ภารกิจหอพักฮาเฮย์: โยกย้ายหัวใจสายซวย
“นี่…นายเห็นแมวไหม?” เสียงอาจารย์เบญเจ้าของหอพักตะโกนต่อว่าดังลั่นจนผนังสะเทือน นิคแทบหลับกลิ้งตกเตียง เพราะเมื่อคืนอ่านหนังสือจนถึงตีสาม หัวใจเขากระตุกวาบ รีบสวมแว่นตา หวีผมเป๊ะแล้วเดินออกไปหน้าห้องเจออาจารย์กับกองข้าวของที่ปลิวระเนระนาด สีหน้าวิตกสุดขีดจนหนังตาเต้น “แมวฉันหาย! เจ้าเหมียวอ้วน มันสีดำ ขนฟูฟ่อง นายต้องช่วยฉันหาเดี๋ยวนี้!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!นิคกลืนน้ำลาย พยายามตอบว่า “อาจารย์ครับ ผมว่ามันน่าจะซ่อนแถว ๆ ห้องเครื่องนะครับ เพราะตอนผมเดินกลับเห็นมันวน ๆ อยู่”
อาจารย์เบญเลิกคิ้วปลิว “แล้วทำไมไม่จับมา!?”
นิคเกือบจะยกมือไหว้ขอโทษ “ผม… เอ่อ…แมวดูเหมือนโกรธผมครับ อาจารย์เอามาสู้ไหม”
อาจารย์ถอนหายใจปานจะขาดใจ “ไป หามันเดี๋ยวนี้ หาเจออาจารย์จะลดค่าเช่าหนึ่งเดือน!”
สิ้นเสียงคำว่า “ลดค่าเช่า” นิคตาโต รีบคว้ากางเกงวอร์ม สวมรองเท้าแตะ แล้วเฮโลออกจากห้องทันที
ทางเดินหอยามเช้าสำรวจด้วยกล้องไม้บรรทัด พยายามสงบสติ หวังหาเบาะแสจนได้เจอกับเจ้าออม (เพื่อนห้องข้าง ๆ สายจ้อ พูดไวเป็นไฟ) โผล่มาพร้อมกาแฟในมือกับประกายตาสนใจข่าวลือใหม่
“นายทำอะไรอะนิค หน้าเครียดเชียว”
“แมวอาจารย์เบญหาย ถ้าหาเจอได้ลดค่าเช่า”
เจ้าออมเบิกตา “โหย! หนนี้ชั้นช่วย งานนี้ต้องวางแผน!”
นิคลูบขมับ “ช่วยอย่างเดียวพอนะ อย่าเสนอมุกบ้า ๆ ”
“ชั้นสายแผน เป๊ะสุดแล้ว”
ออมลากนิคเดินตะลุย เคาะประตูห้องสารพัดคน เพื่อนบ้านแต่ละคนมีสีหน้าต่างกันไป ห้องหนึ่งเป็นป้ากัญชาร่างท้วมแว่นหนา กลิ่นอาหารกะเพราะไข่ไก่ลอยฟุ้ง เห็นออมกับนิคก็ร้อง “แมวหาย พึ่งเห็นมันกลิ้งหัวเราะกับตุ๊กตาในห้องน้ำรวม!”
ออมรีบลากนิควิ่ง พวกเขาเจอคิท (เด็กหญิงฝึกงานมาดนิ่งชอบซ่อนของแปลก) นั่งกอดตุ๊กตาหมีบนพื้น ได้ยินข่าวปุ๊บ เธอพึมพำเสียงเบา “แมวสีดำ? เมื่อคืนผมเผลอปิดประตูระเบียงทิ้งไว้…มีอะไรขวิดข้างนอก”
ออมตาวาว “นี่มันคดีอาชญากรรมชัด ๆ ”
นิคตัดบท “ไม่ต้องสืบสวนขนาดนั้น!”
สามชีวิตเดินลากรองเท้าเปื้อนฝุ่น ตะโกนหาแมวใต้บันได ลากอกสาระพัดซุกตามซอกตู้จดหมาย ตะโกน “เจ้าเหมียวๆ” ดังลั่นจนเพื่อนห้องฝั่งตรงข้ามเปิดประตูออกมา พี่ภู (หนุ่มฟิตเนสดุแต่ขี้หลงขี้ลืม) “พวกแกเสียงดังอะไร ปลุกกันตั้งแต่ไก่ยังไม่ขัน”
“แมวหาย ช่วยหาหน่อยค่ะพี่ภู!”
“หือ แมวมันกินโปรตีนมั้ย”
“พี่ภู ไม่มีใครกินเวย์เหมือนพี่นะ!”
แต่ละคนกระจายกำลังตามแผนออม ทุกคนมั่นใจว่าเจ้าเหมียวอยู่ที่ห้องใครสักคน จนได้ยินเสียง “เหมียววววว” เสียงสูงแหลมหวานจะขาดใจจากห้องชั้นบนสุด นิครีบปีนบันได วิ่งตามออม มีคิทเดินตามแบบเซ็ง ๆ เจอห้องน้ำรวมประตูงัดค้าง ชามโยเกิร์ตเลอะเทอะ พวกเขาสำรวจแล้วเจอยายเจียม ผู้อาวุโสขาประจำซึ่งกำลังนั่งคุยกับต้นไม้อย่างอารมณ์ดี “เอ้อ ยายก็เห็นแมวนะ มันมาดมหญ้าเหมียวแล้วก็วิ่งไป”
“มันอยู่ไหนครับยาย”
“มันเป็นแมววิ่งไว แต่มันกลัวรองเท้า”
เจ้าออมกระชากนิคออกนอกรั้วที่ห้อยเสื้อผ้าชาวบ้าน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนฝั่งตรงข้าม ออมเสนอ “ถ้าเราล่อมันด้วยอาหารแล้วทุกคนเงียบ ๆ น่าจะได้ผลนะ”
“ให้ใครเงียบล่ะ ออม นายเสียงดังสุด!”
“งั้นนายไม่พูดเลย วันนี้ ชั้นพูดแทน!”
นิคปิดปาก ออมเริ่มแผนลวงสุดมั่นหน้า หยิบปลากระป๋องเทใส่จาน ตั้งกับดักสายสิญจน์อะไรสักอย่างที่แค่ทำทุกคนงง แล้วนั่งรอ พื้นระเบียงเงียบลงชั่วคราว
เวลาผ่านไป มีเสียงกรอบแกรบ ๆ เจ้าออมตาวาว “นี่ไง! เสียงมาถูกทาง!” นิคหยิบไฟฉายส่องในห้องเก็บของ เงาวูบวาบพลันเห็นหางดำปลิว เหล่าแก๊งพุ่งไปที่หางนั้นทันทีแต่กลับกลายเป็น…ถุงขยะที่ผูกไม่แน่นตกลงมากลางวง สายสิญจน์ขาด ฟองสบู่ลอยเรี่ยพื้น ออมร้อง “โธ่เอ๊ย แมวปลอม!”
นิคถอนหายใจ “นี่อาจารย์จะด่าฉันไหม ถ้ากลายเป็นว่าทำหอพัง”
คิทล้อเสียงนิ่ง “เขาด่าคุณแน่นอน แต่ถ้าแมวมาจริงคุณรอดแน่”
ออมเปลี่ยนแผนทันที “มาดูกล้องวงจรปิดกัน!”
ทุกคนได้ข้อสรุปใหม่ เดินไปขอเจ้าของหอเปิดดูภาพวงจร ภาพมืดมัวมั่นใจเต็มที่ แต่สิ่งที่เห็นคือ นิครูปหนึ่งเดินวนรอบห้องแล้วเอามือไล่จับอะไรบางอย่าง แต่เพ่งดี ๆ กลายเป็นไล่จับ…ถุงเท้า!
เสียงอาจารย์เบญดังขึ้น “ถ้าแมวอยู่ที่ไหน ต้องเจอแน่ ไม่งั้นชั้นจะคิดค่าเสียหายสองเท่า!”
นิคกลืนน้ำลาย แผนใหม่คือเดินเคาะห้องทีละห้อง พวกเขาเริ่มจากห้องที่มีกลิ่นปลากระป๋องแรงสุด ก่อนจะมีเสียงแมวร้องแหวกความเงียบ “เหมียวววว!” คราวนี้ของจริง! ทุกคนพุ่งเข้าใส่
ออมไล่เหมียวพลาดลื่นไปชนพี่ภูที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เพื่อนบ้านร้อง “เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? นั่นมันหมาเรานะ!” คิทกับนิคล้มทั้งยืน ออมเงยมองหมาจริง ๆ ที่หน้าเหมือนแมว “มันเหมียวมากอะ”
พี่ภูริษยา “รู้ไหมหมาฉันฝึกเหมียวให้ได้ด้วยล่ะ”
“ตอนนี้ไม่ต้องเหมียวแล้ว มันตะกุยขนเราแล้ว!”
ความซวยยังเดินสายต่อเนื่อง ข้อมูลใหม่ปรากฏ ป้ากัญชาโผล่พร้อมกล่องปริศนา “นี่แมวอาจารย์หรือเปล่า ฉันได้ยินเสียงแมวร้องเมื่อคืน เปิดออกมาเป็นวิทยุเล่นเทปเสียงแมว!” ทุกคนสติแทบหลุด
นิคถอนหายใจ “โอเค ฉันจะลองเดินหาหน้าหอ ดูซิแมวมันจะไปไกลขนาดนั้นหรือ”
คิทร่วมทางแต่เดินช้าแบบอืดอาด
“เธอเคยเลี้ยงแมวไหม?” นิคถาม
“แมวเคยกัดผม”
“เจ็บไหม”
“แมวร้อง ผมร้อง แมวหนี”
ผ่านไปครึ่งวัน ยังไม่ได้กลิ่นแมวจริงสักที ออมเสนอขอระดมเพื่อนในไลน์ กลุ่มหอพักแจ้งข่าวสาร มีคนแปะภาพแมวดำมัว ๆ “เจอแมวที่ชั้นดาดฟ้ารึเปล่า?” นิค, ออม, คิท และพี่ภูจึงพากันขึ้นบันได พร้อมอุปกรณ์จับแมว ทั้งกรง กระเป๋าเดินทาง (ของคิท) และผ้าห่มของออม
ถึงดาดฟ้า ลมแรงจนผ้าปลิว ออมกางผ้าคลุม นิคถือข้าวกล่องล่อแมว พี่ภูตะโกน “มันอยู่มุมนั้น!” ทุกคนกรูเข้าไป เจอเงาดำนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ออมอ้าปากจะตะโกน นิครีบดึงไว้ “อย่าเสียงดัง เดี๋ยวมันตกใจอีก”
ทั้งหมดเขยิบเข้าไป เป่าลมหายใจสะกดจิต เงาดำหันหน้ามารวดเร็ว — กลายเป็น “กระสอบดำ” วางซ้อนกันเป็นรูปร่างแมว ออมเป่าปาก “นี่มันอะไรวะ คนในหอเรานี่แปลกจัง”
พี่ภูบ่น “ใช่ มีใครซ่อนขยะไว้แบบนี้ทุกที”
คิทสังเกตเงียบ ๆ ว่า “แมวคงฉลาดหนีเรา”
พอสิ้นสุดความวุ่นวาย เจ้าออมก็โทรศัพท์เป็นเสียงแมว ประกาศอัดเสียงจากมือถือให้ทุกห้องเข้าร่วม เป็นการสร้างความป่วนระลอกใหม่ จู่ ๆ แมวก็โผล่มาเอง จากหลังตู้ไฟข้างห้องออม ขนยุ่งหน้าตาดุขึ้นกว่าเดิม
“เหมียววว!”
นิคตะลึง ออมตะโกน “นี่มันแมวจัง ๆ ตัวจริง!”
คิทข้อสังเกต “มันมีกลิ่นโยเกิร์ตกับปลากระป๋อง”
พี่ภูหัวเราะ “สรุปไปกินของทุกห้องไงล่ะ”
เจ้าเหมียวโดดใส่ออม (ที่เหมือนจะถูกเลือกโดยเฉพาะ) ออมหัวเราะ “มันเห็นชั้นเป็นต้นกำเนิดกลิ่น!”
นิครีบจับแล้วส่งให้คิท จนเธอตกใจปล่อยแมวซะงั้น เจ้าเหมียววิ่งโซซัดโซเซออกนอกห้อง พุ่งไปทางอาจารย์เบญที่ยืนกอดอกรออย่างมีความหวัง “นี่มันแมวฉันจริง ๆ !”
ทุกคนเหนื่อยหอบ นิคแทบร้องไห้จนลุ้นรางวัลค่าเช่า ออมยกมือแหย่ “สรุป เราทำหอพังคุ้มไหมอาจารย์?”
อาจารย์เบญส่ายหน้าแต่ยิ้ม “อย่างน้อยพวกเธอก็ช่วยกัน ถึงจะมีแต่เรื่องวุ่น ๆ ก็ตาม”
คิทพูดนิ่งเฉย “มีความสุขที่เจอครอบครัวเล็ก ๆ”
นิคหันมายิ้มอ่อน “ครั้งหน้าขอให้หายเป็นต้นไม้แทนแล้วกัน”
ตอนกลางคืน พวกเขานัดฉลองกันเล็ก ๆ ทุกคนหัวเราะถึงเรื่องวุ่นวายในวันนี้ จุดจบจึงไม่ใช่ค่าตอบแทน แต่เป็นมิตรภาพใหม่ระหว่างเพื่อนร่วมหอที่ได้รู้จักตัวเองมากกว่าเดิม—แมวหายกลายเป็นแค่ข้ออ้างให้คนที่ดูไม่เข้ากันได้สนิทกันแบบไม่ตั้งใจ
ก่อนนอนมีแมวกระโดดขึ้นเตียงนิค เจ้าออมแซว “เอาน่า วิชาไล่จับแมวครั้งหน้าคงไม่ต้องแล้ว”
นิคยิ้ม “แต่ขอไม่ลืมหยิบปลากระป๋องไว้อุ่นใจก่อน”
เสียงหัวเราะเบาดังคลอจนหอพักเงียบ มีแต่เจ้าเหมียวเดินตีหางอย่างราชาในอาณาจักรเล็ก ๆ—จบวันวุ่นวายแบบฟีลกู๊ดพร้อมรอยยิ้ม