กลางเงาสะท้อนของหิมะ
เสียงฝีเท้าชุดนักเรียนกวาดหลังคอนกรีตขาวคล้ำของโรงเรียนมัธยมกลางเมืองโอคายามะ ท้องฟ้าสีเทาปนฟ้าสะท้อนในกระจกหน้าต่าง บรรยากาศหนาวจับใจแม้จะยังเป็นบ่ายต้นฤดูหนาว เกล็ดหิมะบาง ๆ เกาะตามขอบกระจกห้อง ด้านใน ห้องเรียน ม.6/3 นักเรียนเริ่มเก็บของหลังเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น กวิน คำภีร์ นักเรียนชายชายรูปร่างสูงหน้าตาคมกริบ นิ่งงันอยู่ริมหน้าต่างซ้ายสุด เขาสะพายกระเป๋าค้าง แล้วมองเหม่อดูหิมะเกาะขอบกระจกเหมือนค้นหาบางอย่างที่ไม่มีใครบอกได้ว่าคืออะไร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กวิน รีบสิฟะ!” เสียงจินทร์ ผู้ชายผิวขาวตัวผอม สูงเท่ากวินตะโกนพลางเดินมาสะกิดแขน กวินสะดุ้งเล็กน้อย แต่ปั้นหน้านิ่ง “เดี๋ยวออกไปพร้อมกัน”
“หะ…เฮ้ มึงไม่ต้องคิดมากหรอก เดี๋ยวเอกก็กลับมา” ริญญา เด็กหญิงคนเดียวในกลุ่ม ยิ้มฝืน ๆ พลางเก็บสมุดใส่กระเป๋า เธอมองกวินกับจินทร์สลับกันด้วยแววตาปั่นป่วน
กวินเงียบ ริมฝีปากขบแน่นจนเส้นเลือดปูด จินทร์เลิกคิ้ว มองเพื่อนรักเหมือนอยากพูดอะไรแต่ไม่กล้า ริญญามองดูเกล็ดหิมะละลายที่ปลายกระจกก่อนกลืนน้ำลาย
พอลงบันไดด้วยกัน สามคนเดินตัวแข็งๆ ออกไปตรงสนามหน้าอาคารโรงเรียน หิมะบางตกลงมาเพิ่มทีละเม็ด เสียงเด็กผู้หญิงกลุ่มหนึ่งหัวเราะอยู่ไกล ๆ ริญญาเหลือบมอง “นี่ยายปริมไม่พูดกับเราเลยนะ”
จินทร์หัวเราะห้วน ๆ “ปล่อยมันเหอะ มันเข้ากับใครไม่เคยจะได้อยู่แล้ว”
กวินสบตาจินทร์นิดหนึ่งแล้วเฉไฉ “คืนนี้รวมกลุ่มบ้านใคร?”
ริญญาครุ่นคิด “บ้านเราได้มั้ง แต่… เอ่อ… เอกยังไม่ติดต่อเลย ไม่มีใครเจอเอกจริงเหรอ?”
จินทร์พ่นลมหายใจข้างจมูก “ไม่มีอ่ะ แม่มันก็มาถามครูใหญ่วันนี้อีก” ทุกคนชะงัก เงียบ นักเรียนกลุ่มอื่นลดเสียงคุย กวินกำแน่นขึ้น แววตาหนักอึ้ง
ณ ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยบ้าน ริญญาหยิบขนมโปเตโต้ชิพส์ในมือสั่นเล็กน้อย เหลือบดูมือถือ: ข้อความยังค้างว่าไม่มีใครเจอเอกเลย กวินเดินวนหยิบน้ำเปล่าเสร็จมองริญญาห่าง ๆ “แม่เอกส่งไลน์มาอีก” เธอพูดเสียงสั่น “เธอ… แน่ใจไหมว่าไม่รู้อะไร?”
กวินขยับมือรั้งกระเป๋า หลีกสายตา “เราตอบไม่ได้” จินทร์เดินเข้ามาตาม “อย่าถามมันมาก รีญญา เดี๋ยวมันก็เครียด” ทุกคนเงียบลงอีกครั้ง เหมือนเกล็ดหิมะในอากาศหนักอึ้งจนทุกอย่างกดทับกันเงียบ ๆ
ที่บ้านริญญาหลังเล็กขอบหน้าต่างฝ้าขาว กลุ่มเด็กนั่งกินขนมกันเงียบ ๆ จินทร์เล่นเกมมือถือ กวินก้มมองผ้าพื้นลาย ริญญากระวนกระวายเปิดข่าวในทีวี เห็นข่าวการหายตัวเด็กชาย ม.6 ที่ชื่อเอก หน้าจอวิ่งแถบข่าว “คิดว่าไม่ใช่เรื่องลักพาตัวใช่ไหม?” ริญญาถามเสียงเบา
กวินนิ่ง สายตาแข็งกร้าว พลางกลืนน้ำลาย “เราไม่รู้… ไม่มีใครรู้”
จินทร์โยนโทรศัพท์ลงเตียง “หรือมันหนีไปเอง”
“มึงหมายความว่าไง? เอกไม่ใช่คนแบบนั้น” กวินถามเสียงแข็ง
จินทร์หลบตามองพื้น “แค่พูดเฉย ๆ” บรรยากาศในห้องเหมือนโดนความหนาวกลืนกินอีกระลอก
คืนนั้น ริญญานอนไม่หลับ มองโทรศัพท์อีกครั้ง ข้อความจากเอกวันสุดท้ายนั้น… “ไว้คุยกัน” ริญญาพิมพ์หาแต่ไม่มีใครตอบ
รุ่งเช้าเสียงลมหิมะแรง งานประชุมโรงเรียน เด็ก ๆ cadaํคนเต็มห้องประชุม กวินนั่งแถวหลังสุด จินทร์หลับตาเหมือนไม่ใส่ใจ ริญญานั่งมองเวทีครูพูดถึงการหายตัวและกระซิบเรื่อง “ข่าวลือ” กันเอง กลุ่มเพื่อนถูกจับตามอง “คิดว่าใครโกหกอะไรหรือเปล่า?” จินทร์ถามดัง ๆ กวินมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ “อย่าโยนทุกอย่างมาที่เรา”
ริญญายันเก้าอี้ “หยุดทะเลาะได้ไหม!”
เสียงครูไล่ทุกคนนั่งนิ่ง บรรยากาศกดดันเพิ่มขึ้น ต่างคนต่างเก็บความรู้สึก ริญญาเก็บกระเป๋าออกไปร้องไห้ในห้องน้ำเงียบ ๆ กวินลุกตามออกไปแต่หยุดอยู่หน้าประตู ไม่กล้าเคาะ หิมะตกหนักขึ้นด้านนอก
เย็นวันนั้น สวนสาธารณะข้างโรงเรียนเต็มไปด้วยน้ำแข็ง กวินเดินช้า ๆ ข้ามพื้นหิมะไปที่ลานเปลี่ยว ริญญานั่งรอพร้อมจินทร์ บรรยากาศอึมครึม “เราว่า มันไม่ได้หายไปแบบไม่มีเหตุผล” จินทร์เกาคางโยนหิมะก้อนหนึ่งกรอบแกรบ “ความลับในกลุ่มเรามันเยอะไปมั้ย”
ริญญามองสบตากวิน “แล้วถ้า… ถ้ามีคนปกปิดอะไรไว้มาตลอดล่ะ?” ทุกคนเงียบ เสียงลมหิมะหอบกราว
คืนนั้น กวินกลับบ้าน พบแม่รออยู่หน้าประตู “ลูก… ถ้าวันหนึ่งต้องพูดความจริง จะกล้าพอมั้ย?” แม่จับแขนกวิน กวินนิ่งงัน ไม่ตอบ สีหน้าหวาดหวั่นที่ไม่เคยให้ใครเห็น
วันใหม่มาถึง บรรยากาศโรงเรียนตึงเครียด หลายคนมองกลุ่มกวินเป็นเป้าสงสัย กวินเดินในทางเดินด้วยท่าทางเตรียมใจ แววตาค้าง ๆ เหมือนมีอะไรติดค้าง ก้าวเท้าถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อนฝูงซุบซิบ
ริญญาส่งกระดาษโน้ตให้กวิน “คืนนี้เจอกันที่ห้องชมรมศิลปะ มีอะไรจะบอก” กวินรับมา สายตาสั่นไหว
กลางดึก ห้องชมรมศิลปะเงียบสนิท แสงไฟกระพริบ ๆ กวินมาเจอจินทร์กับริญญานั่งรอ ทั้งสองคนต่างมีแววตามุ่งมั่น ริญญาพูดขึ้นด้วยเสียงสั่น “เรา… มีบางอย่างจะสารภาพ”
จินทร์เบิกตาแต่พูดช้า ๆ “เราก็เหมือนกัน” กวินขยับเข้าใกล้ เงียบอึดอัดเหมือนทุกอย่างจะระเบิด
“ตอนนั้น วันสุดท้ายที่เอกอยู่… เราทะเลาะกันเรื่องของวันนั้น” ริญญาเสียงเครือ “เขาบอกว่าเจ็บมากที่ต้องปิดบังทุกอย่างไว้ โดยเฉพาะเรื่องระหว่างเรา…กับเขา…”
จินทร์สีหน้ารู้สึกผิด กำลังจะพูดแทรก กวินหันไป “เรื่องระหว่างเราสามคนกับเอก หมายความยังไง?”
ริญญาขมวดคิ้ว พยายามกลั้นน้ำตา “เอกขอให้เราไม่บอกความลับเรื่องวันนั้นกับใคร… เพราะถ้าเปิดเผย เอกจะไม่มีที่ยืนในโรงเรียน”
จินทร์เสริมเสียงเรียบ “เราเห็นเอกร้องไห้หลังโรงเรียนวันนั้น เห็นกับตา แต่เราไม่กล้าเข้าไป… เรากลัว…กลัวโดนหางเลข”
กวินกำหมัดแน่น เงียบ เสียงลมบนกระจกข้างนอกดังอู้ๆ หิมะเริ่มหนาขึ้น กวินหลุบสายตาแล้วกลั้นเสียง “เราคงผิดเอง… วันที่เอกเดินเข้าหาเรา แต่เรากลับผลักเขาออก เพราะกลัวจะเสียเพื่อน กลัวจะถูกคนในโรงเรียนซุบซิบ เรากลัวทั้งนั้น”
ริญญาร้องไห้ จินทร์นิ่งนานก่อนพูด “ถ้าเรากล้ากว่านี้ เอกคงไม่หายไป” ความเงียบดึงทุกคนเข้าสู่วงความรู้สึกผิดและความกลัวปนเปกันตลอดคืน
รุ่งเช้า ข่าวลือในโรงเรียนเพิ่มขึ้น ผู้ปกครองมากันครึกโครม กวินตัดสินใจลุกขึ้นยืนท่ามกลางห้องเรียนที่เต็มด้วยสายตา “ทุกคน… เรามีเรื่องต้องพูด ความลับของเรา ทำร้ายเพื่อนเรา ถ้าใครเจอเอก… ฝากบอกว่ายังอยากเจอ อยากขอโทษ” เสียงสั่นด้วยกลัวแต่ชัดถ้อยชัดคำ คนรอบข้างเงียบสงัด สายตาหลายคู่ประหลาดใจและเคลือบแคลง
เวลาผ่านไป ครูใหญ่เรียกผู้ปกครองกวิน ริญญา และจินทร์ไปสอบถาม ผู้ปกครองของเอกนั่งกอดตัวเอง น้ำตาคลอ “ลูกฉันไปไหน… ทำไมไม่กลับบ้าน” กวินจ้องเขม็ง กำมือแน่น ริญญานั่งก้มหน้า จินทร์ถอนหายใจเงียบ ๆ
เย็นวันนั้น กลุ่มเด็กเดินสวนกันในเมืองหิมะ กวินหยุดหน้าร้านหนังสือแสงไฟฝ่าหิมะ จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ของริญญาดังขึ้น หมายเลขที่ไม่รู้จัก “ฮัลโหล? …เอก?” พวกเขาทั้งสามตกใจ ริญญาสั่นสะท้าน “อยู่ไหน!?”
ปลายสายเงียบวูบ ก่อนเสียงอ้อมแอ้มของเอกดังมา “ขอโทษนะ…เรายังไม่พร้อมกลับ…แต่เราอยากให้ทุกคนรู้ว่า เราต้องใช้เวลาคิด…ขอโทษจริง ๆ” ริญญาร้องไห้ จินทร์เบือนหน้าหนี กวินเกือบปล่อยโฮแต่กัดฟันแน่น
กวินคว้ามือถือมา “เอก กลับมาได้ไหม เราขอโทษ—ขอโทษทุกอย่าง” เงียบ ไม่มีเสียงตอบกลับ มีแค่เสียงลมหายใจเบา ๆ ที่แทรกผ่านสาย “บางที…เราแค่ต้องเรียนรู้ที่จะไม่หนีความจริง” เอกเสียงเศร้า “ลาก่อน… ขอบคุณทุกคน” สิ้นเสียงนั้น สายก็ตัด
ทุกคนเงียบอยู่กับอากาศเย็นยะเยือก ริญญาพึมพำเบา ๆ “เอกไปแล้ว…”
ฤดูหนาวจบลงอย่างเงียบงัน กลุ่มกวินยืนมองสนามหิมะละลาย หน้าต่างโรงเรียนค่อย ๆ เปิดรับแสงแดด กวินเดินเข้าไปในห้องเรียน ทิ้งกระเป๋าลงที่เดิม หายใจลึก “ต่อจากนี้… จะไม่ปล่อยอะไรผ่านไปเฉย ๆ อีก” เขากระซิบเบา ๆ แม้เพื่อนคนสำคัญจะไม่อยู่ แต่หัวใจเขาเติบโตขึ้นจากการยอมรับความผิด กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงท่ามกลางหิมะที่กำลังหลอมละลาย