สมาคมลูกหนี้ 500 ชั้นวุ่น
เสียงแจ้งเตือนกลุ่มไลน์หอพักดังจนกรแทบจะโยนโทรศัพท์ทิ้ง นี่มันวันหยุดเสาร์เช้านะ ใครมันจะสร้างเรื่องตอนเจ็ดโมงกว่า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บุ๊คลุกขึ้นนั่ง คว้าแว่นตาหนาเตอะแล้วมองหน้ากร “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” เสียงงัวเงียผสมหงุดหงิด “ไลน์มาอะไรวะเนี่ย”
กรขยี้ตา อ้าปากแล้วอ่านกลุ่ม “ขอแจ้งเตือน… ห้องใดยังไม่จ่ายค่าหอ 500 บาท กรุณาจ่ายก่อนเที่ยง มิฉะนั้นจะงดน้ำ” อ่านจบบุ๊คก็สะดุ้งลุกพรวด “เฮ้ย! แล้วใครยังไม่จ่ายล่ะ”
กรยิ้มอย่างมั่นอกมั่นใจ “ชิล นั่นคงไม่ใช่พวกเราหรอกน่า” แล้วก็ล้วงหาใบเสร็จ พอเจอแต่เหรียญกบก็ชักหน้าตึง
บุ๊คมองเพื่อน “กร…นายจ่ายหรือยังวะ”
กรหน้าเริ่มถอดสี มือขยี้กางเกงนักศึกษาจนยับ “เอ่อ… กำลังจะจ่าย เหลือแค่ 500 เอง เดี๋ยวออกไปกด ATM”
บุ๊คถอนใจ “แล้วเงินล่ะ” กรเงียบ แล้วทั้งคู่ก็หันมามองกล่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกับถุงขนมบนโต๊ะที่ว่างเปล่า
เสียงประตูเคาะดังกึกก้อง “แก๊งห้อง 204 เป็นไงบ้าง มีใครยังไม่จ่ายค่าหอบ้างเปล่า!” เสียง’เฟิร์ส’รุ่นพี่ชั้น 5 ข้างห้องโผล่หน้าเข้ามา
กรรีบยิ้มแห้งๆ “ไม่มีครับ ใกล้แล้วๆ”
เฟิร์สหัวเราะ “รู้ไหม ตรงเธอจะโดนงดน้ำนะ”
บุ๊คกระซิบ “ทำไงดีวะ จะโดนงดน้ำ กลัวร้อนจะเป็นลม”
กรขมวดคิ้ว “ง่ายน่า หาเงิน 500 เอง ชิว!”
ทันใดนั้น ‘โบ๊ท’ เพื่อนสายกิจกรรมก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมลังของแถมจากร้านน้ำ
“เอาน้ำไหมดื่มฟรี ผมได้ของแถมมาเยอะเลย ตั้งใจเอามาแบ่ง”
กรตาวาว “ขอสามขวด… เดี๋ยว! โบ๊ท เรามีแผนหาเงินมั้ย ขอแรงหน่อย”
โบ๊ทสบตากรแล้วพยักหน้า “เอาดิ จะปลอมเป็นพี่มะลิ ขายของออนไลน์ปะ”
บุ๊คเบ้ปาก “ใครจะซื้อเหวอ… อย่าเลย ขายอะไรดีๆ หน่อย”
ทันทีที่ทุกคนพร้อมใจคิด กรตัดสินใจจัดประชุมสายฟ้าแลบ “ตั้งสมาคมหาเงิน 500!”
ห้อง 204 เปลี่ยนเป็นห้องวางแผนกลางอย่างว่องไว โบ๊ทใช้กระดานไวท์บอร์ดในห้องวาดแผน “เราขายขนมมั้ย เอาขนมในตู้บุ๊คออกไปขาย”
บุ๊คโวยวาย “นั่นขนมฉัน มันหมดอายุหมดแล้ว!”
กรขบคิด “ไม่ได้เอาขนมบุ๊ค ขายอะไรดีที่ไม่ต้องลงทุน”
โบ๊ทดีดนิ้ว “บริการล้างแอร์ บอกว่าช่างแอร์มือสมัครเล่น”
กรรีบสวน “แล้วใครจะล้างเป็น”
ทุกคนเงียบ… บุ๊คถอนใจ “เอาแบบไม่ต้องใช้ทุน ไม่มีฝีมือ ต้องคิดแบบคนหัวร้อน! เอ้า ใครหัวร้อนสุดในนี้”
เงียบอีกครั้ง โบ๊ทกับกรหันไปมองบุ๊ค
โบ๊ทฉีกยิ้ม “งั้นเราขายบริการด่าแทน! จ่าย 20 บาท รับคำด่าตามใจลูกค้า!”
กรหัวเราะ “เดี๋ยวสิ ใครจะจ่ายเงินให้โดนด่า”
บรรยากาศเริ่มโกลาหล เฟิร์สหัวเราะขึ้นมา “ทำไมไม่ตั้งตู้หมุนจับฉลากล่ะ ใครได้รางวัลเอาเงินไปเลย!”
บุ๊คขมวดคิ้ว “ก็ต้องมีเงินก่อนดิพี่”
กิจกรรมแรกจริงจังเริ่มต้น กรโทรหาพี่รหัสหวังหยิบยืม แต่ปลายสายปฏิเสธเสียงแข็งแล้วปิดเครื่องหนี โบ๊ทเสนอให้ลองขอสินเชื่อมหา’ลัย ผลคือได้แต่เอกสารสมัครกู้ นั่งกรอกจนเมื่อยทั้งแก๊ง
เวลาใกล้เที่ยง กรท้องร้อง บุ๊ควางแผนต้มบะหมี่แต่พบน้ำหาย เพิ่งรู้ว่าถังน้ำหอหมดพอดีและต้องจ่ายเงินก่อนจึงจะเติมใหม่ แผนการดื่มน้ำฟรีของโบ๊ทกลายเป็นปัญหา กรอยากยืมตังค์โบ๊ท โบ๊ทขำแล้วพูดเสียงเบา “ฉันเองก็มีอยู่ร้อยเดียว ซื้อขนมหมดไปละ”
กรโทรหามิตรสหาย อ้อนขอยืมเงินผ่านไลน์กลุ่มเพื่อน ทุกคนงดตอบโดยพร้อมเพรียงเนื่องจากกลัวเป็นเหยื่อรอบต่อไปของหนี้หอ
บุ๊คตาเป็นประกาย “หรือเราจะจับสลากกันดี เอาผู้โชคร้ายไปขอยืมเงินพี่หอโดยอ้างว่าเป็นคดีฉุกเฉิน”
โบ๊ทตาโต “โคตรขี้โกง ใช่… แต่ก็เข้าท่าดีนะ”
กรตัดสินใจจับสลาก ออกมาเป็นโบ๊ทอย่างสมบูรณ์แบบ โบ๊ทถอนใจยาว “ชั้นนี่มันโชคดีจริงๆ”
ระหว่างประตูห้องเปิดเพื่อเดินไปชั้นล่าง ดันเจอสาวข้างห้อง ‘แพร’ เพิ่งอาบน้ำเปียกมา โบ๊ทตกใจทัก “ไปอาบน้ำห้องใครอะ”
แพรหัวเราะ “ขอคนอื่นใช่มั้ยล่ะ ห้องแพรน้ำหมด คนเต็มห้องน้ำรวม”
โบ๊ทหลุดปาก “งี้ถ้าเราชนะว่ายน้ำคัดเลือกคณะวันนี้ จะได้เงินรางวัลไปโปะค่าหอมั้ย”
กรหูผึ่ง “จริงด้วย! มีแข่งว่ายน้ำตอนบ่าย มีเงินรางวัลไง!”
บุ๊ครีบถาม “แต่ใครว่ายน้ำเป็น”
ทุกคนเงียบ กรรม! ไม่มีใครในกลุ่มว่ายน้ำเกินระดับลอยคอ… กรโพล่ง “ไม่เป็นไร เราส่งตัวแทน! ให้โบ๊ทลุย นายน่าจะรอดนะ”
โบ๊ทยิ้มอย่างมั่นใจ “เชื่อมือฉันสิ ถ้าขึ้นฝั่งเร็วกว่าน้ำท่วมวันก่อนแน่นอน”
ช่วงบ่าย ทุกคนไปรวมกันที่สระว่ายน้ำคณะ กรเป็นโค้ชพิเศษ บุ๊คถือผ้าเช็ดตัวเตรียมเชียร์ แต่มือไม้สั่น เปิดขนมขบเคี้ยวกินจนน้ำลายแห้ง โบ๊ทก้าวลงสระอย่างหนักแน่น แต่พอว่ายน้ำ 3 เมตร กลายเป็นว่าลอยอยู่สุดขอบ รับมือกับความบ้าของตัวเองและเสียงเชียร์ป่วนๆเพื่อนร่วมคณะ
แพรโผล่มา “ให้ฉันแข่งแทนมั้ย ฉันว่ายน้ำได้”
กรลังเลแต่ยอมเปลี่ยนแผน ส่งแพรลงแข่งแทน โบ๊ทยอมส่งต่อด้วยความภูมิใจแต่ก็แซว “อย่าให้ตกน้ำกลางสระล่ะ”
แพรลอยไปถึงเส้นชัยอย่างเฉือนเฉียด…แต่เงินรางวัลเป็นคูปองร้านเครื่องเขียน 500 บาท ไม่ใช่เงินสด ทุกคนถึงกับทรุด
บุ๊คหัวเราะ “จะเอาคูปองไปจ่ายค่าหอได้มั้ยเนี่ย”
กรหน้าเครียด “ลองเอาไปแลกมาดู เผื่อพี่หอใจดีรับของแลกเงิน”
พากันกลับห้อง โบ๊ทลองโทรหาเพื่อนที่ร้านเครื่องเขียน ขอแลกคูปองกับเงินสด แต่เพื่อนเงียบเป็นเป่าสาก สุดท้ายจึงตัดสินใจจัดประมูลคูปองในไลน์กลุ่มหอพัก ข้อความขึ้นเงียบปริศนา 5 นาที ก่อนที่เฟิร์สจะโผล่มา “อ้าว ไหนว่าห้องนี้ไม่ขาดเงินค่าหอไง…”
กรเครียดหนัก “นั่นดิ ใครใช้ชื่อ ‘สมาคมลูกหนี้ 500’ ลงประกาศขายคูปอง!”
โบ๊ทหัวเราะ เขียนรายละเอียดหลักๆ ‘กลุ่มเรามีความเดือดร้อน เราต้องการจ่ายค่าหอ’ บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากสนุกกลายเป็นความลังเล
เฟิร์สเดินมาหา กอดอกยืนรอล้อกร เสียงแซวมาเป็นระยะ “ได้เงินยัง ห้องนี้เป็นดาวเด่นเลยนะ”
กรถอนหายใจกลั้นอารมณ์ไม่ทัน “หรือเรารวมเหรียญล่ะ พวกนายเหลือเหรียญกบหรือเหรียญสิบมั้ย”
บุ๊ครวมเหรียญทั้งห้องได้ 87 บาท กรวางลงกลางโต๊ะ โบ๊ทเติมให้อีก 20 บาท จากนั้นโทรหาครอบครัวตัวเอง หวังได้เงินเพิ่ม แต่คุณแม่ห้องกรแค่แนะนำให้แบบประหยัดขึ้นอีกนะ แล้ววางสายแบบขำๆ
บุ๊คพลิกแผ่นทำเป็นเลือกข้อดีของการไม่มีน้ำใช้ “เฮ้ย! เราจะได้ประหยัดน้ำ บอกพี่หอไปเลยว่าเรากำลังเข้าร่วมโครงการรักษ์โลก”
โบ๊ทเสริม “แต่เดี๋ยวก็ต้องไปอาบน้ำบ้านเพื่อนอยู่ดี”
ขณะวางแผนกันตามประสา สาวข้างห้องอีกคน ‘เนย’ ทักในแชท “จ่ายยัง ถ้ายืมก็ยินดีนะ แต่ขอค่าดอก 10%”
กรหน้าชา “ดอกแบบนี้ไปกู้ธนาคารยังดีกว่า…”
โบ๊ทกังวล “ทำไมค่าหอ 500 เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องใหญ่แบบนี้ได้วะ”
ห้องเงียบชั่วคราว ทุกคนต่างนิ่งคิด… กรตัดสินใจประกาศขอยืมในกลุ่มปีหนึ่ง “หนี้ฉุกเฉิน ใครใจดีให้ยืมสัก 500 เดี๋ยวจ่ายคืนเย็นนี้”
เสียงตอบรับเงียบกริบ นอกจากคนเดียวในกลุ่มทักกลับมา “ถ้าสัญญาว่าจะกินข้าวเย็นด้วยกันสักเจ็ดวัน เดี๋ยวช่วย”
บุ๊คพึมพำ “อีเว้นท์บังคับ…”
กรกัดฟันตกลง สุดท้ายได้เงินจากเพื่อนใหม่ (โดยแลกกับการสัญญามื้อเย็น 7 วัน) ทุกคนเฮโดดโลดเต้น รวบเงินทันนาทีสุดท้ายก่อนโดนตัดน้ำ
เฟิร์สเดินมายิ้มกวน “เห็นมั้ย มีแต่มิตรภาพกับเงื่อนไขพิลึกน่ะหอเรา”
บุ๊คกลอกตา “อย่าพูด กินข้าวกับเขาตั้ง 7 วัน!”
กรหัวเราะ “ถือว่าจบมหากาพย์ค่าหอได้อย่างระทึก”
โบ๊ทเสริม “รู้ไหม ตั้งแต่วันนี้สมาคมลูกหนี้ 500 จะไม่ให้หนี้คนเดียวแบบนี้อีกแล้ว!”
ทุกคนในห้องหัวเราะพร้อมกันขณะกรแอบแชทหาคนขอยืมเงินในกลุ่มเพื่อนสนิทอีกรอบ… เผื่อฉุกเฉินรอบหน้า!