เพื่อนร่วมหอ…รบกวน (มาก)
เสียงลูกบิดประตูหน้าหอพักดังแกร๊กในเวลาที่แดดเช้ายังลอดม่านได้ไม่ถึงครึ่ง “ขอโทษครับ ห้องนี้ใช่ไหมครับ?” เติ้ลลากกระเป๋าเป้สำเพ็งตัวโตเข้ามา ยังไม่ทันได้วางของ เขาก็ถูกสายตาขึงขังของปูเป้จ้องเขม็งถึงระดับที่เติ้ลต้องชะงัก “รองเท้าซ้ายกับขวาสลับกันอยู่หรือเปล่าอะ?” ปูเป้เอ่ยด้วยเสียงเรียบ แต่แฝงความสงสัยที่จริงจังเกินเหตุจนเติ้ลต้องก้มดู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอ่อ…เปล่าครับ”
“แน่ใจนะ เช็กอีกทีสิ” ปูเป้ไม่ละความสงสัย เหมือนมีความลับระดับชาติแอบแฝงในรองเท้าเติ้ล…
ตัดภาพไปที่อิ้งค์ เจ้าของตำแหน่ง ‘ผู้จัดการความสงบสุขประจำหอพัก’ ที่ตั้งเองโดยไม่ถามใคร กำลังปฏิบัติภารกิจลับนั่งส่องกระจกเช็คความเรียบร้อยทุกมุม ด้วยความคิดว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดในเช้าวันสำคัญนี้ — วันต้อนรับสมาชิกใหม่ “วันนี้เราต้องเพอร์เฟกต์!” เธอพึมพำแล้วหยิบสมุด ‘แผนรับมือสถานการณ์ไม่คาดฝันในหอพัก’ มาพลิกอีกครั้ง
“ขอโทษครับ ขอกลิ่นฟาบูลัสมั้ย?” เติ้ลลองถาม พลางชูสเปรย์ปรับอากาศแบบไม่รู้จังหวะ ปูเป้มองงงๆ “เอ่อ มันชื่อกลิ่นนะ ไม่ใช่ของกิน”
“รู้ละ ก็อยากถามเฉยๆ เผื่อเป็นต๊อกต๋อย” เติ้ลหัวเราะเอง ปูเป้หน้าเจื่อน…นาทีแรกก็เหมือนจะไปกันใหญ่แล้ว
เสียงฝีเท้าอิ้งค์เดินนำเข้า ทว่าเธอหยุดนิ่งเมื่อพบว่าคนใหม่ ได้ช่วยกันเปิดกระเป๋าออกแบบ ‘ไม่ตามระเบียบ’ ที่วางไว้ในเมนู ‘ต้อนรับสมาชิกใหม่’ …เธอแก้ปัญหาแบบไม่ให้แตกตื่น “เอ่อ ยินดีต้อนรับนะคะ ฉัน…อิ้งค์ ดูแลหอนี้นิดหน่อย…ขอโทษค่ะว่า ของเติ้ล…กระเป๋า…วางซ้ายแบบนั้นนี่ มีเหตุผลไหม?”
“ผมติดนิสัย คิดว่ามันกันของหล่นได้ครับ…มั้ง?” เติ้ลตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจนัก
ปูเป้ถึงกับจดใส่มือถือ “นิสัยแบ่งของในห้องรุ่นใหม่…โอเค ต้องถามกูเกิล” เธอแอบเสิร์ชว่า ‘แบ่งของในห้อง ป้องกันอะไร’ ขณะอิ้งค์หันไปเช็คกล่อง ‘ของว่างต้อนรับ’ แล้วตกใจที่ในกล่องมีแต่ถุงชาเปล่า และโน้ต “ของหมด เดี๋ยวมาเติม” ที่ตัวเองเขียนทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ลืมเองสนิท
เวลาเพิ่งผ่านไปห้านาที หอพลอยทรรศน์ที่เคยสงบกลายเป็นโรงละครกลขนาดย่อม เติ้ลแบกหมอนข้างออกมา “มีใครแพ้กันไรฝุ่นมั้ยครับ ผมแพ้ฝุ่นระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นฝุ่นทางความคิดนี่…ไม่แพ้!” เงียบ…เสียงอึ้งชั่วครู่ก่อนปูเป้จะเบะปาก “ห้องนี้มีแต่ไรฝุ่นจินตนาการแน่เลย”
อิ้งค์ยิ้มแหยๆ “ฝุ่นจริงอย่าเพิ่งมีนะ แผนรับมือความสะอาดฉันยังเขียนไม่ครบ”
“เติ้ล อ่านกฎหอหรือยังอะ” ปูเป้ถาม
“อะไรนะ กฎ?” เติ้ลเปิดกระเป๋า ค้นจนวุ่น กระดาษปลิวเต็มห้อง ดันไปเจอใบปลิวร้านก๋วยเตี๋ยว โอเด้ง โทรโฆษณา แต่ไม่เจอกฎ
“ไม่มีหรอก มันอยู่ตรงลิ้นชักไง” อิ้งค์คลี่แผนที่ห้องมาโชว์ เติ้ลอึ้ง “มีแผนที่ห้องกับตารางเวรล้างจานด้วยเหรอ?!”
“ฉันคิดมาเพื่อป้องกันสงครามห้องน้ำ” อิ้งค์บอกเสียงจริงจัง ทำเอาบรรยากาศตึงเปลี่ยนเป็นขันขึ้นนิดหนึ่ง
เสียงมือถือปูเป้ดัง “ใครโทรมาแต่เช้า…” เธอรับสายแล้วพูดกับเติ้ล “เพื่อนเก่าฉันถามถึงนาย เขาสงสัยว่านายซักถุงเท้าเองมั้ย”
“เอ่อ…ผมซักเองครับ แต่ซักในหัวใจ ให้มันหอมแบบอินเนอร์” เติ้ลยิ้มกวน ปูเป้เงียบ “สรุป คือไม่ซักใช่มั้ย”
“เติ้ล นายต้องช่วยเก็บของให้เรียบร้อย เดี๋ยวอิ้งค์เครียด” ปูเป้หันไปเตือน เติ้ลเก้ๆ กังๆ หยิบขวดน้ำวางบนตู้เย็นเต็มไปหมด “นี่แบ่งพื้นที่เก็บของรึว่าก่อสร้างคอนโด?”
อิ้งค์กลืนน้ำลาย ปักหมุดข้อสองในแผน ‘รับมือคนใหม่แบบไม่ให้เสียฟอร์ม’ คือ ห้ามโมโหเด็ดขาด แล้วเธอ “โอเค จัดของเสร็จเมื่อไหร่ บอกด้วยนะ เดี๋ยวฉันพาดูทางหนีไฟ”
เติ้ลรีบบอก “ผมชอบทางหนีไฟนะครับ เผื่อไว้ใช้เวลาหายใจไม่ออกกับงานกลุ่ม!” ปูเป้ขำพรึ่บ อิ้งค์เริ่มรู้สึกประหลาดใจกับอารมณ์ขันประหลาดของเติ้ล
เวลาเดินซึมลึกเข้ากลางวัน เงาสามคนล้อมวงกินข้าวกล่องในห้อง เติ้ลเล่าเรื่องมหาวิทยาลัยแรกที่เคยเดินผิดอาคาร “วันแรกผมไปแค่มหาวิทยาลัยผิดทั้งที คิดว่าใครๆ ก็เป็น” ปูเป้เบิกตากว้าง “ผิดทั้งมหาวิทยาลัยเลย?”
อิ้งค์หัวเราะ “ฉันเคยแค่เดินผิดตึก เข้าใจโลกเติ้ลเลย”
ทุกอย่างเหมือนจะคลี่คลาย แต่เสียงตึกตักบางอย่างจากห้องข้างๆ ดังลั่นเหมือนทุบของตกบ่อยจัง ปูเป้หรี่ตา “ทำไมคนห้อง 302 ทุบอะไรแรงขนาดนี้?”
“อาจจะซ้อมฟิตเนส” เติ้ลคิดเองเออเอง “หรือแกะขนมกล่องใหญ่”
อิ้งค์รีบเปิดหน้าต่างส่อง แต่ก็ไม่เห็นอะไร นอกจากเงามืดๆ ของคนข้างห้อง ทุกคนแอบคิดเองวุ่นวาย ขณะเสียงทุบนั้นก็ดันเงียบลงทันที
เรื่องวุ่นวายยังไม่จบ เพราะเห็นโน้ตแปะหน้าประตูห้อง “ปลดล็อกประตูด้วย จะเข้ามาทำความสะอาด” เขียนลายมือหวัดๆ ชวนสงสัย ปูเป้แทบจะเช็กลิสต์การล้างมือทันที
“จะมีใครแอบเข้ามาเอาของมั้ยอะ?” ปูเป้เสียงแข็ง
“หรือจริงๆ เขาจะมาช่วยทำห้องให้สะอาดขั้นกว่า?” เติ้ลยิ้มยกนิ้วโป้ง
อิ้งค์พยายามเฉลย “มันเป็นโน้ตของป้าแม่บ้านมั้ยมั้ง…”
ปูเป้ทำท่าจะโทรหาผู้ดูแลหอ เติ้ลเสนอตัว “ให้ผมแกล้งเป็นแม่บ้านรับสายมั้ยครับ?”
อิ้งค์ส่ายหน้าลนๆ “อย่าเลย…ความลับห้องนี้พังหมดแน่”
เมื่อบ่าย พวกเขาตกลงจะลงไปซื้อของตามลิสต์ แต่ขณะแยกย้ายหน้าหอพัก เติ้ลบ่นว่าตัวเองยังจำทางห้องไม่แม่น อิ้งค์จึงยื่นแผนที่ที่เธอวาดเองอย่างภูมิใจให้เติ้ลถือ “ดูเผินๆ ยังกับเข้าเขาวงกต”
เติ้ลเงยหน้ามอง ลังเล “ขอถามหน่อย ทำไมห้องเราเขียนว่า ‘ศูนย์บัญชาการรับมือเหตุวุ่นวาย’ เป็นชื่อจริงหรอครับ?”
อิ้งค์หน้าเจื่อน “ไม่ใช่…แต่ถ้ามีชื่อจริงแบบนี้ จะคุมปัญหาง่ายขึ้น” ปูเป้กำลังหัวเราะ เกือบจะเดินชนประตูออกไปด้วยเท้าเปล่า “เดี๋ยวปูเป้ รองเท้า” อิ้งค์ทัก ปูเป้รีบใส่สลับข้างทันที
ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ ไม่ไกลจากหอพักเต็มไปด้วยของจำเป็นกับของที่ไม่จำเป็นแต่ดูแล้วเหมาะจะซื้อ เติ้ลเถียงกับปูเป้เรื่องยาสีฟัน “ฉบับคนคลั่งความสะอาดนะ ต้องมีแปรง 2 ด้ามขึ้นไป ป้องกันแปรงแฉะ!”
เติ้ลถาม “หรือจะเอาแบบกินได้ เผื่อวันไหนรีบๆ”
ปูเป้แกล้งทำท่าคิด “งั้นซื้อเลย กลับห้องชงละละลายกินแทนข้าว” สองคนหยอกล้อกัน มวลอารมณ์ผ่อนคลายลงชั่วขณะ
ขณะกลับห้องเจอประตูที่เปิดค้าง เติ้ลตะโกน “ใครลืมปิดประตู!?”
ปูเป้โต้ทันควัน “นายเป็นคนออกมาคนสุดท้าย งานนี้ไม่มีข้อแก้ตัว!”
เติ้ลหน้าเจื่อนไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะ “สัญญาจะไม่ทำอีก…ถ้าเดินเข้าประตูถูกห้องนะ!”
เมื่อเย็นย่ำ ทั้งสามคนเจอปัญหาใหม่ แม่บ้านโทรมาบอกจะมาทำความสะอาดวันพรุ่งนี้ ส่วนรายการอาหารเย็น เติ้ลอยากลองทำเมนูใหม่ด้วยหม้อไฟจิ๋วของตัวเอง ปูเป้ร้อง “แค่เตรียมวัตถุดิบก็กลัวแล้ว!” อิ้งค์รีบเช็คลิสต์เตรียมแผนรับมือกรณีไฟไหม้
ตอนสะสมน้ำซุป เติ้ลเผลอหยิบเกลือเป็นน้ำตาล ทุกคนได้ซดน้ำแกงใสแจ๋วหวานปี๊ด…
ชั่วขณะนั้นเติ้ลสะอึก “เมนูใหม่… อาจกลายเป็นตำนานหอพัก”
ปูเป้แทบจะขอให้ล็อกหม้อไฟใส่ตู้นิรภัย อิ้งค์ปลอบ “ไว้วันหลังขอชิมรอบสอง ฉันจะรับมือสูตรผิดพลาดได้เยอะขึ้น”
เสียงหัวเราะเงียบลงเมื่อพบว่าโน้ตข้อความที่แปะห้องช่วงเช้าวันใหม่ว่า “มีของๆ ทิ้งไว้ที่หน้าห้อง 302 โปรดมารับด้วย” ทุกคนลนลานไปรุมดู เจอกล่องขนมปังกับกระดาษโน้ต ปูเป้หยิบมาอ่าน อิ้งค์มองหน้าเติ้ล “ของใครอะ?” เติ้ลยักไหล่ “ไม่ใช่ของผมนะ!”
ปูเป้สงสัยว่าอาจเป็นแผนลับของแม่บ้านทำความสะอาด ทว่าขณะที่เสียงแม่บ้านเดินผ่านมา ชะโงกหน้ามาถาม “ของหล่นใคร…เอ๊ะ ไม่ใช่หรอกเหรอ…” เกิดปะทะความเข้าใจผิดรอบใหม่ บ้านนี้จบไม่ได้ง่ายๆ
อิ้งค์ตั้งสมาธิหาคำตอบแต่ยิ่งคิดภาพเรื่องทั้งหมดยิ่งซับซ้อน เธอโมโนล็อกในใจ “จริงๆ แล้ว ชีวิตคนร่วมกันมันโกลาหลเพราะใครกันแน่ หรือเพราะต่างคนต่างไม่เหมือนกัน?”
หลังสงครามหม้อไฟจบลง เติ้ลยอมช่วยล้างจานเป็นคนแรกจนปูเป้ทึ่ง (เขามักล้างจานด้วยท่าเต้นสุดคัลท์ ปูเป้แอบแคปคลิปส่งให้อิ้งค์) อิ้งค์หัวเราะ “ฉันว่า กฎใหม่ประจำหออาจต้องเพิ่มข้อที่ว่า ‘ยิ้มวันละ 5 ครั้ง’”
เติ้ลสวน “ขอไม่ยิ้มตอนกินน้ำซุปหวานๆ อีกนะ” สามคนหัวเราะพร้อมกัน
ค่ำคืนแรกในฐานะเพื่อนร่วมหอจริงๆ ที่แต่ละคนต่างได้พื้นที่และมุมผิดมุมถูกของตัวเอง ปูเป้ชวนเช็กความสะอาดห้องรอบสอง อิ้งค์เอาแผนต้อนรับเวอร์ชันใหม่มาอวด เติ้ลขอเป็นผู้ช่วย ‘กวนซีน’ ประจำบ้าน
ก่อนนอน เติ้ลเอ่ย “แต่ละคนเหมือนมีดาวประจำตัว ห้องนี้ก็เหมือนดาวซนของพวกเรา”
ปูเป้ขานรับทันที “ถ้ามัวแต่เก็บฝุ่นกับไล่กฎ ฉันคงพลาดหัวเราะพรุ่งนี้แน่”
อิ้งค์ยิ้มกว้าง พลิกสมุดบันทึกข้อผิดพลาดไปหน้าใหม่ เขียนว่า ‘ความวุ่นวายบางที…ก็คือของขวัญ’
เสียงหัวเราะสุดท้ายประจำค่ำคืนดังขึ้นกับบทสนทนาส่งท้าย เติ้ลบอก “วันไหนกินหม้อไฟอย่าลืมแจ้งล่วงหน้า เผื่อหาหมอนข้างเพิ่มกันการระเบิด!” ทุกคนหัวเราะฮาอย่างไม่เก็บเสียง คืนแรกในบ้านหลังเดิม ไม่เหมือนวันไหนเลย