้างหนึ่งหลวม หิมะติดตามรองเท้าเข้าไปจนเปียกชื้น
เมื่อเธอเข้าสู่ห้องเรียน เพื่อนในห้องเงียบกริบ ทุกสายตามองมาที่เธอ วิลเด็กชายหัวขบถหน้าหยิก ถามเสียงขวาง “มาสายอีกแล้ว?” ไรนาตอบสั้น “ฝนตก…เอ้ยหิมะเยอะ” มีเสียงหัวเราะคิกในห้อง
แสงอาทิตย์ผ่านหน้าต่างห้องเรียน ทำให้ไรนารู้สึกเหมือนอยู่ในห้องที่กำลังถูกเฝ้าสอดแนม เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเมื่อคืนฝันร้ายอีกแล้ว ฝันเห็นเงาดำใต้เมฆขาว หิมะหยุดตก แล้วทุกอย่างก็หล่นร่วงลงข้างล่างเหมือนบ้านจะเอนล้ม
หลังเลิกเรียน ไรนาเดินกลับบ้าน ระหว่างทางหิมะตกแรงขึ้นอย่างผิดปกติ ท่ามกลางแมกไม้ที่ห่อหุ้มหมู่บ้านในเมฆ เธอได้ยินเสียงกระพือปีกผ่านเงาเมฆ มันทำให้เธอหยุดเดิน เพ่งมองอย่างลังเล ก่อนจะกลั้นใจวิ่งกลับบ้าน
บรรยากาศตอนเย็นเงียบงัน พ่อของไรนานอนซมหน้าซีด แม่ลูบหน้าผากอย่างอ่อนโยน พ่อฝืนยิ้มให้ไรนา “วันนี้ลูกไปเรียนเป็นยังไง” ไรนาลอบมองพิณไม้เก่าของพ่อ “ก็โอเค…” เรียบง่ายแต่ซ่อนความกังวลไว้ในใจ
คืนนั้น ทุกอย่างนิ่งสงัดกว่าทุกวัน หิมะหยุดตก ทั่วหมู่บ้านไม่มีใครออกมาทำงานเช้า หัวหน้าหมู่บ้านเรียกประชุมลับ บ้านเรือนแคบๆ เบียดเสียดกันภายใต้โดมหิมะ ไรนาแอบไปฟังเหตุการณ์ “ท่านสกายพ่อหมู่บ้านหายตัวไป” ผู้ใหญ่ประกาศ เสียงประหลาดใจลอยเต็มห้อง
“หรือเกี่ยวกับเมฆโกลาหลนั่น?” “ทุกปีต้องมีเด็กสักคนฝันเห็นเงาเมฆดำ” “หิมะหยุดตก…มันเป็นลางหรือเปล่า?”
ไรนาจับใจความได้ว่าหิมะกับความสงบสุขในหมู่บ้านเกี่ยวพันกัน เธอเริ่มระแวงลางร้ายที่เห็นในฝัน กลัวว่าสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้นกับพ่อแม่ จึงตัดสินใจออกสืบหาเบาะแสของสกาย แม่สังเกตเห็น “ไรนา…จะไปไหนดึกๆแบบนี้?” ไรนาเบือนสายตาหลบ สัมผัสมือแม่เบาๆ “แค่เดินเล่น…เดี๋ยวก็กลับ”
วิลซึ่งเป็นเพื่อนบ้านแอบเดินตามไรนาออกมา วิลเซ่อซ่าแต่ซ่อนความหวังดีไว้ลึกๆ ทันทีที่เดินพ้นเขตหมู่บ้าน วิลสะกิด “รู้ใช่มั้ย พวกผู้ใหญ่เค้าตามเธออยู่” ไรนาชะงัก ก่อนจะบีบเสียง “เธอกลัวอะไร” วิลมองตาเธอแล้วพูดแผ่ว “กลัวต้องอยู่ตรงนี้โดยไม่รู้ว่าทุกอย่างจะเปลี่ยน”
ทั้งสองคนเดินต่อไปในป่าหิมะริมขอบหมู่บ้าน เสียงลมแรงและกิ่งไม้ดังโกรกๆ คล้ายมีใครซ่อนอยู่ในเงาไซด์เมฆ เสียงปีกกระพือดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไรนากลั้นหายใจ ก่อนตัดสินใจตามเสียงนั้นไป
เส้นทางแคบวกวน ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไป ระหว่างเงามืดของต้นไม้ หิมะค่อยๆ เปลี่ยนสีจากขาวกลายเป็นเทา เมฆขมุกขมัวลอยต่ำ วิลสะดุดขาเกือบล้ม ไรนารีบพยุง ลมหายใจของทั้งสองปนกับไอน้ำ เหงื่อเย็นไหลซึมหลังคอ
จู่ๆ พวกเขาเจอเงาชายสูงลิบลับยืนอยู่ลึกเข้าไปในทุ่งเมฆ วิลกระซิบ “ใช่สกายหรือเปล่า” ไรนาจับข้อมือวิลแน่นแล้วย่อตัว พวกเขาพยายามเข้าไปใกล้ เสียงหิมะตกเบาลงจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง
ชายคนนั้นหันมาช้าๆ หน้าตาอิดโรยคล้ายถูกบางสิ่งดูดพลังไป “หนีไปเถอะ…มันจะไม่จบแค่นี้” เขาพึมพำเสียงเบา ก่อนที่พื้นหิมะใต้เท้าจะทรุดตัว ทุกอย่างดูเหมือนจะร่วงลงสู่ความว่างเปล่า ทันใดนั้นเสียงประกาศของหมู่บ้านก็ดังขึ้นทั่วหมอก “ใครออกไปนอกเขตหมู่บ้าน รีบกลับเข้ามาเดี๋ยวนี้!”
ไรนากับวิลกลัวจนขยับไม่ทัน ระหว่างที่พื้นหิมะยวบตัวทั้งสองต้องช่วยกันพยุงเพื่อไม่ให้ตก สุดท้ายพวกเขารีบวิ่งกลับบ้าน วิลเหนื่อยหอบแต่พยายามไม่แสดงความกลัวออกมา “เห็นมั้ย มันอันตราย เธอควรอยู่ในหมู่บ้านมากกว่า” ไรนาไม่พูดอะไร เพียงแต่รู้สึกสงสัยยิ่งขึ้น
ในคืนที่สอง ฝันร้ายของไรนากลับมาเยี่ยมเยือน คราวนี้เธอเห็นนกเมฆสีดำขนาดยักษ์โฉบผ่านหมู่บ้าน ก้อนเมฆแตกกระจายคล้ายจะพังทลาย เธอสะดุ้งตื่น กอดหมอนแน่น นั่งนิ่งในความมืด คำถามวนในใจว่าความสงบในหมู่บ้านมีราคาที่ไม่ใครกล้าสัมผัส
เช้าวันต่อมา หมู่บ้านยังไม่มีวี่แววหิมะตก ทุกคนเงียบขรึมเหมือนรู้สึกว่าชีวิตแขวนอยู่ในอากาศ หัวหน้าหมู่บ้านใหม่พูดเสียงเข้มในที่ประชุมใหญ่ “ใครที่ฝันร้ายเมื่อคืน ต้องมารายงานตัว” ไม่มีใครกล้าเปิดเผย ไรนามองหน้าแม่ ทั้งสองต่างนิ่งท่ามกลางสายตาคนนับสิบ
กลุ่มเด็กชายเด็กหญิงเริ่มซุบซิบถึงคำสาปโบราณที่เคยได้ยินจากรุ่นยาย บ้างบอกว่าสิ่งที่ฝันเห็นคือผู้เฝ้าหมอก บ้างว่ามันเป็นเพียงเงาของคนที่เดินจากไป ไรนาพยายามถามแม่ แม่บ่ายเบี่ยง “ไม่ต้องไปคิดให้มาก มันไม่มีอะไรทั้งนั้น” แต่แววตาแม่ส่อความปิดบังบางอย่าง
ไรนาตัดสินใจขึ้นไปยังหอคอยสูงสุดของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นเขตห้ามเข้า เชือกดึงกันแดดบางๆ ทอดผ่านเพดานหอคอย เมื่อผลักประตูเข้าไป เธอพบกับสมุดบันทึกเล่มเก่าปกเปื้อนฝุ่น อยู่ข้างกล่องไม้สลัก เธอเปิดอ่าน เห็นข้อความที่จารึกถึง “วันที่หิมะหยุดตก หมู่บ้านต้องเลือกครึ่งหนึ่งให้หายไปกับเมฆ”
เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา วิลปรากฏตัวเข้ามาช่วยดึงสมุดก่อนที่ผู้ดูแลจะเห็น วิลถามเสียงกระซิบ “ตกลง เธอจะเชื่อตำนานนี่เหรอ” ไรนาสั่นศีรษะ “ฉันแค่กลัว…กลัวทุกอย่างจะเปลี่ยนเพราะฉัน” ทั้งสองนั่งพิงกำแพงเงียบไปสักพัก
เสียงถกเถียงในหมู่บ้านดังขึ้นเรื่อย ๆ จากข่าวลือที่แพร่ผ่านเด็ก ๆ ไปสู่ผู้ใหญ่ ไรนาเริ่มสงสัยในอดีตของพ่อ แม่ยอมรับความจริงอย่างลังเล “พ่อของลูกเป็นผู้รอดชีวิตจากการเลือกเมื่อปีนั้น …เราเสียเพื่อนบ้านไปครึ่งหนึ่งเพราะเหตุการณ์นี้”
ไรนายิ้มโศก “พ่อเราเลยป่วยเพราะความรู้สึกผิดใช่มั้ย?” แม่พูดยาวด้วยน้ำตาคลอ “ไม่มีใครอยากเลือกลูก ทุกคนต่างกลัว”
ไรนาเกิดแนวคิดว่าอาจมีทางลบล้างคำสาป หลังพบบทบันทึกที่ว่า “ถ้าคนหนึ่งยอมเสนอตัวร่วมกับนกเงา ความสมดุลจะกลับคืนมาโดยไม่มีใครต้องสังเวยอีก”
คราวนี้ไรนา กับวิลตัดสินใจเผชิญหน้ากับ “นกเงา” ในฝัน เธอเล่าแผนให้แม่ฟัง แม่ลูบแก้มพูดเบา “ลูกไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างนะ” ไรนายังคงยืนยัน “แต่ถ้าไม่ลองก็จะเสียพ่อไปอีกคน”
คืนนั้น สองเพื่อนรักเดินออกนอกหมู่บ้านท่ามกลางสายหมอก ในที่สุดเจอนกเงาโฉบลงตรงหน้า เสียงปีกหนักอึ้ง “เจ้าคือผู้ถูกเลือก?” ไรนาสั่นเทาแต่ยืนหยัด “ถ้าฉันยอมไปกับเจ้า ทุกคนจะปลอดภัยไหม”
เสียงเงางึมงำของนก “ไม่มีสิ่งใดฟรีในโลกหมอก” วิลกัดฟัน “ถ้ามันต้องมีคนเสียสละขอให้เป็นฉันแทนไรนา” เสียงนกดังขึ้นสูง “ความกลัวเท่านั้นที่พันธนาการชีวิตเจ้า”
ก่อนจะถูกกลืนหายไป ไรนาตัดสินใจเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวในใจ เธอก้าวไปข้างหน้า เอื้อมจับขนนกยักษ์ เสียงหิมะโปรยแรกเริ่มตกลงจากฟ้า เบาและบริสุทธิ์
สายลมสีขาวโหมกระพือ บ้านเรือนกลับมาสงบ พ่อฟื้นขึ้นแต่ดวงตาสะท้อนรอยแผลในอดีต ไรนาโผกอดครอบครัว ทั้งน้ำตาปะปนกับรอยยิ้ม หิมะตกลงมาอีกครั้งแต่วันนี้แปลกไป บ้านไม่เหมือนเดิมอีก ทว่าไรนารู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้น กล้าหาญและหวังต่อวันข้างหน้า—ในดินแดนเหนือเมฆที่หิมะขาวไม่เคยหลอมละลาย