ลมหายใจแห่งฤดูฝน
เสียงฝนฤดูแรกตกกระหน่ำไม่หยุดตั้งแต่เที่ยง เคนเดินก้าวเข้าสตูดิโอออกแบบเล็กๆ ที่แฝงตัวในตลาดอารีย์ เสื้อฮู้ดเปียกแฉะจนหยดน้ำบนพื้นทำให้พนักงานต้อนรับทำหน้ากระอักกระอ่วน เขาถอดหมวกและถ้วยกาแฟออกจากมือ ก่อนจะพบว่าโต๊ะทำงานของเขาโดนย้ายไปใกล้มุมของดีไซเนอร์คนใหม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อ้าว เคน นั่งตรงนี้เองนะ” แอมเงยหน้า คิ้วเรียวขมวด มือกำปากกาลูกลื่นแน่น ดวงตาเข้มที่ดูตื่นเต้นแฝงความกลัวบางอย่าง “รบกวนหรือเปล่า ถ้าเธอไม่โอเค ฉัน—”
เคนหย่อนถุงขนมบนโต๊ะ เขาไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง “ไม่เป็นไรครับ ผมคิดว่า จะลองดู” เสียงเขาฟังดูไม่ค่อยแน่ใจนัก
เสียงฝนแทนที่ความเงียบงันระหว่างคนแปลกหน้า บนโต๊ะดีไซน์รกไปด้วยสมุดวาด กระดาษเครื่องมือเส้นสาย ส่วนโต๊ะเคนมีแค่โน้ตบุ๊กกับปากกาสักสองแท่ง เคนมองออกไปนอกหน้าต่างทั้งวัน แอมแวะคุยบ้าง พูดถึงโลโก้ใหม่ของบริษัทลูกค้า เคนตอบรับสั้นๆ ไม่ต่างจากเสียงขับไล่ทางอ้อม
สามวันต่อมา เคนต้องช่วยเขียนโค้ดให้โปรเจกต์สำคัญ แอมค่อยๆ เอาแบบร่างและโน้ตเข้ามาวาง เธอนั่งขอบคุณเบาๆ ก่อนจะพลิกกระดาษถามด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้ม “เคน…ถ้าให้เลือกโทนฟ้า-เทากับเขียว-เทา เธอว่าลูกค้าน่าจะโอเคกับแบบไหน?”
เคนทอดถอนหายใจ “จริงๆ แล้ว ต้องไปดูข้อมูลกลุ่มเป้าหมายมากกว่ามั้ยครับ—ถึงจะรู้แน่ๆ”
แอมยิ้มจางๆ “ขอบคุณนะ ฉันก็คิดอย่างนั้น” เธอลังเลเล็กน้อย เหมือนอยากคุยมากกว่านั้น แต่ก็ไม่กล้าขยับเข้าไปไกลกว่านี้
คืนนั้นฝนยังตก เสียงโทรศัพท์แว่วครวญ เคนเปิดดูข้อความจากแม่ บอกว่าอยากให้ไปเยี่ยมที่บ้านต่างจังหวัด เขาลังเล ไม่ตอบ ใจหนึ่งรู้สึกผิดแต่ไม่อยากเผชิญหน้ากับความผิดพลาดในอดีต—พ่อกับแม่หย่ากันเพราะการทะเลาะของเขาเองครั้งวัยรุ่น
วันถัดมา แอมทำแก้วกาแฟล้มใส่ตัวเอง หมึกสีดำเปรอะเสื้อ เคนรีบหยิบทิชชู่ส่งให้ แต่แอมกลับเบือนหน้าหนี “ขอบคุณ…แต่เดี๋ยวฉันจัดการเอง” เคนตกใจที่เธอเสียงสั่น หยิบยื่นอะไรให้ใครมักโดนปฏิเสธแบบนี้เสมอ
บรรยากาศเงียบลงหลายวัน เคนกับแอมพูดกันแต่เรื่องงานเท่านั้น
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป มีงานบริษัทใหญ่เข้ามา เคนได้รับมอบหมายโปรเจกต์กับแอม ต้องประชุมเคียงข้างกันทุกวัน “ถ้าเธอมีปัญหาอะไรก็บอกได้เลยนะ” แอมเอ่ยขึ้นเบาๆ เคนพยักหน้าช้าๆ พลางจดวาดแผนผังบนกระดาษ
เย็นวันศุกร์ ท้องฟ้าเทาเข้ม แอมวางแฟ้มหนักโต๊ะ เคนมองเธอ “เรามีอะไรที่ยังไม่ได้เคลียร์กันหรือเปล่า”
แอมเงียบนาน ก่อนจะถอนใจ “ฉัน…ไม่ค่อยถนัดทำงานเป็นทีม…กลัวจะช้าไป—กลัวถูกตำหนิ กลัวว่าจะผิดหวังอีก”
เคนหยิบขนมใส่ปากแล้วเงียบ “ผมเองก็ไม่ได้เก่งเรื่องทีมเหมือนกันครับ โดนว่ามาหลายรอบ” สายตาทั้งคู่สบกันชั่วครู่ในความเข้าใจใหม่ที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย
โปรเจกต์คืบหน้าอย่างช้าๆ แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไป ต่างฝ่ายคอยช่วยเหลือกัน เคนเช็คโค้ดซ้ำแล้วซ้ำอีก แอมออกแบบโลโก้ไปหลายแบบจนมือชา แวะตบบ่ากันพอให้อุ่นใจตอนเหนื่อยจัด
คืนหนึ่งหลังเลิกงาน ฝนตกหนัก รถติด แอมเสนอให้ไปกินข้าวร้านข้าวต้มข้างตลาด “ฉันเลี้ยงเองนะวันนี้”
เคนหัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ถ้าอยากเลี้ยงวันหลังผมขอเป็นชานมไข่มุก”
แอมอมยิ้ม ก้มหลบสายตา เสียงฝนขลุกขลักกลางโต๊ะไม้ “เคน เคยเสียเพื่อนไปเพราะทำอะไรไม่ได้ดั่งใจไหม”
เคนอึ้งไปนาน ก่อนค่อยๆ เอ่ย “มันเป็นเรื่องที่ผมคิดถึงบ่อยเลยครับ” บรรยากาศเงียบขรึมกว่าทุกวัน
วันถัดถึงเสาร์ เคนนั่งลุยงานต่อที่ออฟฟิศ แอมเข้ามาช่วย ทั้งคู่หัวเราะกับข้อผิดพลาดเล็กๆ ที่ค่อยปลดล็อกบรรยากาศแปลกแยกในทีมได้
แต่ความสัมพันธ์ยังไม่ก้าวหน้าไปกว่านั้น หลายคืนต่อมา เคนเห็นแอมเดินออกจากออฟฟิศดึก เขากำลังจะทัก แต่แอมกลับรีบเดินหนี เคนยืนมองฝนตกไม่รู้จะทำอย่างไรดี
ไม่นานหลังจากนั้น แอมมีท่าทีห่างเหินขึ้นทุกวัน เคนพยายามชวนคุยแต่ก็เหมือนเดิม “ฉันแค่อยากกลับบ้านเร็วๆ” เสียงเธอติดแข็งและสั้นกว่าปกติ
เคนไม่ได้ถามต่อ เขารู้ดีว่าเขาก็เคยเป็นแบบนั้น—กลัวการเปิดใจ กลัวถูกปฏิเสธ
โปรเจกต์ใกล้เสร็จ ระหว่างที่พวกเขาต้องเตรียมพรีเซนต์ให้ลูกค้า แอมเผลอบ่นว่าเครียดกับบ้านแม่ป่วย ไร้ญาติพี่น้องช่วยเหลือ เคนรับฟังเงียบๆ จนเธอโพล่งเบาๆ ทั้งน้ำตา “ถ้าฉันทำอะไรผิดร้ายแรง เธอจะยังยกโทษให้ไหม”
เคนอึ้ง ช้าๆ ยกมือไปวางบนหลังมือแอม ลังเลแต่สุดท้ายก็วาง “ถ้ามันเป็นเรื่องอดีต ผมก็เคยผิดเหมือนกันนะ”
แอมยิ้มเจื่อนแต่เบนหน้าหนี เธอไม่ได้เปิดเผยอะไรเพิ่มเติม
คืนวันเสาร์ เคนตัดสินใจกลับไปเยี่ยมแม่ หลังเผชิญหน้ากันด้วยบรรยากาศกระอักกระอ่วน เขาได้ยินแม่พูดเบาๆ ว่า “ลูกไม่จำเป็นต้องกลับมาเพราะใครสักคนหรอก ขอแค่ยังรักตัวเองก็พอ”
เขากลับกรุงเทพฯ ด้วยใจที่สับสน วันที่ฝนตกหนัก เขากลับเจอแอมนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องทำงาน
เสียงสะอื้นกับความเงียบทำให้เคนตรงเข้าไปนั่งข้างๆ ไม่พูดอะไร ปล่อยให้เธอพูดก่อน
“ฉันโกหกลูกค้าเรื่องงานนี้” แอมเงยมองเหมือนขอการให้อภัย “ฉันกลัวโดนไล่ออก…กลัวทุกคนจะผิดหวัง”
เคนนั่งนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจ “ทุกคนเคยทำผิดทั้งนั้น ไม่มีใครไม่เคยกลัว ผมให้โอกาสตัวเอง คุณก็ควรให้โอกาสตัวเองเหมือนกัน”
แอมสะอื้นแรงขึ้น เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนี้กับเธอมาก่อน
วันจันทร์โปรเจกต์ต้องส่ง เคนตัดสินใจยอมรับความผิดกับหัวหน้าแทนแอม “ความผิดผมมีส่วนรับผิดด้วยครับ” หัวหน้าทำหน้างง แต่สุดท้ายก็เข้าใจความจำเป็น
แอมเดินออกจากห้องประชุม น้ำตาคลอ เคนมองตาม ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไงต่อ
หลายวันผ่านไป แอมขอลาพัก เคนใช้เวลาทบทวนกับตัวเอง ตัดสินใจเริ่มต้นใหม่กับครอบครัว กล้าโทรศัพท์และพูด ‘ขอโทษ’ กับแม่ด้วยน้ำเสียงจริงใจเป็นครั้งแรกในรอบปี
เย็นหนึ่ง เคนนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟข้างตลาด เห็นแอมเดินกางร่มเข้ามา “รำคาญเสียงฝนเนอะ” เธอว่า สายตาอบอุ่นขึ้นกว่าทุกวัน
“วันนี้ฝนไม่ได้แย่นะครับ มันทำให้เราหยุดคิดหลายอย่าง…” เคนมองเธอตรงๆ “ขอบคุณที่กลับมาคุยกันนะ”
แอมเงียบ “เราไม่ได้เหมือนเดิมแล้วนะ”
“ผมไม่อยากให้เหมือนเดิมหรอก ผมอยากเริ่มใหม่…ด้วยกัน” เสียงเขาสั่นเบาๆ
แอมยิ้มกับน้ำตา ปล่อยให้ความเงียบแฝงความหมายของการให้อภัย เหมือนฝนที่ซาเบาในเย็นวันนั้น และในที่สุด พวกเขาก็เดินออกไปร่วมกันสู่ถนนสายใหม่ ภายใต้ลมหายใจของฤดูฝน