ภารกิจซ้อนซวย: ชมรมสืบสวนสุดป่วน!
เสียงระฆังโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านชายเมืองดังขึ้น พีทรีบเดินกระแทกประตูห้องชมรมสายสืบ ผมเผื่อเวลาเป๊ะสำหรับการเป็นประธานใหม่ “ทุกคน! ของว่างเราหายไปอีกแล้ว!” เขาประกาศ หยิบถุงขนมวางกลางโต๊ะ มีเพียงเศษน้ำตาลกับกลิ่นถั่วเหลืออยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ลิซ่าที่นั่งจดอะไรยิกๆ เงยหน้าจากสมุด “บางทีอาจจะลืมซื้อมาเองมากกว่ามั้ง เราตรวจสอบบิลเรียบร้อยแล้วนะ”
“เป็นไปไม่ได้!” พีทพูดอย่างมั่นใจเกินเหตุ “ขนมมันต้องมีคนขโมย แก๊งนี้แกล้งกันแน่ๆ แล้วถ้ามีหัวขโมยในโรงเรียนเราล่ะ?”
แมน นักเรียนเข้าใหม่ในชมรม พูดตรงๆ “โทษทีนะพี่ แต่ที่ชมรมอื่นขนมหายก็มี พวกนั้นไม่ประชุมกันจริงจังขนาดนี้เลย”
“ใช่ แต่เราไม่เหมือนชมรมอื่น เราต้องหาคนร้ายให้ได้ จำไว้!” พีทตบโต๊ะ พยายามสร้างความฮึกเหิม ลิซ่าทำหน้าเหมือนอยากจะกลับบ้าน แมนยักไหล่เบื่อๆ
หลังประชุม พีทเดินตรวจที่โถงทางเดิน ปากก็บ่น “ถ้าพวกเราทำได้ หัวหน้าอาจารย์ต้องชมแน่” ขณะนั้นเขาเจอกลุ่มเด็กชายสามคนวิ่งหนีกระหืดกระหอบ คนหนึ่งถือขนมยัดปาก
“เฮ้ย! หลักฐานชัด!” พีทรีบคว้าโทรศัพท์ถ่ายรูปตามสัญชาตญาณสายสืบ กล้องไม่ติดซะงั้น ลิซ่ามองแล้วถอนใจ “บางทีเขาอาจไม่ได้ขโมยจากชมรมเราก็ได้”
พีทยืนยันแบบไม่ฟังใคร “จากนี้ไปเราต้องวางแผนวิเคราะห์ช่องโหว่ของห้องชมรม!” ลิซ่าพยายามจดสิ่งที่ต้องทำแต่ความคิดฟุ้ง แมนแค่ลากเก้าอี้กระแทกเสียงดัง เหมือนอยากจะทำให้ประธานรู้ว่ารอบนี้เริ่มเยอะเกินเบอร์
วันต่อมา พีทตื่นสาย รีบมาถึงโรงเรียน ตกใจที่เห็นคุณลุงภารโรงนั่งเซ็งอยู่หน้าประตูชมรม “มีคนขนขยะหน้าห้องชมรมพวกนายเมื่อคืน หวังดีแต่เอามาทิ้งผิดที่น่ะ” คุณลุงถอนหายใจ พีทมั่นใจเองอีก “นักโทษขนมคงกลัวพวกเราจับได้ เลยส่งสัญญาณขู่!”
ลิซ่าพยายามอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผล “เขาอาจแค่สับสน วันก่อนยังเอาขยะลงผิดชั้นอยู่เลย”
แมนยิ้มเยาะๆ “หรือชมรมเรานี่แหละตัวแสบ ชอบโทษคนอื่นไปทั่ว” พีททำหน้าชะงักแต่ไม่ยอมรับ
พอพักเที่ยง ทั้งสามนั่งกินข้าวที่ตลาดชุมชนหลังโรงเรียน เพื่อตั้งวงถกปรึกษา น้องหญิงร้านข้าวแกงเดินมาทัก “จะเพิ่มแกงไก่มั้ย? หรือหาขนมหายอยู่?”
พีทรีบเล่าเป้าหมายให้ทุกคนฟังราวกับเป็นงานราชการ แมนส่ายหัว “ถ้าเมื่อวานขนมหาย แสดงว่าคนร้ายยังวนเวียนแถวนี้ เราต้องซุ่มดู!”
ลิซ่าหน้ากังวล “จริงเหรอ มันจะใช่ระดับนั้นเหรอ เราแค่เสียขนมไม่กี่ชิ้นเองนะ…จริงไหม?”
พีทไม่สนเสียงค้าน “คืนนี้ เราต้องแบ่งหน้าที่จดบันทึก จับตาดูร้านขนม เดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้ผลสรุปแน่”
คืนนั้น พีทตื่นเต้นจัด แอบโทรศัพท์คุยรายละเอียด แมนตอบกลับเสียงอู้อี้ “เพิ่งมากินหมูปิ้ง ยังจะต้องนอนสนามเด็กเล่นเฝ้าร้านขนมอีกเหรอ”
ลิซ่าเปิดประเด็นความกลัว “นี่มันจะกลายเป็นการบุกจับคนบริสุทธิ์รึเปล่า” แต่พีทมั่นใจ “ความจริงจะปรากฏพรุ่งนี้!”
วันรุ่งขึ้น ทั้งสามคนดูล้าๆ ตาแดงก่ำ เดินปะปนในตลาดชุมชน ไล่ถามร้านขายลูกชิ้น ร้านไข่เจียว ยังไม่พบอะไรทั้งสิ้น
สุดท้ายร้านซาลาเปาเล็กๆ คุณยายเจ้าของร้านมองเด็กทั้งสามที่พูดจาแปลกๆ ด้วยสายสงสัย “หนูหาคนขโมยขนมเหรอจ๊ะ หรือหาขนมที่ขโมย?”
แมนฉวยจังหวะนี้ “เอ่อ ยายเคยเห็นใครถือขนมถั่วเคลือบเดินไปทางโรงเรียนปะครับ?”
คุณยายขำ “มีแต่พวกหนูเนี่ยละเดินวนไปวนมา แต่ถั่วเคลือบคุณยายไม่ได้ขายมากว่าสองอาทิตย์แล้ว”
ลิซ่าสูดลมหายใจ “หรือ… เราจะเข้าใจผิดทั้งหมด?”
พีทไม่ยอมแพ้ ยังฝืนความคิดเดิม “แต่รูปที่ผมถ่าย… เอ๊ะ รูปหาย! โทรศัพท์ผมหาไม่เจอ!”
ทั้งสามวิ่งพล่านกลับไปที่โรงเรียน สำรวจซอกมุมห้องชมรม ลิซ่าพบบันทึกที่นั่งของตัวเอง กับปากกาเม็ดถั่วติดอยู่ “มันจะเป็นของพี่เองหรือเปล่า?”
แมนจับประเด็น “แต่เมื่อคืนฉันเห็นแกกินถั่วเม็ดนี้เองนะ แล้วก็ลืมล้างมือ…”
พีทหน้าแดงอาย “ไม่จริง! ไม่มีทาง!” แต่ความจริงออกมาชัดว่า ขนมที่หายคือขนมที่พีทกินเองและลืมไว้เสียเอง ขณะที่มัวแต่โทษคนอื่นทั้งโรงเรียน
ทั้งหมดนั่งเงียบ พีทถอนหายใจแรง ลิซ่าก้มหน้านิ่ง แมนกลั้นขำไม่ไหว
แต่แล้ว ด้วยความไร้แผนของพีท ทั้งสามกลายเป็นที่รู้จักในตลาดชุมชน ร้านค้าต่างคุยกันว่ามี ‘สายสืบเด็กมัธยม’ แวะเวียน พอเด็กๆ เดินผ่าน กลับมีร้านขนมให้ขนมทดแทนเต็มมือ
ลิซ่าพูดเบาๆ “บางทีปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ขนมหายหรอกนะ แต่เรามีกันและกันนี่ไง”
พีทยิ้มขื่นๆ “ก็… ต่อไปผมจะตรวจสอบโต๊ะตัวเองก่อนกล่าวหาใครแล้วกัน”
แมนเอาขนมโยนเข้าปาก “รอบหน้าสืบอะไร ขออย่างเดียว อย่าให้ต้องอดนอน”
เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในอากาศอุ่นเย็นของตลาดยามเย็น เด็กสามคนเดินกลับโรงเรียน อารมณ์ดี แม้จะยังงงๆ ว่าตัวเองกำลังจะมีภารกิจสายสืบวุ่นๆ อะไรอีกในวันต่อไปก็ตาม
ขณะเดินจากไป คุณยายซาลาเปายังตะโกนไล่หลัง “ถ้าหนูเสียขนมอีก คราวนี้ยายจะเป็นสายสืบแทนแล้วนะ!”
ทั้งสามหัวเราะใส่กัน เสียงพีทตบหลังแมนเบาๆ “รอบหน้าผมจะให้แมนเป็นหัวหน้าครับ!”
แมนทำท่าจะหนี “ไม่เอา! ให้ลิซ่าเถอะ ผมขอแค่ของว่างจริง ไม่เอาปริศนา!”
ทั้งสามเดินหายลับไป ยังมีเงาของมิตรภาพและเสียงหัวเราะตามหลัง เป็นวันธรรมดาที่อบอุ่นวุ่นวายอีกวันหนึ่งในชุมชนฝั่งโรงเรียน