หอพักวุ่นรัก กับดักกระจกวิเศษ
เสียงเคาะประตูถี่รัวปลุกให้ ‘บอย’ หนุ่มบ้านนอกผู้มั่นใจเกินเหตุลุกจากเตียง เช้าวันแรกของเทอมใหม่ในหอพักนักศึกษาสามัญที่เสียงดังไม่แพ้สถานีรถไฟ บอยยังใส่เสื้อยืดเก่า ของขวัญวันเกิดจากยายที่บ้าน เขายังไม่รู้ว่าจะมีอะไรแปลกประหลาดเกิดขึ้นบ้างวันนี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“บอย! มึงนี่หลับลึกเหมือนซากศพเลยนะ!” เสียงห้าวของ ‘เอิร์ธ’ เพื่อนซี้ผู้ช่างขวาง ชอบบ่นแต่ก็ใจดีดังลั่นจากหน้าประตู บอยหาวหวอด ตะกุกตะกักเปิดประตูให้ ‘เอิร์ธ’ กับ ‘เติร์ด’ เพื่อนข้างห้องผู้พูดน้อยแต่สายตาคงความเงียบเย็นไว้เสมอ
“กูฝันดีว่ะ เอิร์ธ เมียกูโทรปลุกแต่ในฝัน…โคตรจริงจนตกใจตื่น” บอยยิ้มกว้าง เอิร์ธกลอกตา เติร์ดยิ้มบางเบา
“มึง…ไม่มีเมีย เงียบไว้ดีกว่า” เอิร์ธตัดบท
บอยเบิกตากว้าง หัวใจตุ้บ มือควานหยิบของขวัญแปลก ๆ ที่เก็บใต้หมอนเมื่อคืน เขาส่อง ‘กระจกวิเศษ’ จากร้านของเก่าที่ได้มาจากตลาดนัดเมื่อวาน พลางพึมพำตั้งใจ “ขอให้วันนี้ผู้หญิงทั้งคณะต้องเหลียวมอง…”
เอิร์ธกับเติร์ดมองหน้ากันนิ่ง ๆ เดาไม่ออกว่าบอยจริงจังหรือแค่แกล้งขำ
เสียงติ่งชามก๋วยเตี๋ยวลั่นมากลบทุกอย่างเมื่อ ‘น้องปั้น’ แม่บ้านประจำหอขี้บ่นปนใจดี เดินผ่านหน้าห้องด้วยท่าทีรีบเร่งกว่าทุกวัน
“รีบไปเรียนสิพวกเธอ เดี๋ยวจะพาโดนเช็คชื่อไม่ทันแล้วจะหาว่าไม่เตือน!” ปั้นแทรกขึ้นเสียงดัง ไม่รู้ว่าแกตั้งใจปลุกหรือแกล้งเสียงสูงเสียงต่ำ
เอิร์ธกวาดสายตา เขากระซิบเบา ๆ กับเติร์ด “กูว่ากระจกบอยแม่งน่าจะเวิร์กกับยายปั้นนะ ให้ยายแกมองบอยหลงรักจนขอแต่ง…น่าสนุกดี”
บอยถือกระจกเดินเฉิดฉายออกจากห้อง กระซิบคำเดิมซ้ำ ๆ ราวกับเป็นคาถา ทุกคนบนทางเดินหอหันขวับมองเหมือนมีอะไรแปลก จริง ๆ อยู่ที่ว่าบอยทาคิ้วผิดคิ้วข้างหนึ่งแหว่งเฉียง แต่เจ้าตัวยังมั่นใจสุดใจ
เมื่อถึงลานหน้าหอ ‘กานต์’ สาวเนิร์ดเจ้าระเบียบ ซึน ๆ แต่แอบมีใจให้เติร์ด มองบอยแล้วเบะปากก่อนก้มหัวทักเติร์ดอย่างเขิน ๆ บอยเข้าใจผิดคิดว่ากานต์มองเขาเพราะเสน่ห์กระจกวิเศษ
บอยหันมายิ้มพรายใส่เอิร์ธ “เห็นไหมมึง ผู้หญิงนี่มองกูหมด”
เอิร์ธขำปนถอนใจ “เขามองคิ้วมึงว่ะแก”
เติร์ดพูดเบา ๆ “หรือเพราะพี่บอยถือกระจกย้อนแสงเข้าหน้าเค้าเปล่า”
ระหว่างเดินไปที่โรงอาหาร บอยพยายามพิสูจน์พลังกระจกวิเศษด้วยการยื่นให้ทุกคนที่ผ่านไปมา บ้างรับ บ้างปฏิเสธ…ส่วนใหญ่เดินหนี บอยมั่นใจยิ่งขึ้นว่ากระจกวิเศษต้องมีเวทมนตร์จริง
เอิร์ธกับเติร์ดลองตามเกมบอย ยืมกระจกมาส่องบ้างแล้วแกล้งทำเป็นหล่อขึ้นทันตา หนำซ้ำยังหันไปจีบ ‘พริ้ม’ สาวฮิปที่หอนี้ฝันถึงกันทุกคน พริ้มขำหน้าท้องแข็ง สวนกลับ “พี่เอิร์ธคะ ระวังกระจกแตกนะ เดี๋ยวจะได้ 7 ปีแห่งโชคร้าย”
บอยหน้าคว่ำแต่ไม่ยอมแพ้ เชื่อว่ากระจกนี้ต้องใช้งานให้ถูกวิธี เอิร์ธหัวเราะ “ขอดูคู่มือว่ะ ใช้ผิดฟังก์ชันรึเปล่า”
เติร์ดออกความเห็น “พี่บอยลองส่องตอนเที่ยงคืน เดี๋ยววิญญาณเจ้าของกระจกอาจปรากฏมาแนะนำเอง” สายตาเติร์ดนั้นทำให้บอยลังเลหน่อย ๆ ว่าเพื่อนพูดจริงหรือประชด
ตัดภาพไปที่ยายปั้น แม่บ้านใจดีแต่บ่นเก่ง พบกระจกวางทิ้งหน้าห้องตอนบ่ายโมงพอดี แกหยิบไปเช็ดเพื่อหวังได้เงินจากการขายเป็นเศษเหล็ก บังเอิญบอยเดินผ่านมา แย่งคืนแบบมีเหตุผลไม่ครบถ้วน “ของผมครับป้า! อันนี้ของดี!”
ยายปั้นสงสัยหรี่ตา “ดีแค่ไหน ทำไมพวกนักศึกษาถึงไม่กล้าส่อง กระจกผีสิงรึ”
บอยหน้าเสีย “เปล่าครับ กระจก…เสริมเสน่ห์ครับ!” เอิร์ธกับเติร์ดสวน “เฮ้ย ถ้าเสริมได้ ป้าปั้นเอาไปใช้ตั้งแต่สมัยสาว ๆ ละ”
ตอนเย็นวันเดียวกัน ห้องบอยถูกรวมตัวด้วยสมาชิกแก๊งทั้ง 3 ตามด้วย ‘หัวหน้าอ้น’ หัวหน้าหอสายเป๊ะที่เข้มงวดในหน้าที่แต่หวังเอาใจน้อง ๆ เพื่อให้คะแนนดี เขาดันมาหาเรื่องผู้ชายกลุ่มนี้เพราะโดนแจ้งว่ามีเสียงดังผิดปกติช่วงบ่าย
“เกิดอะไรขึ้นครับ เสียงครื้นเครงออกมาจากห้องพวกเธอ นี่มันเขตเล่าเรียน ไม่ใช่คอนเสิร์ตนะครับ” อ้นเอ่ยอย่างเป็นทางการแต่ในใจแอบอยากร่วมวงสนุกด้วย
บอยรีบอธิบายเรื่องกระจกวิเศษ เอิร์ธช่วยเสริมความเว่อร์ บอกว่ามีเพื่อนคนหนึ่งได้เจอรักแรกพบทันทีที่ส่อง พริ้มโผล่มาเก็บของหน้าห้องได้ยิน แอบหัวเราะในลำคอ
อ้นทำทีเข้มงวดแต่แววตาอยากลองกระจก บอยเลยยื่นให้ เบื้องหลังบอยแอบกระซิบกับเอิร์ธ “เห็นมะ แก๊งเราจะกลายเป็นไวรัลของหอได้แน่!”
วิญญาณเจ้าของกระจกไม่มีจริง มีแต่เสียงซุบซิบไปทั้งตึกว่าพวกบอยปลุกวิญญาณในกระจก เจ๊ไหมเจ้าของร้านข้าวแกงเป็นคนแพร่มุกนี้แรกสุด ห้องกินข้าววันถัดมาประกาศข่าวลือเต็มไปหมด
บอยคิดใหญ่ ทำโปสเตอร์โฆษณาว่า “กระจกวิเศษแห่งรักแท้ ใครส่องแล้วมีคู่แน่นอน!” ติดทั่วหอพัก คืนวันเดียวกันเด็กปี 1 แห่กันมาขอลอง พวกเอิร์ธรับหน้าที่พูดปลุกใจเกินเบอร์ เติร์ดยืนยิ้มมุมห้องซึน ๆ เงียบ ๆ เหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง
แต่แล้ว เมื่อโปสเตอร์เริ่มลามไปถึงคณบดี ‘อาจารย์โย’ เข้มงวดเจ้าระเบียบ เรียกประชุมย่อยขึ้นกลางดึก “ขอเชิญแก๊งกระจกวิเศษมาพบคณะกรรมการทันที!”
ทุกคนในแก๊งเครียด ใจคิดว่านี่คือปลายทางของอาชีพการศึกษาของตัวเอง เอิร์ธกระซิบ “ไม่ต้องเครียด กูคิดว่าอาจารย์โยน่าจะโสด…” บอยเสนอ “อาจารย์ต้องลองส่องแล้วจะเข้าใจ”
ประชุมย่อยแปรเป็นงานเลี้ยงเล็ก ๆ เพราะหัวหน้าอ้นดันสั่งขนมจีบมา เหตุการณ์พลิกจากตั้งใจลงโทษเป็นแอบลองตามกระแส ใครส่องกระจกแล้วพูดต่อกันปากต่อปาก จนกลายเป็นว่า ทั้งหอใครยังไม่มีคู่ก็โดนเพื่อนยุให้ไปลอง
มีเสียงซุบซิบในกลุ่มรุ่นน้อง “กระจกนี้ต้องพูดคาถาให้ดี ไม่งั้นจะได้รักกับคนผิด!”
ผลคือวันต่อมาทุกคนเริ่มระวัง คำพูดกลายเป็นมุกล้อเลียนรายวัน เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ถูกหยิบแซวกันโดยไม่มีวันจบสิ้น เอิร์ธเริ่มคิด บางทีบอยต้องตีความกระจกผิดไปเยอะ
บอยได้แรงบันดาลใจใหม่ เตรียมแผนจัดกิจกรรม “คืนกระจกมหาเสน่ห์” ให้ทั้งหอแข่งส่องกระจกประกวดท่าโพสต์คู่กระจก ใครได้รางวัลเสน่ห์ออร่าที่สุดจะได้ของขวัญหมวกใบใหม่ที่บอยซื้อมาเอง
แต่แล้ว เติร์ดเผลอพูดออกมาว่า “จริง ๆ แล้วกระจกนั่นมันแค่ของปลอม บ้านกูขายอยู่แถวตลาดนัด รู้จักแม่ค้าด้วย” พริ้มหลุดขำ “อ้าว พี่ ๆ อินกันมากไปเปล่าเนี่ย”
บอยถึงกับอึ้ง คิดนิดหนึ่งแล้วหัวเราะออกมา “โอ้ย…แล้วคือทุกอย่างที่ผ่านมา เราคิดไปเองหมดเลยว่างั้น?”
เอิร์ธตบหลังบอย “อย่างน้อยมึงก็ทำให้คนทั้งหอรักกันจริง ๆ แบบไม่มีเวทมนตร์ ที่เหลืออินเนอร์ล้วน ๆ”
ทุกคนหัวเราะกลิ้ง ให้กับความเข้าใจผิดอันยิ่งใหญ่ที่กลายเป็นกิจกรรมสัมพันธ์ของหอพักโดยไม่ตั้งใจ ถึงแม้ไม่ได้รักแท้จากกระจก แต่ได้มิตรภาพสุดวุ่นวายมาแทน
บอยสรุปท้ายด้วยรอยยิ้ม “บทเรียนวันนี้คือ คิ้วต้องเขียนให้เท่ากันก่อนออกจากห้อง กระจกไม่ได้ทำให้มีเสน่ห์ แต่เสียงหัวเราะกับเพื่อนต่างหากที่ใช่จริง ๆ”
เอิร์ธสวนกลับทันที “ดีกว่ามีเสน่ห์แต่ไม่มีเพื่อนว่ะมึง” เติร์ดยิ้มมุมปาก “หรือถ้ามีสองอย่าง ก็ดีไม่ใช่น้อย” เสียงหัวเราะปิดฉากเย็นวันวุ่นในหอพัก ที่ไม่มีใครอยากให้จบเลย