ปฏิบัติการเปิดร้านติ่มซำ ฉบับวุ่นรักสองซี้
เสียงก๊อกแก๊กเพิ่งจางลง ออมเดินตัวปลิวถือฝาหม้อนึ่งที่ยังเย็นอยู่ ถึงหน้าแผงว่างในตลาดเช้าชุมชน “บอส! นายแน่ใจนะว่านี่คิดดีแล้ว? ติ่มซำไม่ใช่ข้าวมันไก่นะเว้ย”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!บอสยืนกอดอก ใบหน้าเคร่งขรึมขยับแว่นขึ้นเล็กน้อย “นายคิดว่าไข่เค็มต้องใช้น้ำต้มร้อนเพื่อขายได้สินะ ฉันว่ามันเหมือนกันแหละออม คือ…ของร้อนคนกินเช้าไง”
ออมหัวเราะถากถาง “แปลว่าเมื่อเช้าเราควรขายโจ๊กหรืองั้น? สองเดือนที่แล้วนายก็แนะนำไข่ลวกแต่ตู้ปิ้งไฟฟ้าละลาย!”
บอสรีบตอบเสียงเบา “ไม่เหมือนกัน! ฉันคำนวณแล้ว ร้านติ่มซำไม่มีในตลาดนี้ มีแค่ข้าวแกงกับปาท่องโก๋ไง โอกาสทอง!”
ออมเสริมด้วยแค่พยักหน้าก่อนลากถาดนึ่งติ่มซำพลาสติกออกมา “แถมแม่ของนายยังให้ทุนด้วย เราจะล้มเหลวให้เจ๊อ้อข้างร้านหัวเราะเยาะไม่ได้”
เสียงเจ๊อ้อดังสวนมาแต่ไกล “พวกหลานรอดูเถอะ ขายไม่ถึงเที่ยง ติ่มซำกลายเป็นหมั่นโถวแห้งแหงแก๋แน่นอน!”
บอสสบตาออมยิ้มแห้ง ๆ แล้วหันไปซุ่งจัดโต๊ะทั้งที่ยังไม่ได้วางแผงให้เข้าที่ พอออมจะยื่นผ้าเช็ดโต๊ะให้ ดันทำถาดลื่นครืด “เฮ้ย! บอส! ช่วยจับหน่อยดิ…โอ๊ย!”
ปัง! ติ่มซำร่วงกระจาย หนึ่งลูกกลิ้งเข้าใต้ขาเด็กน้อยลูกค้าวัยห้าว ผู้ซึ่งรีบคว้าขนมจีบเข้าใส่ปากแล้วร้อง “แม่! มันเผ็ด!”
แม่ค้าเตี๋ยวซึ่งอยู่แถวตรงข้ามชะโงกมาดู “เอ๊ะ…ไหนติ่มซำไส้หมู ทำไมในลูกนี้มันเผ็ด? พ่อหนุ่ม ใส่อะไรผิดหรือเปล่า?”
บอสหันมองออม หน้าเริ่มเครียด “นายหยิบพริกป่นใส่แทนงาขาวเหรอ?”
ออมยักคิ้ว “มันวางถุงเดียวกัน ฉันคิดว่ากลิ่นเหมือน…แบบใหม่ ละกันเนอะ”
เสียงหัวเราะกรุ่นจากแม่ค้าข้างแผง แผน “ติ่มซำสูตรพิเศษ” ของออมเริ่มเป็นที่ลือในตลาดในจังหวะที่ลูกค้ากลุ่มแรกแอบมอง ๆ แล้วแอบเมาท์
บอสยิ้มเก้อ หน้าเริ่มซีด “เอาน่า เริ่มใหม่ เอาติ่มซำใหม่ใส่ลังนึ่ง พวกเราต้องดูโปรเฟสชันนัล”
…
ฉากเวลาผ่านไว ติ่มซำล็อตใหม่เกือบออกจากลังนึ่ง แต่ทั้งสองดันเถียงกันเรื่องอุณหภูมิ ออมมั่นใจตั้งเบอร์เกินเหตุ บอสกดเข้าโหมดอุ่นแทน มันเลยทั้งแฉะทั้งเย็น บรรยากาศวุ่นวายเจ๊อ้อแอบขำ “จะขายของหรือจะเล่นว่าวเนี่ย เบามือหน่อยน้อง!”
ออมหันมาส่งยิ้ม “เจ๊อย่าหลอกล้อพวกผม เดี๋ยวจะได้ชิมฝีมือ”
จังหวะนั้น ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดสูทบางเดินตรงมาที่ร้านอย่างมาดมั่น “ขอแซมเปิลฟรีหน่อยค่ะ จะเอาไปทดสอบ”
บอสหน้าเหลือง รีบหันซ้ายหันขวา ตอบเสียงกลัว “คือ…กินเลยได้ไหมครับ ยังไม่ชัวร์ ไส้สุกหมดหรือเปล่า”
หญิงชุดสูทกะพริบตางง “หมายถึง…ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง?”
บอสหลุดพูดจริงใจ “ครับ…มัน…เสี่ยงนะครับ” ออมแทรก “เอาเถอะ พี่กินได้แน่ ๆ ผมชิมมาแล้ว”
หญิงชุดสูทจิ้มขนมจีบเซ็ง ๆ แล้วเดินจากไป หันกลับมาคำราม “ฉันกลับมาตรวจอีกทีนะ!”
ออมตบหัวไหล่บอสเบา ๆ “นายว่าคนนั้นคงเป็นผู้ตรวจสุขาภิบาลใช่ไหม ดูน่ากลัวจัง”
บอสพึมพำ “ถ้าเป็นจริงๆ ฉันไม่ไหวแน่ เราต้อง…ซ่อนติ่มซำรุ่นทดลองก่อนดีไหม?”
เสียงเจ๊อ้อเรียก “มีผู้ตรวจเหรอ? เออ…ตลาดนี้นี่นะ!”
…
ลูกค้าคนถัดไปเข้ามาช่วยกันซักไซ้ เริ่มตั้งแต่ถาม “ใส่นมวัวมั้ย? แพ้นมวัว” บอสรีบตอบ “ไม่มี!” ทั้งที่ไม่มั่นใจชัวร์ ออมสวน “ไส้ทุกอย่างไม่แน่ แต่อร่อยหมดครับ”
เด็กน้อยยืนดู เลือกติ่มซำอย่างระวัง ถาม “อาเฮีย ใส่นกกระทาด้วยเหรอ?” ออมทำหน้าเจื่อนๆ “ลูกไหนก็ได้ เลือกเลย เอ่อ…เราไม่มีนก ไม่ต้องกลัว”
บอสมองหน้าออมพูดเบา ๆ “นายจำใจต้องพูดความจริงได้มั้ย”
ออมถอนหายใจ “ฉันอยากพูดให้ดูเท่ ก็ดันลืมสูตรหมดเลยอ่ะ”
เจ๊อ้อเดินมาหา ยื่นกล่องขนมจีบของร้านตัวเอง “จำเป็นต้องลองแบบจริงจังไหม พี่ให้สูตรก็ได้ จะได้ไม่อายคนทั้งตลาด”
บอสหน้าขึ้นสี “จะดีเหรอครับ ไม่เอาหรอก พวกผมจะประยุกต์เอง!”
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ออมดัง สนทนากับแม่ที่โทรเตือน “อย่าลืมใส่แป้งเยอะ ๆ นะลูก” ออมรับสายแล้วตอบ “ใช่ครับ ใส่แป้งเยอะ ไส้น้อย ๆ…เอ๊ะ ไม่ใช่นี่!”
บอสถอนใจเงียบๆ “นายฟังที่แม่พูดหรือเปล่าวะ”
…
เวลาล่วงเลย กลุ่มวัยรุ่นมาซื้อขนมจีบ อยากได้รสใหม่ ออมกับบอสรีบโชว์ติ่มซำสูตรแปลกแจกชิม คนหนึ่งอึ้งถาม “นี่คือ…? หรือว่าข้าวเหนียวราดซอส?”
บอสยืนขึงใจ “ติ่มซำฟิวชั่นไง รสชาติใหม่! ชวนไขว้” ออมเกทับ “ตลาดไหนก็ไม่มีแบบนี้ ถ้าไม่ชอบ คืนเงินแต่อย่าด่าว่าแปลก”
เด็กสาวส่ายหน้าขำ “เจอแล้ว ติ่มซำที่มีรสข้าวมันไก่ใส่ขิง! พี่เอามาจากไหน?”
บอสเถียงเสียงเบา “ข้าวมันไก่เป็นอาหารประจำชาติ” ออมรีบสวน “ดังนั้นควรใส่ในติ่มซำ!”
เจ๊อ้อปาดเข้า “บ้าไปแล้ว ร้านนี้ใช้นโยบายอะไร?”
…
ขาประจำนักเรียน ติดใจเอฟเฟคติ่มซำสีส้มจี๊ดซึ่งกลายเป็นมีผลลุ้น (จากการโดนขิงจัดกับพริกป่น) จนกลายเป็นของเล่นประจำชั่วโมงเช้า เด็กคนหนึ่งหัวเราะ “พี่ครับ เอา 2 ลูก ต้องมีรสเผ็ด!”
บอสเริ่มกังวล “เอานี่จริงจังเลยเหรอ ใครกินบ้าง?” ออมตอบ “เขาอยากลุ้น นายจะหยุดกระแสตูนั่นยังไง”
บอสขมวดคิ้ว “มันเสี่ยงเจ๊งมากกว่าจะดังนะ”
ออมมองบอส “ถ้ากล้าเราก็ต้องกล้าให้สุด ไม่มีคนไหนไม่กลัวความแปลกใหม่!”
…
ข่าวลือเรื่องติ่มซำลุ้นโชคเริ่มแพร่ไปถึงหูแม่ค้าร้านขนมถัดไปที่ไปแซวกันว่า “เนี่ย ลูกจะกินหรือจะเสี่ยงทาย” จู่ๆ ก็มีชายสูงวัยสวมหมวกเดินสำรวจทั่วตลาด
ออมหวั่นใจ “บอสนายว่า…นั่นใช่ผู้ตรวจจริงๆ ไหม?”
บอสตอบ “อาจใช่! ซ่อนติ่มซำรุ่นทดลองเร็ว!”
ในขณะที่ทั้งสองหลบๆ ซ่อนๆ คนแก่ก็มาหยุดหน้าร้าน “เด็ก ๆ เอาติ่มซำแปลก ๆ มาให้ลุงลองหน่อย!”
ออมรีบตักให้ ตับหมูในติ่มซำเคี้ยวเสียงกรุบ คนแก่ขำ “รสชาติไม่เหมือนใครดีนะ เอาอีกสอง!”
บอสโล่งใจ “คิดว่ารอดไหม?”
เสียงลูกค้ารายถัดไปถามขึ้น “นี่ร้านติ่มซำ หรือลับแลซ่อนสูตร?”
ออมสวนแบบเดือด “ซ่อนอะไร ไม่มีหรอก เราโปร่งใส!”
บอสพูดเสียงเบา “แต่เราก็ไม่แน่ใจว่าทำอะไรไปบ้าง…”
…
ช่วงบ่าย ผู้หญิงชุดสูทย้อนกลับมา พร้อมเจ้าหน้าที่ตลาดจริง ๆ ทั้งหมดมาล้อมร้าน ออมและบอสเริ่มเหงื่อตก
เจ้าหน้าที่ถามเสียงเข้ม “ร้านนี้มีใบอนุญาตจำหน่ายอาหารหรือยัง?”
บอสช่วยอธิบาย “เอ่อ พวกเรามี…ใจรักในการนึ่งครับ”
ออมตาโต “แต่ใบอนุญาต เพิ่งขอมาขอครับ!”
เจ้าหน้าที่มองหน้าหน่าย ๆ “ใจรัก ไม่ใช่เหตุผล…ขอเช็คสถานีอนามัยด้วยนะครับ”
เสียงกระซิบเจ๊อ้อแทรก “ใจเย็น ไม่ตายหรอกนังหลาน”
เจ้าหน้าที่หญิงชุดสูทลองชิมติ่มซำหนึ่งคำแล้วเงียบครุ่นคิด “รสชาติดี แต่หมูยังเกือบไม่สุกนะ…”
ออมกับบอสเขม็งหน้า ออมตอบ “เราใช้หม้อไอน้ำล้ำพิเศษนะครับ”
เจ้าหน้าที่หัวเราะ “โน่นมันหม้อหุงข้าวของเจ๊อ้อ!”
บอสหน้าเสีย “อ่อ…คืนหม้อแล้วเดี๋ยวนี้!”
ออมยิ้มเก้อ “งั้นถ้างั้น…ให้โอกาสเราอีกวัน เดี๋ยวซื้อหม้อใหม่!”
เจ้าหน้าที่ถอนหายใจแต่ยิ้มน้อย ๆ “ได้ แต่ต้องปรับปรุงสูตร…โดยมีผู้ช่วยคือเจ๊อ้อ!”
เจ๊อ้อสะดุ้ง “เฮ้ย ฉันไม่ได้ร่วมค้าด้วยนะ!”
บอสพึมพำ “ยิ่งแก้ยิ่งไกลเป้าหมาย…วันนี้จะขายหมดไหม?”
ออมตอบ “อย่างน้อยก็ได้ยิ้ม…และได้เพื่อนเพิ่ม เดี๋ยวทุกอย่างจะไปได้ดี”
…
ฉากเย็น แสงแดดอ่อน ๆ ร้านติ่มซำวุ่นวายเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ลูกค้าเด็ก ๆ มาแซวมุกใหม่ อย่าง “คราวหน้าอยากได้รสหวาน!” เจ๊อ้อปาซาลาเปาใส่บอสเล่น “เอาของจริงไปปรับสูตรมาด้วย!”
บอสอมยิ้ม “เจ๊…เราอาจจะยังไม่เก่ง แต่ครั้งหน้าขอรบกวนสูตรด้วยนะ”
เจ๊อ้ออมยิ้ม “เอาน่า ตลาดนี้ต้องช่วยกัน เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเอง”
ออมกระซิบ “ปีหน้าขยายตลาดอีก ขายในโรงเรียนดีมะ?”
บอสขำพรืด “ขอจบวันแรกให้รอดก่อนนะเพื่อน!”
เสียงหัวเราะดังกระจาย บนโต๊ะเหลือแต่ลังนึ่งเปล่า ทุกคนในตลาดดูจะได้อะไรใหม่จากความวุ่นวายครั้งนี้ หนทางสู่ความสำเร็จยังอีกยาว แต่รอยยิ้มเริ่มชัดขึ้นเรื่อย ๆ
และในวินาทีสุดท้าย ออมชูติ่มซำลูกสุดท้ายขึ้น “ใครอยากกินโชคดีบ้าง!”