ชมรมไข่ดาวป่วนชีวิต
เสียงกริ่งโรงเรียนดังสนั่นท่ามกลางแสงแดดยามเช้า แต่แล้ว ฝุ่นกับเหมียวก็วิ่งมาตามสนามหญ้าด้วยหน้าตาตื่นอกตื่นใจ เหมียว สาวร่างเล็กช่างเจรจา เธอยื่นใบสมัครชมรมแบบลายมือสั่น ๆ ให้ฝุ่นดู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เหมียว: “ฝุ่น ๆ เราต้องทำให้สำเร็จนะ ครั้งนี้ชมรมไข่ดาวต้องเกิด!”
ฝุ่นหนุ่มรูปร่างท้วมที่ชอบคิดมากเกินจำเป็น ถอนใจ แต่ในใจรู้ว่าชีวิตตัวเองขาดแรงผลักดันต้องการอะไรแบบนี้
ฝุ่น: “เหมียว ไข่ดาวมันจะเจ๋งขนาดก่อตั้งชมรมเหรอ?”
เหมียว: “ถ้าตั้งชมรมไข่ต้ม มันจะดูน่าเบื่อน่ะสิ! ไข่ดาวให้พลัง…รู้ปะ!”
ตอนนั้นเอง ทิด หนุ่มผอมสูงผู้มั่นใจเกินเหตุเดินจ้ำเข้ามา คว้ากระเป๋าโยนลงพื้นแล้วพูดในทำนองประกาศศักดา
ทิด: “ฉันฝันเมื่อคืน ไข่ดาวกำลังพูดกับฉัน! บอกว่าถ้าตั้งชมรม จะได้เป็นคนที่โรงเรียนรัก!”
เหมียว: “ทุกคนก็ฝันเหมือนกันหมดใช่ปะ!”
ฝุ่นหัวเราะแบบไม่เต็มเสียง เกือบจะเชื่ออยู่แล้วถ้าไม่มีเสียงแสบหูแทรกขึ้นมา
ธัญ ญ. หัวหน้าห้อง ผู้พูดทุกอย่างด้วยโทนสงบเสมอจนน่าระแวง เดินเข้ามาพร้อมเอกสารแน่นหนาราวกับเตรียมประชุมรัฐสภา
ธัญ ญ.: “ขอยืมหูฟังหน่อย จะได้ฟังเสียงไข่ดาวพวกนายด้วย”
ทั้งหมดหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า แล้วทั้งสี่คนก็เริ่มวางแผนตั้งชมรมไข่ดาวทันทีโดยมั่นใจผิด ๆ ว่าโรงเรียนอยากได้ชมรมนี้พอดี
วันถัดมา พวกเขาเดินเข้าสำนักงานกิจกรรมด้วยความมาดมั่น ทิดเดินเข้าไปคนแรก พูดเสียงดัง
ทิด: “ครับ ผมจะขอตั้งชมรมไข่ดาวเพื่อสุขภาพ!”
ครูพูน เพิ่งยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ รีบวางแก้ว กระแอม แล้วจ้องหน้าพวกเขาราวกับว่าฟังผิด
ครูพูน: “ขอโทษนะ เมื่อกี้ว่ายังไงนะ? ชมรมไข่ดาว? แน่ใจหรือว่ามีประโยชน์กับโรงเรียน?”
ฝุ่นรีบเสิร์ฟเหตุผลพร้อมใบสมัคร
ฝุ่น: “ไข่ดาวให้พลังงาน จำเป็นต่อการเติบโต ชมรมเราจะให้ความรู้เรื่องโภชนาการ…แล้วก็ เอ่อ…มีเวิร์กช็อปศิลปะการทอดไข่ดาวด้วยครับ”
ธัญเดินเข้าไปกระซิบกับทิดเบา ๆ
ธัญ: “ไข่ดาวศิลปะเหรอ? จะมีภาพวาดดาวไข่เต็มกำแพงโรงเรียนไหมเนี่ย”
ครูพูนทำหน้านิ่งเหมือนยังประมวลผลไม่เสร็จ ก่อนจะพูดอย่างเป็นทางการ
ครูพูน: “โอเค ๆ ไปหาเหตุผลเพิ่ม พรุ่งนี้มานำเสนอนะ ถ้าโรงเรียนเห็นด้วยก็ให้จัดกิจกรรมได้”
ทุกคนดีใจ หัวเราะระเบิด หารู้ไม่ว่าปัญหากำลังจะวิ่งชนเต็มที่
ตลอดคืนนั้นทั้งสี่คนเถียงกันเรื่องเหตุผลของชมรม เหมียวเสนอรณรงค์ ‘ไข่ดาวไม่มีคอเลสเตอรอล’ (ซึ่งไม่จริง) ทิดขุดเรื่องไข่ดาวกับพลังจิต ฝุ่นก็เตรียมสไลด์ด้วยไวยากรณ์พิสดารจนยากแก่การเข้าใจ ขณะที่ธัญพยายามดึงสติทุกคนแต่ตัวเองก็เงียบ ๆ ไปทุกทีที่เรื่องเริ่มงง
รุ่งเช้าต่อมา ครูใหญ่เดินผ่านหน้าอาคารกิจกรรม ถามอย่างสนใจ
ครูใหญ่: “มีอะไรใหม่ ๆ ในโรงเรียนบ้าง?”
ครูพูน: “ปีนี้มีเด็กจะตั้งชมรมไข่ดาวครับ…”
ครูใหญ่เลิกคิ้วนิด ๆ
ครูใหญ่: “แน่ใจนะว่าไม่ใช่ธุรกิจแอบแฝงขายอาหารในโรงเรียน?”
คำพูดนี้เองที่เป็นชนวนเข้าใจผิด โรงเรียนเริ่มระแวงความหมายของ ‘ชมรมไข่ดาว’ ขึ้นมา โดยไม่รู้ว่านักเรียนทั้งสี่แค่ตั้งใจทำอะไรขำ ๆ
ในขณะเดียวกันแก๊งทั้งสี่คนก็กำลังเดินแผนเวิร์กช็อปครั้งแรก ทิดเตรียมกระทะ เหมียวเตรียมหมวกเชฟ ฝุ่นยืมไก่การ์ตูนจากคลับศิลปะมาช่วยสร้างสีสัน
ทิด: “เอาละ! วันนี้จะมีโชว์ทอดไข่ดาว 18 สไตล์ เดี๋ยวฉันเป็นผู้บรรยาย ส่วนเหมียวเป็นมือทอด ฝุ่นเป็นฝ่าย PR ธัญขอให้คอยตรวจสอบไข่ก่อนทุกฟอง!”
ธัญถอนหายใจในจังหวะที่เหมียวกำลังครุ่นคิด
เหมียว: “ไข่ 18 ฟองจะพอไหมเนี่ย ถ้าไข่จะแตกก็ขอให้แตกบนกระทะนะ”
ฝุ่นวุ่นวายกับการทำโปสเตอร์ข้อความกำกวมว่า ‘ไข่ดาว: เสริมโชค เสริมชีวิต’ ติดไปทั่วโรงเรียน
วันโชว์จริง เก้าอี้ถูกจัดแบบลวก ๆ อุปกรณ์เต็มไปด้วยไข่ กระทะ ช้อน และสูตรลับที่แต่ละคนไม่ยอมบอกอีกฝ่าย ตั้งใจให้เป็นเซอร์ไพรส์
นักเรียนหลายคนเดินผ่านไปผ่านมาอย่างสนใจ มีบางคนถามกับความสงสัย
มิน: “ตกลงไข่ดาวพวกเธอมีขายไหม?”
เหมียว: “ของแบบนี้ต้องเข้าชมรมถึงจะได้ลองนะ”
ทิดเสริม: “ไข่ดาวดี ๆ ต้องเข้าใจจิตวิญญาณมันก่อน ซื้อไม่ได้หรอก!”
ฝุ่น: “ถ้าอยากกิน ไว้วันไหนแจกฟรีจะบอกนะ… ถ้ามันแจกได้จริง”
ธัญเงียบ ๆ มองโปสเตอร์ที่พิมพ์ผิดว่า ‘เข้าชมรมไข่ดาว ชีวิตคุณจะไม่เหมือนเดิม’ แอบอดอมยิ้มไม่ได้
แต่ภายในสำนักงาน มีข่าวลือเกี่ยวกับชมรมไข่ดาวแพร่ไปอย่างรวดเร็วว่าเด็กพวกนี้อาจเปิดธุรกิจลับ หรือขายไข่ปลอม เพราะไข่หายจากโรงอาหารบ่อยผิดปกติ
ผู้บริหารเริ่มเชิญครูพูนมาถาม รับมือด้วยความสับสน
ครูพูน: “ผมก็ยังไม่รู้เลยว่าเด็กกะจะขายอะไร…พวกเค้าพูดเหมือนจะสอนทอดไข่ ดาวยังมีจิตวิญญาณด้วยนะครับ”
ครูใหญ่ทำหน้าสับสน
ครูใหญ่: “ไข่ดาวมันมีจิตวิญญาณด้วยเหรอ”
บ่ายวันนั้น ขณะที่ชมรมไข่ดาวกำลังชุมนุม มีคณะกรรมการฝ่ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง ประกาศจะขอตรวจสอบทุกอย่าง
ฝุ่นสะดุ้ง จนไข่สองฟองกลิ้งหล่นจากโต๊ะ
เหมียว: “อุ๊ย! นี่ ๆ อย่าให้แตกบนพื้นนะ เดี๋ยวของหมด!”
ทิดพยายามกลบเกลื่อนยืนบังกล่องไข่ หันไปกะซิบกับธัญ
ทิด: “นายเคยเห็นใครขโมยไข่แล้วแจกฟรีไหมเนี่ย”
ธัญ: “ถ้าโดนจับได้ เราจะลงหน้าเว็บโรงเรียนในฐานะผู้ต้องหาคดีไข่ดาวนะ”
เมื่อกรรมการเจอไข่จำนวนหนึ่ง ก็เริ่มซักถาม
กรรมการ: “จะบอกได้ไหมว่าเอาไข่มาจากไหน”
ฝุ่น: “ของผมได้มาจากแม่ค้าข้างโรงเรียนครับ ซื้อเองด้วยเงินส่วนตัวเลย”
เหมียว: “ของหนูค่ะ คุณยายให้มาตั้งแต่เช้า!”
กรรมการมองไปมองมาแล้วยิ่งมั่นใจผิด ๆ ว่าเด็กพวกนี้กำลังเปิดตลาดไข่ลับ ๆ
ทุกคนเริ่มเถียงกันว่าไข่ใครถูกกว่า ใครสด ใครมีวิชาชีพ และใครใช้ฟองปลอม ธัญนั่งฟังจนอึดอัด จึงแทรกขึ้นมา
ธัญ: “ขอโทษค่ะ แต่เราทำเพื่อความสนุก ไข่ดาวเป็นเพียงกิจกรรม ไม่มีอะไรแฝง”
แต่กรรมการกลับมองเหมือนธัญแค่กลบเกลื่อน
กรรมการ: “ระวังนะ! เดี๋ยวเราจะสืบต่อว่าชมรมนี้มีผลประโยชน์แอบแฝงหรือเปล่า”
เหมียวกับฝุ่นหน้าเสีย ส่วนทิดเริ่มคิดเองเออเองว่าถ้าชมรมถูกจับจริง ๆ เขาอาจจะได้ลง Guinness จริง ๆ ก็ได้ (แต่ในฐานะชมรมไข่ดาวถูกจับครั้งแรกของโลก)
ความวุ่นวายเริ่มบานปลาย ครูใหญ่เรียกประชุมด่วน ท่ามกลางความมึน
ทุกคนมองหน้ากันอย่างสิ้นหวัง ฝุ่นกระซิบกับเหมียว
ฝุ่น: “หรือเราจะยุบชมรมดี ปัญหามากเหลือเกิน…”
เหมียว: “ไม่ได้! เดี๋ยวไข่ดาวจะอาฆาตเอา!”
ทิดตบหลังฝุ่นเบา ๆ
ทิด: “ฉันเชื่อว่าจะรอดนะ ดาวนำทาง ฉันฝันเมื่อคืนว่าไข่ดาวจะช่วยเราแก้ปัญหาเอง”
ธัญยิ้มแหย ๆ พลางพูดเบา ๆ ว่า “อย่าฝันร้ายละกันนะ”
วันประชุมมาถึง ทุกคนต้องนำเสนอหน้าครูใหญ่อีกครั้ง เพื่อตอบข้อสงสัยทุกอย่าง
ฝุ่นหน้าเครียด เหมียวอธิบายจนลิ้นพัน ทิดอ้างวิญญาณไข่ดาว ธัญท่องเหตุผลง่าย ๆ เป็นระยะ ๆ
ครูใหญ่ถามตรง ๆ
ครูใหญ่: “ทำไมต้องเป็นไข่ดาว?”
ทิดดูดนิ้วคิดพักหนึ่งก่อนจะพูดดังลั่น
ทิด: “เพราะทุกเช้า ตอนชีวิตเค็ม ๆ หรือไหม้ ๆ ไข่ดาวยังทำให้กินข้าวได้อร่อยเหมือนเดิม…”
บรรยากาศเงียบ, แล้วอยู่ดี ๆ ครูพูนหัวเราะ ทุกคนมองหน้ากันงง ๆ
ครูพูน: “ก็จริงนะ ฉันเองบางทียังต้องมีไข่ดาวให้ชีวิตมันไม่จืด…”
เสียงหัวเราะดังขึ้น ต่อด้วยทุกคนเริ่มรีแลกซ์ กรรมการเปลี่ยนความคิด กลับมองว่าชมรมนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ครูใหญ่หัวเราะส่ายหน้า
ครูใหญ่: “งั้นขอให้ชมรมไข่ดาวอยู่ได้ แต่ถ้ามีตลาดไข่จริง ๆ เมื่อไร จะโดนจับแน่!”
เหมียวชูหมวกเชฟขึ้นหัว ทิดบรรยายอะไรเรื่อยเปื่อย ฝุ่นหัวเราะน้ำตาเล็ด ขณะที่ธัญหันมาพูดเสียงเรียบ
ธัญ: “สรุป… ไข่ดาวทำให้ทุกคนในโรงเรียนคุยกันมากขึ้นนะ”
ฝุ่นเสริม “ปีหน้าจะจัดประกวดศิลปะไข่ดาวด้วยนะ!”
ครูพูนแกล้งถาม “แต่ห้ามวาดไข่ต้มเด็ดขาด”
เสียงหัวเราะครื้นเครงปิดฉากโรงเรียนวันนั้น ท่ามกลางโปสเตอร์เตือนใจ ‘ไข่ดาว: มีมากกว่าแค่เมนูอาหาร’