ภารกิจชงชา…ป่วนไปหาใจกลางมหาลัย
เสียงตะโกนปะปนกันจากหลายกลุ่มในลานกิจกรรมกลางมหาวิทยาลัย ก้องกระทบอาคารเรียนเก่า ๆ อย่างวุ่นวาย ท่ามกลางฝูงนักศึกษา แนวราวลูกโป่งหลากสี และบูทชมรมที่จัดเรียงเต็มพื้นที่ สองเพื่อนซี้ “ยอด” กับ “ช่อ” กำลังลากโต๊ะขนาดเล็ก ๆ และกระติกน้ำชาโบราณพร้อมป้ายมือเขียนตัวโต “ชาชื่นใจ by ยอด&ช่อ” มาอย่างมั่นอกมั่นใจกลางฝูงชน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะว่าตรงนี้เวิร์ก เดี๋ยวก็โดนชมรมข้างหลังไล่อีก” ช่อพูดเสียงเบา สีหน้ากังวลแต่ยังช่วยยอดเช็ดโต๊ะจ้ำ ๆ
ยอดเงยหน้าขึ้น ทำมือโอเคใส่แบบไม่หยุดคิด “ตรงนี้คนเดินเยอะ ชงชาโชว์ไปเลยคนต้องสนใจ!”
เสียงแตรดังข้างหลัง ชมรมจักรยานหันมามอง ยอดยิ้มแหย “เอ่อ… รถจักรยานจะจอดตรงพื้นที่นี้ตลอดเลยเหรอ?”
“เปล่า ๆ ๆๆๆ เราขยายพื้นที่พิเศษวันแรกเพื่อประทับใจคนใหม่ ๆ เฉย ๆ แล้วก็…” หัวหน้าชมรมจักรยานทำท่าเหมือนกำลังคิดแผนบางอย่าง พอเจอยอดจ้องตา ก็บอก “แต่ถ้ามีชาฟรีนะ… อาจจะต่อรองได้!”
ช่อถอนใจแรง พลางหันไปเอากระปุกชงชา “ยอด เรามีใบชาแค่สำหรับแจกฟรีสองแก้วนะ”
ยอดเงียบไปครู่หนึ่ง ชะงัก ทำสีหน้ามั่นใจแบบไม่ค่อยมั่นใจ “ปลอม ๆ ทำเป็นแจกฟรี สักพักคนเยอะ ๆ ก็จับขาย คนไหนรู้ตัวว่าจ่าย โอเค!”
ช่อจ้องหน้า “เอิ่ม… คนไหนล่ะจะรู้ตัว!” แล้วหันหัวกลับไปต้มน้ำต่อ
ทันทีที่น้ำเริ่มเดือด โต๊ะสั่นเปรี๊ยะ ๆ ด้วยแรงจากแนวคนวิ่งรอบมหาวิทยาลัย กระเป๋าเป้ใบโตขูดโต๊ะจนแก้วแทบล้ม ยอดรีบคว้ากระติกน้ำชา ช่อคว้ามือยอดทันที “ใจเย็นเว้ย เราเพิ่งเริ่ม!”
นักศึกษาในชุดชมรมศิลปะเดินมาหยุดหน้าโต๊ะ “ที่นี่แจกชาเหรอ?”
ยอดยิ้มกว้าง ยื่นแก้วชาให้ “ใช่เลย! ชิมได้! แล้วถ้าชอบก็—”
“เฮ้ย ๆๆๆ แปลว่าพวกนายอยู่ชมรมเครื่องดื่มใหม่ปะ? เลือกตั้งประธานชมรมกี่โมง??”
ยอดกับช่อสบตากันงง ๆ ช่อรีบเสริม “เราไม่ได้ตั้งชมรมนะ แค่—”
“อ๋ออ อ๋อ! แสดงว่าปั่นโปรเจกต์สร้างชื่อก่อนไง แบบสายลุย! เดี๋ยวจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้!” นักศิลปะรีบคว้าพู่กัน ป้ายชื่อให้พวกเขาอัตโนมัติว่า “ประธานชมรม”
ช่อเหงื่อตก “จะอธิบายยังไงละทีนี้…”
ยอดกระซิบ “เอาไงต่อ?”
ช่อกระซิบตอบ “เนียบไว้ก่อน ตอนนี้ใคร ๆ ก็คิดว่าเราเปิดชมรมเครื่องดื่มใหม่!”
ไม่นานลูกค้ามารวมตัวแน่น ช่อกับยอดพยายามแจกชาและอธิบาย แต่ยิ่งพูดคนก็ยิ่งเข้าใจผิดว่ากำลังเปิดชมรมใหม่ แนวโน้มเหมือนจะดี เพราะมีใบสมัครชมรมวางสูงท่วมหัว ทั้งที่พวกเขาไม่ได้ตั้งใจรับใครเพิ่ม
นักศึกษาคนหนึ่งถาม “ในชมรมนี้ต้องสอบเข้าหรือคัดเลือกมั้ยครับ?”
ยอดตอบทันที “ขอแค่ชอบชาแล้วกล้าทำอะไรแปลก ๆ ก็มาได้!”
นักศึกษาคนถัดมา “แล้วมีสอบปฏิบัติด้วยไหม ต้องชงชาใน 3 นาที?”
ช่อหยุดคิดนาน หันขวับไปทางยอด “เอิ่ม จะมุกหรือเปล่า?”
ยอดยักไหล่ “ถ้าใครกล้าชงต่อหน้าคนเยอะ ๆ ได้ เข้าชมรมเลย!”
บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มคึกคัก เสียงเชียร์ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิด คู่แข่งจากชมรมกาแฟเดินมาจริงจัง “พวกนายกำลังเปิดรับคนใช่มั้ย ให้ผมทดสอบแข่งชงกับดู๊!”
ช่ออ้าปากจะปฏิเสธ แต่นักศึกษาแถวนั้นล้อมชมรมชาไว้แล้ว “แข่งเลย!” “เอาชนะชมรมกาแฟให้ได้!” ความกดดันเพิ่มขึ้นแบบไม่ต้องการ
ยอดหัวเราะแห้ง ๆ กระซิบช่อ “กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ชาเฉยเลย”
ช่อกระซิบตอบ “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย…”
ยอดหันไปยิ้มแหย ๆ กับฝูงชน “แข่งก็แข่งครับ แต่… ชาเรามีสูตรลับ… เดี๋ยวได้เจอ!”
คู่แข่งจากชมรมกาแฟเริ่มตั้งเครื่อง และพูดเสียงดัง “ผมรู้ ทุกคนสนใจรสชาติแปลกใหม่! คราวนี้ผมจะเพิ่มกีวี่ผงลงไป!”
ฝูงชนเชียร์ ไม่รู้ว่าสูตรนี้เวิร์กหรือพัง เหล่านักศึกษาเริ่มเข้ามาใกล้ ยอดกับช่อมองหน้ากัน
ยอดพึมพำ “เรามีแค่ใบชาเขียวกับน้ำร้อน กับน้ำแข็งเก่า ๆ…”
ช่อทำสีหน้าเอือม “แล้วจะให้แข่งรสชาติยังไง?”
ยอดตาลุก “เดี๋ยวจะใส่ใจในรายละเอียด ประสบการณ์คือ—”
“ทางนี้ ๆ ชงชาแบบใส่ความฝัน! ชงชาเพื่อวันที่เหนื่อยล้า!” ยอดประกาศสุดเสียงจนคนหยุดฟัง
คู่แข่งแย้มรอยยิ้มมั่นใจใส่ พริบตาเดียว เขาก็ชงชาเสร็จ ยื่นให้กรรมการ นักศึกษาลองชิมแล้วหันมากระซิบ “อืม…แปลก แต่ขื่น…” จู่ ๆ เสียงหัวเราะก็ดังขึ้น คนเริ่มล้อเรื่องกีวี่กับกาแฟ
ถึงคราวยอดกับช่อ ช่อทำหน้าขึงขัง งุนงงกับอุปกรณ์บ้าน ๆ หยิบใบชาแล้วใส่น้ำต้มร้อน ยอดเติมน้ำแข็งเพื่อลวงตา แล้วหยิบกระป๋องนมข้นหวานส่งให้ช่อ ช่อรับไป แล้วเทด้วยมือไม่นิ่ง จนเกือบหกใส่มือ
นักศึกษาบางคนแซว “โอ๊ะ ทำไมดูตื่นเต้นกว่าแข่งกีฬา!”
ยอดหัวเราะ “นี่คือชาแห่งมิตรภาพไง แก้วนี้พิเศษสุด!”
แล้วก็ยื่นแก้วให้กรรมการ นักศึกษาคนหนึ่งคิดว่าต้องมีอะไรแปลกก็เลยส่งต่อกันชิมขำ ๆ ทุกคนต่างแกล้งทำหน้ามีความหมายพิเศษ
ผลคือคนชิมจะไม่พูดตรง ๆ ว่ารสชาติเฉย ๆ แต่ดันพากันอวยสรรเสริญด้วยศัพท์เหนือเมฆ “รสนี้…เปรียบเหมือนการฝ่าฟันวิชาสามสิบหน่วยกิต!” “ขมแต่สดชื่น เหมือนโดนคณะบีบแต่เพื่อนช่วยไว้!”
เกิดกระแสบอกต่อว่าชมรมชาแห่งนี้รับคนที่มีคุณสมบัติกล้าเผชิญ “ชาชีวิต” ฝูงชนบ้าคลั่ง กดดันให้ยอดกับช่อเซ็นเอกสารตั้งชมรม
ช่อเริ่มหงุดหงิดแต่ยังเดินสายตัดไฟ กล่อมคนให้ไปต่อคิวรับชา “ขอโทษนะ วันนี้แจกชาอย่างเดียว พรุ่งนี้ว่ากันใหม่”
แต่ยอดกลับคิดใหญ่ ใจลึก ๆ ก็อยากตั้งชมรมให้ออกสื่อ “เดี๋ยวนะช่อ มันก็เท่ดีนะ ตั้งชมรมชาเนี้ย… เราจะเป็นตำนาน!”
ช่อกลอกตา “นายชอบแต่ไอเดีย นายเคยลืมคิดถึงขั้นตอนรึเปล่า เราต้องส่งเอกสาร สัมภาษณ์กรรมการมหาลัย ที่สำคัญ… ชาที่เหลือวันนี้ไม่ถึงสิบแก้ว!”
ทันใดนั้น มีอาจารย์ฝ่ายกิจกรรมเดินตรงมา เข้าขบวนพร้อมสมุดจด “สองคนนี้สินะ ดาวรุ่งกิจกรรมปีนี้! พรุ่งนี้เตรียมพรีเซนต์แนวคิดให้คณะกรรมการได้เลยนะ!”
ยอดพยายามหุบยิ้ม “…พรุ่งนี้?”
ช่อเบิกตาโพลง “เดี๋ยวก่อนค่ะ ของี้ไม่ใช่นะคะ เราไม่ได้ตั้ง…”
แต่เสียงเชียร์รอบข้างกลบหมด อาจารย์พยักหน้ารับปากไปแล้ว “เดี๋ยวจะรอฟังด้วยใจจดจ่อ!”
ยอดหันมากระซิบ “แค่ขายชา กลับกลายเป็นต้องพรีเซนต์ชมรม มันอะไรเนี่ย!”
วันต่อมา ยอดกังวลแต่ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ ขณะที่ช่อสูดลมหายใจลึก “โอเค เอางี้นะ ถ้าจะตั้งชมรมจริง ต้องตั้งหลักคิดก่อนว่าเราอยากให้ชาเป็นอะไรในชีวิตนักศึกษา”
ยอดทำหน้ามั่นใจ “บางทีมันอาจจะเป็นเครื่องมือรวมใจเพื่อนฝูง หรือ… เป็นสัญลักษณ์ว่าทุกคนมีความสดชื่นในแบบตัวเอง!”
ช่อหัวเราะในลำคอ เหล่มอง “ไม่ต้องพูดเวอร์ขนาดนั้นก็ได้ มันแค่ชานะเพื่อน!”
ยอดกวน “งั้นถ้าเราขายชาวันนี้ให้หมดได้ก่อนเพื่อน ทำไมไม่ตั้งชมรมล่ะ?”
“ตกลง ถ้าหมดก่อนบ่ายสอง ฉันทบทวนชีวิตอีกรอบนึง!”
ทั้งสองตั้งใจแจกชา หน้าบูธคึกคักจนชาใกล้หมด แต่นักศึกษากระจายข่าวผิด “บูธนี้แจกฟรีวันเดียวเท่านั้น! ใครไม่รีบอด!”
ความวุ่นวายขยายจนเพื่อนจากคณะอื่นแห่แหนมารวม ตัวแทนกรรมการกิจกรรมเห็นความคึกคัก เลยถามยอด “ชงชาเก่งขนาดนี้ เคยสนใจทำชาแนวผสมสมุนไพรไทยมั้ย?”
ยอดตอบขาด “ขอแค่ไม่มีถั่งเช่า ผมเอาหมด!”
ทุกคนหัวเราะ ช่อขำแห้ง ๆ มองขวดน้ำที่เริ่มหมด “จะเวรกรรมไหมเนี่ยถ้าเราต้มขวดพลาสติกลงไปด้วย…”
ยอดตั้งท่าตัดสินใจ ผลคือพลาดต้มขวดน้ำเดือดจนฝาเบี้ยว เร่งรีบแก้สถานการณ์ นักศึกษารอบข้างลุ้นว่าจะพังอีกมั้ย
สุดท้ายโชคดีที่ทุกคนสนุกกับความวุ่นวาย ไม่มีใครจริงจังเรื่องรสชาติมาก ทุกคนร่วมสนุกกับกิจกรรมแบบงง ๆ
เหตุการณ์ดำเนินถึงบ่ายสอง ชูกระติกชาแนบอก “หมดแล้ว!”
กรรมการกิจกรรมชูนิ้วโป้ง “ถ้างั้น… ยินดีด้วย! ชมรมชาได้รับเลือกเป็นดาวเด่นปีนี้!”
ยอดหัวเราะ “จริงหรือครับ? ทั้งที่จุดเริ่มต้นเราแค่จะขายชาธรรมดา ๆ เองนะ”
ช่อแซว “เพราะนายชอบคิดใหญ่ ดันมั่ว ๆ จนไกล!”
ทั้งสองหันไปมองใบสมัครชมรมที่วางสูงพะเนิน แล้วหัวเราะ แม้ยืนงงกับความเข้าใจผิดตลอดทั้งเรื่อง
ค่ำวันนั้น ขณะเก็บของกลับบ้าน กลุ่มเพื่อนและสมาชิก “ชมรมชา” หน้าใหม่มารวมตัวกันที่โต๊ะ ชวนยอดกับช่อนั่งคุยกัน เผยว่าทุกคนสนุกและรู้สึก “เหมือนได้บ้านใหม่ในชีวิตมหาลัย”
ยอดสบตาช่อแล้วหัวเราะ “เอาวะ! ชาชื่นใจจริง ๆ เว้ย!”
ช่อยิ้มกว้าง “รอบหน้า ถ้าจะคิดการใหญ่ แจ้งเพื่อนตรง ๆ ก่อนนะ!”
ทั้งสองหัวเราะ ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อน ๆ ที่ล้อมวง จบวันวุ่นวายด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
ก่อนกลับบ้าน ช่อหยิบแก้วชาวาง “ขอให้เจ้าของชาแต่ละแก้วประสบความสำเร็จในเส้นทางตัวเอง สาธุ!”
ยอดยิ้มยิงฟัน “แล้วถ้าวันวุ่น ๆ มาอีก ก็ขอให้มีชาเหลืออยู่ทุกครั้ง!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกรอบ ท่ามกลางลานมหาวิทยาลัยยามเย็น ฉากจบที่ชาไม่มีเหลือ แต่เรื่องราวความซี้ปึ้กและความสุขยังคงอยู่เสมอ