หอพักฮาเฮ หรือจะฮายิ่งกว่าข้างบ้าน?
เสียงก๊อก ๆ ดังสนั่นหน้าห้องบนชั้นสี่ของหอพักมหาวิทยาลัย ฝุ่นลอยฟุ้งอยู่กลางแดดเช้า พีท – หนุ่มต่างจังหวัดเพิ่งย้ายมาใหม่ แบกเป้ยักษ์กับกล่องใส่หม้อหุงข้าวยืนลังเลจะเปิดประตูห้องดีไหม เสียงข้างในดังพึมพำเหมือนมีคนกำลังอ่านหนังสือสอบหรือเปล่า?
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อย่าเงียบแบบนี้เซ่ หรือซ่อนอะไรไว้ในห้องวะ?” พีททำใจกล้า เคาะประตูกลับ “ผม พีทครับ พี่เป็นรูมเมตปะ?” เงียบแปลก ๆ สักพักประตูเปิดแอ๊ด เบื้องหน้าคือเอิร์ธ — ชายในเสื้อกล้าม กางเกงบอล ขนตาหนา แขนข้างหนึ่งถือกล่องปลากระป๋อง เอิร์ธมองพีทตั้งแต่หัวจรดเท้า “นายใช่คนที่ทำวิทยานิพนธ์แนวสืบสวนเหนือธรรมชาติอะเปล่า?”
พีทงง “เปล่า…ผมเพิ่งเข้าใหม่ปีหนึ่ง รุ่นพี่กัปตันบอกมาตึกนี้”
เอิร์ธทำคิ้วขมวด “แล้วไอ้ข่าวลือที่ว่าตึกเราจะโดนยึดไปเป็นหอหญิง นั่นฝีมือนายมั้ย?”
พีทหัวเราะแห้ง ๆ “ฮะ? ผมยังไม่รู้จักซักคนเลย”
“แต่ตอนเดินถึงชั้นล่าง ทุกคนมองนายเป็นตาเดียวกันเหมือนว่า นายคือจ่าฝูงติ่งหอ…” เอิร์ธพึมพำ
“ผมนี่นะ? ทำไมอ่ะ?”
“ก็…นายเดินลากเป้ยักษ์กับหม้อข้าว อย่างมั่นใจเหมือนจะตั้งกองบัญชาการ จะไม่ให้เข้าใจผิดได้ไง” เอิร์ธส่ายหัว แล้วโบกมือชวนเข้าห้อง
ทันทีที่เข้าไปพีทสังเกตว่าโต๊ะกลางห้องเต็มไปด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและโน้ตแปะว่า “ห้ามกิน! กำลังวางแผนกักตุนเพื่อภัยพิบัติ”
“รูมเมตเก่าฉันทิ้งไว้ ไม่กล้าเคลียร์ออก แกเคยเห็นคนที่คุยกับกนกข้างห้องยัง?” เอิร์ธชี้ไปที่ประตูที่เห็นแสงลอดออกมาเล็ก ๆ
“ยังเลย เขาเป็นไง?”
“อ๋อ ข้างห้องน่ะ ชื่อกนก แต่ชอบแกล้งให้คนเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นเซียนไพ่ จะได้ไม่มีใครชวนมาเก็บค่าไฟ” เอิร์ธแซวเบา ๆ
ขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าปุกปุยกับเสียงหัวเราะแปร่งดังขึ้นตรงทางเดิน กนกเปิดประตูพรวดโผล่หน้าออกมา “โอ๊ะ! เด็กใหม่เหรอ เพื่อนเอิร์ธแน่ะ”
พีทยิ้ม “ครับ พีท”
กนกยื่นมือออกมาแต่ถือคาร์บงค็อกอยู่ “รอดูนะ ห้องเรามีกฏเงียบเวลา 15.13 น. เป็นต้นไป ห้ามถามว่าใครเป็นคนตั้งกฎ แล้วนาย…ย้ายมามีอะไรผิดปกติไหม? ที่นี่มีเรื่องลึกลับอยู่นะ”
พีทยิ้มเก้อ “ผมยังไม่เจอ”
กนกกระซิบใกล้หูพีทแบบจริงจัง “นายต้องระวังพวกเก็บค่าไฟ ทุกคนที่หอนี้ไม่กล้าสบตาพวกนั้นโดยตรงหรอก นั่นคือคำเตือน!” แล้วแกก็ไปไวเหมือนเงา
เอิร์ธถอนหายใจ “อย่าไปซีเรียสกับพวกนี้เลย ฉันเองก็เจอทุกวัน เดี๋ยวก็ชิน”
บรรยากาศดูเบาใจขึ้น จังหวะเดียวกัน พีทหยิบมือถือขึ้นมาดูสารพัดข้อความแปลก ๆ “ยินดีต้อนรับท่านหัวหน้าหอ! ฝากดูแลด้วยนะครับ” “ขอเบอร์ค่าหอด้วย!” “ขอเลขบัญชีจะโอนค่าไฟ” พีทเริ่มงงหนักขึ้นเรื่อย ๆ
…
เสียงเคาะประตูครั้งใหม่แต่ดังสนั่นกว่าเดิม คราวนี้เป็นหมูหยอง รุ่นพี่ปีสามประธานหอหน้าเข้มมาพร้อมกับสมุดบัญชี โบกพลาสติกถุงหนึ่งที่เต็มไปด้วยเหรียญสลึง
“ไงพีท เอ้า! ได้ยินว่าพวกเรายกตำแหน่ง ‘หัวหน้าหอ’ ให้นายกับมือ ฝากรับผิดชอบประชุมหอนะ ของแถมคือค่าไฟรอบหนึ่ง ถุงนี้!”
พีทหน้าซีด “เดี๋ยวครับ ผมไม่ได้…”
หมูหยองหัวเราะเสียงดัง “เอาน่า ไม่ต้องเกรงใจ นายลือดังแซงทุกข่าวในกลุ่ม หอเราขาดผู้นำ หน้าตานายดูไว้ใจได้—เอิร์ธบอกเอง”
เอิร์ธเกาหัว “ผมแค่บอกว่าพีทพกหม้อหุงข้าวเอง ดูเป็นคนฮึกเหิม”
กนกหัวเราะดังจากข้างห้อง “ตำแหน่งนี้ใครก็ไม่กล้าเอา พีทน่ะโชคดีแล้ว!”
เสียงหัวเราะและเสียงเหรียญดังกราว ห้องทั้งชั้นเริ่มแห่มาดู เด็กบางคนถ่ายคลิป “หัวหน้าหอคนใหม่ของเรา!” พีทพยายามอธิบายแต่ไม่มีใครฟังทัน เสียงซุบซิบยิ่งทำให้งงมากขึ้น คนทั้งชั้นเข้าใจว่าพีทจะขนเปลี่ยนแปลงมาตรการใหม่ ๆ
วันรุ่งขึ้นข่าวลือบานปลาย คนในกลุ่มไลน์หอเริ่มส่งข้อความถามหาตารางประชุม ประชุมชุดใหม่จะเลื่อนเวลาไหม ใช้เกณฑ์ค่าไฟเท่าไร ใครห้ามเปิดแอร์เกินสามนาที ฯลฯ พีทเดินผ่านโรงอาหารก็มีเพื่อนแปลกหน้าโบกมือทักทาย “หัวหน้าหอครับ มีแผนปรับปรุงอะไรไหม?”
พีทธรรมดาไม่ชอบเป็นจุดสนใจ แต่สถานการณ์นี้ทำให้เขาเริ่มคิด “ถ้าทุกคนเข้าใจผิด เราควรเล่นตามน้ำหรือบอกความจริงดี?”
เอิร์ธมาแอบกระซิบ “ถ้าแกเล่นตามน้ำ เดี๋ยวก็บานปลาย แต่ถ้าบอกความจริง นายก็จะกลายเป็นตลกประจำหอ เอาไงดี?”
กนกชูไพ่ในมือแล้วพูดแบบมาดขรึม “ความจริงเหมือนสำรับไพ่ อยู่ที่ว่านายจะเปิดเผยใบไหนก่อน นี่คือโอกาส! แต่จงระวังพวกคลั่งประชุม พวกเขาเอาจริง!”
พีทถอนหายใจ “ฉันก็แค่มาอยู่ใหม่—ดันได้เป็นหัวหน้าหอเฉยเลย”
เอิร์ธหัวเราะ “ถือซะว่าเป็นช่วงรับน้องไง”
เสียงเคาะประตูโขมง เมฆ – นักศึกษาสถาปัตย์เพื่อนข้างห้องมายื่นแผ่นกระดาษ “ให้ช่วยออกแบบโปสเตอร์ประชุมหอหน่อย เอาแบบใต้ดินสายลับลึกลับ พี่ชอบไหม?”
“อะไรนะ? โปสเตอร์ประชุมหอ?” พีทงง
“คนลือกันว่าปีนีจะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ นายคือความหวังของเรา!” เมฆตาจริงจัง
พีทจะปฏิเสธแต่โดนล้อมหน้าล้อมหลัง คนเดินมาเรื่อย ๆ “อ้าว! หัวหน้าหอ ตกลงจะเลิกเก็บเงินค่าน้ำก้อนแล้วแบ่งตามห้องหรือยังครับ?”
กนกกระซิบหยอด “ช่วงนี้หัวหน้าหอไม่ว่างเลยเนอะ ยินดีต้อนรับสู่ความวุ่นวาย”
พีทไปนั่งมุมคิดหนัก เอิร์ธเข้ามาส่งขนมปลอบ “ถ้าอยากหนีไปที่ไหนบอกนะ ชั้นล่างมีซอกหลืบที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์”
พีทยิ้ม “ใครบอกจะหนี เราต้องแก้ให้ได้!”
คืนนั้นเองพีทตัดสินใจโพสต์ข้อความในไลน์กลุ่ม “ผมเพิ่งย้ายเข้ามา ไม่ใช่หัวหน้าหอครับ ใครอยากคุยเรื่องค่าไฟ ทักได้ แต่เรื่องประชุมขอรอก่อนนะครับ”
ผ่านไปสิบนาที ความเงียบแปลก ๆ แผ่คลุมทั่วทั้งหอ เสียงเอิร์ธกระซิบเบา ๆ “เฮ้ย หรือพวกเขาจะผิดหวัง?”
แต่แล้วข้อความใหม่พรั่งพรู “หัวหน้าหอแบบนี้แหละ ตรงไปตรงมา!” “ชอบคนจริงใจ!” “ถ้าขอปัญหาอะไรได้บ้างไหม?”
กนกหัวเราะ “อะไรจะซวยเท่านายเนี่ย เพิ่งจะเคลียร์ ข้อมูลเพิ่มมาอีก!”
ตลอดวันถัดมา ทุกห้องเริ่มเอาปัญหาค้างคาใส่กล่องไว้หน้าห้องพีท บางคนเขียน “ช่วยตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นรวมหน่อย” บางห้อง “ขอปลั๊กไฟตรงชั้นดาดฟ้า” มีซองขนมติดมาด้วย พีทเดินชนกล่องแล้วกลิ้ง สะดุดเก็บซองได้แต่แต่กลับกลายเป็นจดหมายรักซ่อนอยู่ในนั้น
เอิร์ธเดินมาตบไหล่ “ตกลงนายจะคุมปัญหาทั้งหอเลยมั้ย?”
พีทหัวเราะกลั้วคอ “ขอดูกล่องซักสองกล่องแล้วจะตัดสินใจ”
ข้างห้องมีเสียงฮัมเพลงเบา ๆ กนกหยิบกล่องไพ่แล้วโผล่หัวมา “นายต้องคิดสูตรบริหารหอแบบใหม่แล้ว”
หมูหยองเดินมาพร้อมถุงขนม “หัวหน้าหอรุ่นใหม่! ช่วยเคลียร์ปัญหาห้อง 401 หน่อยครับ เขากินปลากระป๋องหมดตู้ กลิ่นฟุ้งไปทั่ว” เอิร์ธหันไปมองพีทแล้วขำ “ได้ข่าวว่าแฟนเก่าแกเป็นคนทำ?”
พีทขมวดคิ้ว “ไม่ใช่! หรือว่า…เอิร์ธเอาไว้?” เอิร์ธรีบตบอก “สาบานเลย ของกนกต่างหาก!” กนกแกล้งสบตาแล้วหัวเราะ “แผนเบี่ยงเบนความสนใจ ทำงานได้เสมอ”
ด้วยความที่หอมีแต่คนสื่อสารไขว้กันไปมา ห้องประชุมขนาดย่อมถูกตั้งขึ้น พีทต้องขึ้นกล่าวรายงานทั้งที่ไม่รู้เรื่อง “ผมชื่อพีท…จริง ๆ แล้วผมแค่ย้ายมาใหม่ ไม่ใช่หัวหน้าหอครับ” แต่ทุกคนพูดสวน “ใช่! นั่นแหละสปีริตผู้นำ!”
เอิร์ธแอบมากระซิบ “นึกแล้ว! ยิ่งพูดยิ่งงงเว้ย”
บรรยากาศเริ่มอึน เอิร์ธดึงแขนพีทออกมานอกห้อง “ถ้านายจริงจัง ไม่แน่อาจจะพลิกเกมได้ทั้งหอเลย”
“จริงเหรอ?”
“อย่างน้อย ทุกคนฝากปัญหาไว้ที่นาย เพราะเขาไว้ใจ — แล้วนายก็รับมือได้ไง ดูดิ!”
พีทยิ้มบาง ๆ “หรือเราอาจจะสร้างอะไรดี ๆ ให้หอได้จริง ๆ”
กลายเป็นว่าพีทกลายเป็นจุดศูนย์กลางของความวุ่นวาย แต่ด้วยไหวพริบและความพยายาม เขาเริ่มแบ่งงานกับเอิร์ธและกนกให้ช่วยเก็บกล่องปัญหา กระจายข่าวสาร แสดงความคิดเห็นในกลุ่มไลน์ โดยให้แต่ละคนช่วยดูแลปัญหาเล็ก ๆ อย่างหัวขโมยบะหมี่หรือแมวหาย
เด็ก ๆ ชั้นล่างหัวเราะ “พีทหัวหน้าหอฉบับใหม่ นี่มันหนังชีวิต!”
บรรยากาศหอสนุกราวเทศกาล พีทกลายเป็นขวัญใจ เดินไปตรงไหนก็มีคนชวนคุยปัญหาจนเผลอเริ่มสนุกกับมัน ขณะที่เหตุป่วนเล็ก ๆ อย่างเสียงเครื่องซักผ้าที่จองไว้แต่ลืมซัก ปัญหาผ้าเช็ดตัวหายแม้กระทั่งการแบ่งหน้าที่ล้างตู้เย็นกลางหอ ถูกจัดการแบบพีทสไตล์
เอิร์ธกับกนกเริ่มเข้าใจในความจริงใจของพีท จึงช่วยกันคิดกิจกรรมใหม่ ๆ ให้ชาวหอ เช่น คืนบอร์ดเกม ปาร์ตี้ขนม หรือ “ประชุมไร้สาระยามเย็น”
วันที่ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดี ปรากฎว่ามีข่าวลือใหม่ “ทางมหาวิทยาลัยอาจจะยุบหอเร็วกว่ากำหนด!” ความเข้าใจผิดซ้อนเข้าไปอีก ผู้คนชุลมุนรีบขนของ กนกตัดสินใจพิมพ์ประกาศด้วยเครื่องปริ้นต์ห่วย ๆ ประกาศด่วน “อย่าเพิ่งขนของ รอประกาศอย่างเป็นทางการจากหัวหน้าหอพีท”
เอิร์ธหัวเราะกลิ้ง “ครั้งนี้ต้องหัวหน้าจริงแล้วปะ!”
พีทมองเอกสารแล้วถอนใจ “เรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ไงเนี่ย?”
ในที่สุด พีทตัดสินใจนัดประชุมใหญ่ ให้ทุกคนรวมตัวที่สนามหญ้าหลังหอ ท่ามกลางเสียงฮือฮา
“วันนี้ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันฟังความจริง ทุกปัญหาของหอเกิดเพราะเราคุยกันไม่เคยตรง ผมเองก็เป็นแค่น้องใหม่ ไม่เคยอยากเป็นหัวหน้าหอ แต่ได้มาอยู่ที่นี่ ได้รู้จักทุกคน แค่วันเดียวก็รู้สึกเหมือนได้บ้านหลังใหม่”
เสียงปรบมือดัง พร้อมเสียงแซวจากคนข้างหลัง “แกกินปลากระป๋องเราหมดเหรอ?” “ระวังกล่องปัญหาจมน้ำไม่มีใครช่วยนะ!”
พีทยิ้ม “ถ้าจะย้าย ก็ขอให้ย้ายด้วยเสียงหัวเราะนะ”
เรื่องราวจบลงเมื่อข่าวยุบหอเป็นแค่ข่าวลือ มหาวิทยาลัยออกโน้ตว่าเพิ่งแจ้งผิดพลาด ทุกคนโล่งใจ หัวเราะคิกคัก เอิร์ธกับกนกเอากล่องปัญหามาเทดู ทุกคนแบ่งขนมกันกินใต้แสงน้ำค้าง
ก่อนแยกย้าย พีทตะโกน “ต่อไปจะประชุมหอก็อย่าวางกล่องปัญหาหน้าห้องผมนะ พกหัวเราะมาด้วยก็พอ!” กนกทิ้งท้าย “หัวหน้าหอเฉพาะกิจ จบด้วยเสียงหัวเราะก็โอเคแล้ว!”
เสียงหัวเราะและคำขอบคุณดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนพีทเดินกลับห้องในใจคิด “ความโชคร้ายที่บังเอิญพาไปเจอกลุ่มคนซี้ซั้ว กลับกลายเป็นมิตรภาพอบอุ่นแบบที่ไม่เคยคิดฝัน”