แผน (ไม่ลับแต่ล่ม) พิชิตใจลุงป้าเช่า!
เสียงโวยวายจากห้อง 204 ดังลั่นกลางค่ำวันศุกร์ “ต้น! แกเอาขนมจีบของชั้นไปซ่อนอีกแล้วใช่ไหม!” บอล เพื่อนร่วมห้องสุดซีเรียสของต้นกำลังควานหากล่องขนมอยู่ใต้โต๊ะ ในขณะที่ต้น ผู้มาในชุดนอนลายกล้วยมั่นใจหน้าตั้ง คว้ากระเป๋าใส่เศษเหรียญของตัวเองขึ้นมาเขย่าอย่างภาคภูมิ “ไม่ได้ซ่อน ชั้นแค่เปลี่ยนตำแหน่งเซฟโซนเฉย ๆ มีข้อสงสัย เชิญที่ประชุมหอพัก!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงตะโกนของบอลกลบเสียงขำของอาย เพื่อนสาวผู้เช่าห้องข้าง ๆ ที่เดินเข้ามาพร้อมพัดลมจิ๋ว “มีประชุมทุกอาทิตย์ไม่เบื่อบ้างเหรอ?” อายแซวพร้อมมองสลับระหว่างต้นที่ยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างผู้มีอำนาจ กับบอลที่กำลังเครียดจัดกับการตามหาขนม
“เรื่องใหญ่ ๆ ทุกอาทิตย์เลย” ต้นว่าอย่างภูมิใจ “แต่คราวนี้เรื่องใหญ่จริง ต้องสรุปอนาคตชีวิตทุกคนในหอ ลุงสมกับป้าซินจะไม่ต่อสัญญาแล้ว ถ้าเราไม่ทำอะไรซักอย่าง พวกเราอาจถูกไล่!”
บรรยากาศเงียบกริบในหนึ่งวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮา อายถอนหายใจยาว “อีกแล้วเหรอ เมื่อปีก่อนยังไม่เข็ด?” บอลสบตาต้นอย่างหมดศรัทธา “ปีที่แล้วโดนทำโทษให้ล้างห้องน้ำตั้งเดือน…”
“ปีนี้ ชั้นมีแผนที่เวิร์กแน่” ต้นยืดอก “เราต้องรวมพลังพิชิตใจลุงป้าด้วย…การเป็นตัวอย่างของผู้เช่าที่ดี! ทำทุกอย่างขอให้เขาประทับใจและเซ็นต่อทันที”
อายหัวเราะเบา ๆ “แน่ใจนะ ว่าไม่ใช่บรรลัยตั้งแต่ข้อแรก?” บอลตัดบท “ดูทีมพวกเราแล้ว ชั้นว่าลุ้นรับคีย์การ์ดใหม่ยังง่ายกว่า”
แต่ต้นไม่สน คว้ากระดาษบันทึกแผนงานลิขิตชะตาชีวิตออกมาเขียนสั้น ๆ พร้อมแจกจ่ายงานให้แต่ละคน “แบ่งหน้าที่ เตรียมโชว์ความประทับใจ! พรุ่งนี้ลุงสมลงมาตรวจหอ ใครทำงานไหน เตรียมตัว!”
อายได้หน้าที่ทำความสะอาดทางเดิน บอลรับหน้าที่จัดหนังสือในห้องรับแขก ต้นเองรับภารกิจใหญ่สุด…โชว์ทำอาหารตามความเชื่อ (ที่ไม่มีใครเชื่อ) ว่าลุงสมชอบคนทำกับข้าว
เช้าวันเสาร์มาถึงเร็วกว่าความเตรียมใจ อายกำลังถูพื้น สายตากวาดดูความสะอาดแบบชุ่ย ๆ ต้นยืนปอกแครอทในชุดเชฟปลอม ๆ ข้าง ๆ บอลที่นั่งสไลด์หนังสือเรียงตามความสูง ไม่ใช่อักษร บอลถอนใจประโยคละรอบ
เสียงป้าซินอลังการมาก่อนตัว “โอ้ย จะรื้อบ้านกันทั้งที ช่วยเอาถังขยะไปเทด้วย! ห้องไหนกลิ่นเหม็นอีกชั้นจะตัดไฟ!” บอลยกมือขึ้นสองนิ้วอย่างขอความเป็นธรรม “ป้า กลิ่นไม่ได้มาจากห้องเรา ห้อง 206 เอาแกงบูดไว้ใต้เตียงนู่น…”
แต่ป้าซิน เก็บข้อมูลผิดเป็นทุนเดิม หันกับไปตวาดห้อง 204 ที่ต้นอยู่ทันที ต้นรีบบิดเสียงใส “ไม่ใช่ชั้นนะ ป้า กลิ่นหม้อแกงชั้นยังไม่บูดเลย! เอ้ย…หมายถึง ชั้นชอบกินของร้อน ๆ” อายกลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่
ช่วงสาย ลุงสมเดินตรวจหออย่างเงียบกริบ ลุงสมเป็นคนพูดน้อยแต่ช่างสังเกต รอบนี้ลุงสมหยุดที่ประตูห้องต้น ยกนิ้วชี้ตรงพื้น “พื้นสะอาดดี ใครทำ?” ต้นรีบออกตัว “ทีมงานคุณภาพครับลุง คนเช็ดพื้นนี่มือหนึ่งของหอเลยนะ!” อายเบิกตากว้าง เจอชื่อทีมงานแบบไม่ได้สมัครใจเข้าไปอีก
ลุงสมพยักหน้านิ่ง ๆ แต่สายตาแอบไปหยุดที่ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 22 ซองวางแฝงตัวอย่างเนียน “กินบะหมี่เป็นอาหารหลักเหรอ?” ต้นมั่นใจจัด “แค่ประหยัดครับลุง เมนูหลักของนิสิตรุ่นใหม่!” อายแย้งเบา ๆ “แต่ของจริง เมนูเด็กหอ เบื้องหลังคือเตาไฟฟ้าแอบ ๆ เช่าซ่อนไว้ไม่ให้ลุงเห็นไง…” บอลสำทับ “ไอ้ต้นมันต้องเอาตู้อบรองเท้าไปซ่อนไว้อีกแน่เลย”
ต้นรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ลุงคิดจะต่อสัญญาใช่ไหมครับ? พวกชั้นรักหอนี้มากนะ” ลุงสมมองนาฬิกาแล้วบอก “คนรักหอมักไม่กินบะหมี่ทุกวัน ฝากคิดไว้” แล้วเดินจากไป ทิ้งความกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไว้เต็มห้อง
บ่ายวันนั้น ต้นกับทีมเพื่อนนั่งประชุมรอบใหม่ ต้นโหมแผนสอง “ต้องยกระดับโชว์ความน่ารัก ทีมเราต้องร่วมงานกิจกรรมวันอาทิตย์โรงทานหน้าหอให้ป้าซินเห็นว่าสามัคคี” บอลเบ้ปาก “ป้าไม่ได้ขอ ชั้นขี้เกียจล้างจานเป็นอาทิตย์แล้ว” อายยิ้มเจื่อน “แต่ถ้าช่วยจริง ป้าอาจมองเราดีขึ้นนะ”
ความชุลมุนเริ่มตั้งแต่จัดของบริจาค ต้นเข้าใจผิดยกกล่องเสื้อผ้าที่ลืมแยกตั้งแต่ปีก่อน กลายเป็นเสื้อนักเรียนกับผ้าเช็ดตัวโอ่ง อายเหลียวมาเห็นร้องลั่น “เอาของชาวบ้านมาตั้งตรงนี้ได้ไง!” ต้นเก้อ ๆ “ชั้นนึกว่าเป็นกล่องรอซักนี่หว่า…”
ช่วงสาย กิจกรรมเริ่มจริง บอลรับหน้าที่ดูแลชาเย็น ต้นรับผิดชอบไส้กรอกอีสาน อายเป็นกรรมการจัดคิวหางานให้คนในหอที่ไม่อยากทำอะไรแต่ถูกลากมา ต้นเล่นใหญ่ตั้งบูธโชว์วิธีทอดไส้กรอกแต่สับสนวิธีทอดกับวิธีแกะเปลือกไข่ สุดท้ายไส้กรอกไหม้คากระทะ อายรีบยกถังขยะมารับวิกฤต
ในความร้อนรน ต้นพลั้งมือทำถังชาเย็นบอลล้ม กลายเป็นละครน้ำแข็งหวานเหนียวเปื้อนฟุตบาท ทุกคนตะลึง ทีมเพื่อนซี้โดนจ้องตาเขม็งจากทั้งป้าเจ้าของหอและกลุ่มผู้ร่วมบริจาค บอลกัดฟัน ถอนใจพลางมองต้น “แกเพลียอะไรนักวะ ทำไมต้องโชว์พังทุกซีน” ต้นหัวเราะแห้ง “ชั้นตั้งใจดี แต่ทุกอย่าง…” อายตัดบท “แต่ผลลัพธ์เหมือนหนังคนละม้วน”
ค่ำวันรุ่งขึ้น ทุกคนอ่อนใจ หลังเหตุการณ์วุ่นนอกหอ พวกเขาเตรียมนั่งถกกันในวงประชุมอีกครั้ง ต้นสรุปแบบหมดใจ “สัญญาคราวนี้คงล่มจริง ๆ” แอ้ม เพื่อนห้องฝั่งตรงข้ามปั่นเข้าวงเสริม “เอาพลาสเตอร์ยามาพันใจมั้ย จะได้ไม่ต้องยืดทุกปี?” เสียงขำปนเศร้าในห้องสั้น ๆ
ขณะนั้นเอง ป้าซินเดินผ่านมาเห็นกลุ่มหมอบนพื้น ถือถุงข้าวเหนียวในมือ ป้ามองผู้เช่าเจ้าปัญหากลุ่มนี้อย่างพินิจ “ทำไมไม่ออกไปข้างนอกกันมั่ง? คนอื่นเขาไปเที่ยวนู่นกันหมด หอว่างทั้งตึกเห็นไหม?” บอลตอบเสียงเรียบ “เราไม่กล้าออก เดี๋ยวแก๊งหาย เหมือนหอกลายเป็นบ้านไปแล้ว” ต้นรีบบอก “ต่อให้เราเก็บของไปทั้งห้อง วันหนึ่งเราก็ต้องกลับมาเดินเล่นในหอนี่อีกแหละป้า” อายยิ้มบาง ๆ “บ้านจริง ๆ ก็ครอบครัวแบบนี้แหละ”
ป้าซินถอนใจยาวเหมือนทุกที “ซุ่มซ่ามทั้งแก๊ง แต่ก็ไม่สร้างเรื่องชั่วร้ายอะไร จริง ๆ ป้าก็ขอให้ช่วยแค่รักษาความสะอาดกับไม่รบกวนเพื่อนบ้านก็พอ เดี๋ยวเรื่องสัญญาค่อยคุยกับลุงเขา”
ทันใดนั้น ลุงสมเดินเข้ามาพร้อมซองจดหมาย ต้นจำได้ทันที “มอบผลการตัดสินต่อสัญญาแล้ว!” ทุกคนตั้งใจจะฟัง ลุงสมเว้นจังหวะนานกว่าทุกที “สัญญาครั้งนี้…ต่อให้ปีนึง แต่โชว์ห้ามทำอีกนะ” บรรยากาศผ่อนคลายทันที ทุกคนหัวเราะร่วน บอลสวนทันที “โชว์ต้น จะทำเมื่อไหร่ก็ต้องบอกล่วงหน้านะ ไม่งั้นเตรียมอพยพทั้งชั้น!”
ป้าซินหัวเราะ “ปีหน้ายังอยู่ก็ช่วยกันล้างห้องน้ำทั้งตึกฉลองปีใหม่ด้วยนะ” อายโวย “ป้า! ถึงจะต่อสัญญาแต่ก็ไม่ต้องขนาดนั้นนะ!” ต้นยิ้มละไมมองเพื่อน ๆ พร้อมว่า “แก๊งนี้ซุ่มซ่ามแต่ก็ซื่อตรง ความวุ่นวายมีให้เป็นสีสันทุกปี”
เสียงหัวเราะและคำล้อของเพื่อน ๆ ยังดังต่อเนื่องในห้อง 204 ต้นมองทุกคนยิ้ม ๆ รับความอบอุ่นใจและความวุ่นวายแบบครอบครัว ก่อนจบคืนไปกับประโยคสุดท้ายของบอล “ต้น ถ้ามีประชุมฉุกเฉินรอบหน้า ให้แจ้งเตือนล่วงหน้า ขอจัดลำดับขนมจีบก่อนนะ!”