สโมสรคนแปลกแห่งหอพักมะลิ
“แมวใครหาย!?” เสียงตะโกนทะลุประตูหอพักตอนหัวค่ำ ตะวันเพิ่งถือกระเป๋าเข้าเช็กอินครั้งแรก ใจเต้นระส่ำกับเสียงปะทะแรกของชีวิตนิสิตปีหนึ่งที่ต้องปรับตัวกับหอใหม่ เขาเอียงคอ เดินเข้าห้องพร้อมกลิ่นผงซักฟอกโชยแตะจมูก ข้างใน เจอภาพกลุ่มคนล้อมวงอย่างจริงจังอยู่ตรงโถงกลางหอพักมะลิ ที่มีป้ายไม้เก่าๆ ระบุ “สโมสรคนแปลก” แขวนตรงประตู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เดี๋ยวนะ ใครเป็นคนสุดท้ายเห็นมัน?” เจี๊ยบ มาดมั่น ขี้วีนประจำหอ พูดเสียงเข้ม สายตาชี้ไปที่ตะวันที่ยังถือกระเป๋าอึ้งค้าง
“ไม่ใช่เรา เราแค่เพิ่งมาถึง…” ตะวันตอบกล้าๆ กลัวๆ พร้อมเหงื่อซึมที่ขมับ
“เอ๊ะ…แล้วที่คุณถือถุงนั่นอะไร?” กาย เพื่อนร่วมหอสุดเนิร์ดแว่นหนา ตรงเข้าไปส่องถุงเสื้อผ้าในมือเขา
“ก็ชุดลำลอง…เอ้า เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่าคิดว่าผมขโมยแมวเธอ?”
“ใครก็ได้ จับเขาไว้!” นิด สาวสายติสต์เจ้าของแมว ร้องเสียงสูง ขณะที่เจี๊ยบกับกายล้อมตะวันอย่างลังเล
‘นี่มันอะไรกัน…แค่วันแรกก็โดนแจ้งจับ?’ ตะวันคิดในใจก่อนถอยสุดฝา ทันใดนั้นเสียงประตูหลังห้องดังโครม พร้อมตัวแมวเจ้าปัญหาทะลึ่งเข้ามาเอง
ทุกคนหยุดค้าง นิดผวาไปหาแมว ขอโทษตะวันแบบโก้เก๋แต่มีแววเก้อ “โทษทีนะ…เราคงตื่นตูมหรือเปล่า เธอชื่ออะไรนะ?”
“ตะวัน เพิ่งย้ายมา…ประเดิมวันแรกก็โดนตำหนิเลย” เขาตอบแผ่วแต่ติดจะขำ พลางพยายามวางตัวกลืนกับกำแพง
กายยื่นมือ “เรา ‘กาย’ หัวหน้าสโมสร ชอบคิดเองเออเองว่าทุกอย่างต้องแก้ด้วยเหตุผล”
“เจี๊ยบ—สายวีน ไม่ชอบอะไรวุ่นวายสุดๆ” เจี๊ยบบอกเองอย่างตรงไปตรงมา
“นิดค่ะ ศิลปินไร้สังกัด…แมวคนนี้ชื่อน้ำปั่น”
ตะวันพยายามยิ้ม เริ่มสัมผัสได้ถึงต้นตอของวุ่นวายแต่ก็จับใจได้ว่าที่นี่อบอุ่นแปลกๆ
คืนนั้น ตะวันเดินสำรวจหอพบว่าห้องน้ำรวม กำแพงบางเฉียบ แอบได้ยินเสียงคุยเรื่อง ‘แผนปรับนิสิตใหม่’ ของกายกับเจี๊ยบโดยไม่ตั้งใจ
“เราว่าพรุ่งนี้หลอกเพื่อนใหม่ไปประชุมสโมสรดีไหม” กายเสนอ
“เออ ดีๆ พอดีมีเรื่องขาดคนนั่งจดรายจ่าย”
“เอ่อ…แล้วจะบอกเขาว่ายังไง?”
“บอกตรงๆสิ ไอ้ตะวันมันก็ดูซื่อดี แต่ระวังเดี๋ยวเข้าใจผิดอีก”
ตะวันนั่งฟัง เขารู้สึกเหมือนมีแผนลับ แต่ไม่กล้าเดินออกไปแสดงตัวกลัวจะดูยุ่งเรื่องชาวบ้าน คืนนั้นจมอยู่กับความคิดมากจนเผลอฝันถึงแมวใส่สูทมาบังคับให้ช่วยทำบัญชี
รุ่งเช้า ตะวันเปิดประตูมาเจอเจี๊ยบยืนรอหน้าห้อง “ไปประชุมสโมสรด้วยกันไหม”
“ประชุมอะไรเหรอ ตะวันย้ายหอไม่ได้รึเปล่า?” เขาอ้ำอึ้ง
“ใจเย็น ไม่ได้เกณฑ์ทหาร แค่ประชุมรายจ่ายน่ะ ต้องมีคนใหม่บันทึก — หรือจะขัดขวางระเบียบหอแบบห้าวเป้งดี?” เจี๊ยบขู่กึ่งแซว
ตะวันเลือกปลอดภัย เดินไปนั่งมุมห้องประชุม ท่ามกลางแผ่นป้ายแฮนด์เมด ศิลปินอย่างนิดเอาสีน้ำมาระบายเป็นคำคมแปลกๆ
“ขอเสนอ ขึ้นค่าไฟ! ใครเห็นด้วยยกมือ!” กายประกาศ
“ขอเหตุผล!” เจี๊ยบสวนทันที
“จากสถิติจำนวนเปิดตู้เย็นยามดึกมากขึ้น 280% ในรอบ 5 วัน” กายชี้กราฟขีดด้วยปากกาเมจิก
“ถ้าขึ้น กายต้องหยุดวิจัยว่าเวลาเปิดตู้เย็นมากเท่าไหร่ไข่จะอยู่ได้นานขึ้นไหม” นิดแซะ
“เอ๊ะ ใครเปิดบ่อยสุด?” ตะวันถามแช่อยู่ขอบวง
“ก็…นายเอง — เพราะนายเดินส่องหาขนมทุกคืน! อย่าเถียงนะ!” เจี๊ยบบอกเสียงแข็ง
“คือ…เพราะเตรียมตัวสอบเลยต้องหาขนมบำรุงสมอง…” ตะวันเสียงอ่อย ทุกคนหัวเราะครืน
การประชุมยังไม่จบก็มีเสียงโทรศัพท์ อิน อินฟลูเอนเซอร์หออีกคนโทรมาขอให้ทุกคนช่วยอัดคลิปประชาสัมพันธ์หอพัก
“ประชาสัมพันธ์อะไร?” เจี๊ยบไม่อยากยุ่ง
“บอกว่า หอนี้ดี หอนี้ปลอดภัย หอนี้ไม่มีอะไรหาย — แต่เอ๊ะ เมื่อวานแมวก็หายนี่?” อินแซว
ตะวันพยายามเสนอ “หรือจะโปรโมทกิจกรรม ‘สโมสรคนแปลก’?”
กายตาเป็นประกาย “ดี! ทำคลิปธีม ‘พบกับคนเพี้ยน’ เอาให้คนอยากมาอยู่!”
แต่ความซวยเริ่มมาเมื่อไม่มีใครทำงานทีมเวิร์ก สคริปท์แต่ละคนไม่ลงรอย เพราะเจี๊ยบเน้นห้วน นิดชอบทำอะไรหลุดโลก กายจะต้องมีสถิติแนบในทุกคำพูด ส่วนอิน ‘ต้องดูดีในกล้องเสมอ’
ซ้อมคลิปสามรอบก็ยังไม่ได้ช็อตเดียวที่ผ่าน เจี๊ยบบ่น “นี่นายตั้งใจทำให้พังปะเนี่ยตะวัน?”
“เปล่า…แค่กล้องสั่นเอง”
นิดเสนอแบบงงๆ “หรือถ่ายเป็นหนังเงียบแบบยุค90 ดีไหม?”
“แต่ถ้าวงการรับนักแสดงจากหนังเงียบจริงคงไม่มีใครรอดสักคน” อินกัด
ถึงตรงนี้ตะวันเริ่มรู้สึกถึง “ความวุ่นวาย” ที่ไม่มีอะไรง่าย เขาแอบนั่งฟังทุกคนคุยและรับบทกล้องหลังมือใหม่ไปโดยปริยาย
รุ่งขึ้น กายเกิดความคิดใหม่ “เราต้องสร้างฟีลลิ่งของหอให้คนอยากเข้าร่วม จัดงานเลี้ยงเล็กๆเลยดีไหม!?”
“แล้วเงินล่ะ?” เจี๊ยบโต้ทันควัน “นายเพิ่งขึ้นค่าไฟไปเองนะ…”
“ขอบริจาคของกินจากทุกคน!”
อินเดินเข้ามาสมทบ “ฉันมีแต่ซีเรียลใกล้หมดอายุ”
นิดยิ้ม “ฉันมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สี่รสชาติในซองเดียว”
“อืม…สงสัยต้องอาศัยเวทมนตร์เชฟตะวันล่ะมั้ง” เจี๊ยบพูดประชดแต่ทั้งหมดหันไปมองตะวันพร้อมกัน
“เดี๋ยวนะ ผมแค่บอกว่าเคยทำไข่ตุ๋น ไม่ได้แปลว่าทำเลี้ยงคนทั้งหอนะ…”
แต่ดูเหมือนเขาเลี่ยงไม่ได้ ต้องจัดแจงทำครัวแบบกึ่งๆ งงๆ มีเจี๊ยบช่วยหั่นผัก (ฟันมีดจนแตก), กายออกสถิติการต้มเส้นบะหมี่ (ล้มเหลวทุกครั้ง), อินไลฟ์ถ่ายทอดสด (คนดูถามแต่เรื่องแมว), นิดยืนปั้นแต่งหน้ามืด–ใครเห็นก็หลอนเหมือนทำละครหุ่น
เสียงหัวเราะระหว่างทำอาหาร จังหวะอาหารไหม้เพราะมัวแต่โต้เถียงเรื่องชื่อเมนู แล้วตะวันตกใจจนจะเผลอเทไข่ตุ๋นลงถังขยะอยู่แล้ว (เจี๊ยบเบรกทัน)
แต่ละคนเริ่มเปิดใจและเผยจุดอ่อน เช่น กายสารภาพว่าไม่เคยมีเพื่อนร่วมทีมอินและกลัวเสียหน้า, นิดสารภาพว่าชอบสร้างความวุ่นวายเพราะกลัวไม่มีใครจำชื่อได้, อินแกล้งมั่นใจแต่กลัวมีคนไม่ชอบส่วนเจี๊ยบบ่นแบบจริงจังเรื่องอยากหาสังคมที่ยอมรับ
ความสัมพันธ์คลี่คลายขึ้นแบบแปลกๆ ตะวันกล้าซักถามในสิ่งที่ไม่เคยกล้า น้ำเสียงเปลี่ยนไปจากวันแรกที่สั่นประหม่า
แต่…งานเลี้ยงจริงเกิดเรื่องเข้าใจผิดใหญ่! เมื่อฝ่ายหอพักตัวจริง (มาดูแลความสะอาด) เห็นโถงกลางเต็มข้าวของ จึงเข้าใจว่าห้องนี้ลักลอบเปิดร้านอาหาร สั่งให้ทุกคนเก็บของด่วน
อินตัดสินใจอัดคลิปสดแก้ข่าว ผลลัพธ์คือคนดูเข้าใจผิดหนักขึ้นเพราะนิดดันพูดเล่นว่า “ร้านลับหอพักมะลิ มีเมนูลับประจำวัน” จนพ่อบ้านหอเดือดร้อนต้องเข้ามาดูเอง
ทุกคนระดมคิดหาทางออก ตะวันเสนอแบบตื่นตระหนกว่า “เราต้องไปขอโทษตรงๆ เล่าให้ฟังว่าเราทำกันแค่ในกลุ่ม เพียงแต่เสียงดัง–”
แต่เจี๊ยบสวน “ห้ามโทษใคร ต่อหน้าต้องแถให้เนียน”
ที่สุดแล้วคำอธิบายกลายเป็นบทสนทนากึ่งจริงกึ่งฮาอินสไตล์พิธีกร เจี๊ยบแกล้งสร้างสถานการณ์ปลอม (ทีมละครโรงเรียน) นิดซ่อนแมวไว้หลังม่าน กายฉายกราฟเส้นความสุขในงานเลี้ยง อินพูดว่าทุกคนคือครอบครัวเดียวกัน
พ่อบ้านมองหน้ากลุ่มนิสิตป่วนๆ สุดทน “ต่อไปนี้งดกิจกรรมหลังสองทุ่มเด็ดขาด!”
หลังเหตุการณ์วุ่นวาย ตะวันเขียนรายงานขอโทษแล้วไปวางที่ใต้ประตูห้องฝ่ายหอ กายเสนอทำแผน ‘บันทึกความฮา’ รวมพฤติกรรมคนในหอไว้เป็นบทเรียน (ทุกคนโหวตผ่านแบบไม่เต็มใจแต่ก็หัวเราะ)
ใกล้สิ้นปี ตะวันเกาะกลุ่มกับทุกคนแน่น กลายเป็นสมาชิก ‘สโมสรคนแปลก’ อย่างเต็มตัว เคยคิดมาก วันนี้เริ่มแลกเปลี่ยน สวนกลับมุกกับคนอื่น เวลามีเรื่องผิดหรือเข้าใจผิด ทุกคนหัวเราะได้ในที่สุด
คืนสุดท้ายก่อนปิดเทอม ตะวันถาม “ถ้าเลือกใหม่ได้ จะอยู่หอนี้ไหม?”
เจี๊ยบ “ฉันอยู่ต่อ ขอแค่ไม่มีใครเผาไข่ตุ๋นอีก”
กาย “ฉันจะเพิ่มข้อมูลสถิติความสุขให้อีก!”
นิด “ขอแค่น้ำปั่นอย่าหนีหาย…”
อิน “ฉันจะถ่ายคลิปทุกวัน!”
เสียงแมวร้องอยู่ใกล้ๆ และกลุ่มหอพักหัวเราะกลิ้ง…ก่อนตะวันเสริม “แต่คราวหน้านัดประชุมเนิ่นๆ เถอะนะ พลีชีพไข่ตุ๋นมันไม่ได้มีทุกวัน!”
ทุกคนยิ้มให้กันแบบคนที่พบสิ่งใหม่ในความยุ่งเหยิง แล้วคืนสุดท้ายก็จบลงอย่างซาบซึ้งและฮาแบบเฉพาะตัวของสโมสรคนแปลกแห่งหอพักมะลิ