คำตอบกลางสายฝน
เสียงฝนแรกของปีโปรยปรายลงบนหลังคาตึกเก่าของมหาวิทยาลัย กระแสน้ำฝนไหลลงตามซอกซอยเล็ก ๆ รอบสนามหญ้า ขณะที่นักศึกษาหญิงชายต่างวิ่งหลบฝนกันจ้าละหวั่น ไนล์ยืนกอดแฟ้มเอกสารแน่นใต้ร่มทรงกลมสีดำ เดินกระโดดข้ามแอ่งน้ำเล็ก ๆ หน้าอาคารเรียน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ลิน! มานี่!” เขาตะโกนผ่านเสียงฝนไปอย่างลังเล มือขวายกค้างอยู่เหมือนรอคำตอบ ร่างบางของเพื่อนสนิทสาวยืนลังเลใต้กันสาดฝั่งตรงข้าม เธอแตะริมผมที่เปียกปอน ก่อนวิ่งเข้ามาหาไนล์อย่างเหนียมอาย
“แค่เรื่องเล็ก ๆ เอง นายต้องตะโกนขนาดนี้เลยเหรอ?” เสียงของลินเต็มไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ ไนล์เลือกที่จะไม่ตอบ จ้องหน้าลินขณะทั้งคู่ยืนเบียดกันใต้ร่ม น้ำฝนตกกระทบปลายเท้าเปื้อนฝุ่นของเขาไปด้วย
พอฝนซา ทั้งสองก็เดินเคียงข้าง ผ่านตึกเรียนสถาปัตย์อันเงียบสงบ ไนล์คิดหนักกับความฝันใหม่ที่เพิ่งเพิ่มขึ้นมาในชีวิต เขายังไม่กล้าบอกใคร—แม้แต่ลิน
“ไนล์… นายเชื่อเรื่องเปลี่ยนใจกลางคันไหม?” ลินถาม อย่างกับกำลังเขินกลัว ไนล์ทอดสายตามองใบไม้เปียกน้ำฝน
“บางทีมันก็ง่ายกว่าที่คิดนะ แต่บางที…” เขาเว้นวรรค ลินอมยิ้มเล็ก ๆ
“แต่ถ้ามันเปลี่ยนอนาคตทั้งชีวิตล่ะ?” น้ำเสียงของลินสะท้อนความกลัวบางอย่างที่เธอยังไม่เอ่ย ไนล์ไม่กล้าคลายปริศนา เขาเปลี่ยนเรื่องทันที
“วันนี้มีเรียนสาย แวะกินกาแฟกันก่อนมั้ย?”
เสียงช้อนกระทบแก้วกาแฟในร้านใกล้ประตูมหาวิทยาลัย ไนล์กับลินนั่งเงียบ คนละเครื่องดื่ม ระหว่างกลุ่มเพื่อนอีกสองคนกำลังเถียงกันเรื่องเกรด ลินเหลือบดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วถอนหายใจ ไนล์แกล้งฟังเพื่อนคุย แต่ตากลับลอบมองลินไม่วางตา
“เคลียร์กับแม่ได้ยัง?” เสียงของลินเบาลงจนฟังแทบไม่ได้ ไนล์หูลู่ด้วยความอึดอัด
“ยัง… ยังไม่พูดอะไรเลย เธอก็รู้นี่” เขากำตุ่มเสื้อแน่น ลินอมยิ้มเศร้า ๆ
“รอถึงเมื่อไหร่ นายกลัวแม่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ไนล์เงียบ อุบอิบ “ก็… เธอเองก็เหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ?” ทั้งคู่หัวเราะเบา ๆ กลบความอึดอัด
ผ่านไปอาทิตย์กว่า ๆ ก่อนสอบกลางภาค กลุ่มเพื่อนแยกย้ายไปติวกันเอง ลินกับไนล์นั่งอ่านหนังสือใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ดอกไม้ร่วงโรยเต็มพื้น หญิงสาวแกล้งยื่นหนังสือเข้ามาใกล้ดวงตาชายหนุ่ม
“นายว่าเราจะสอบผ่านไหม?”
“ถ้าเราขยัน ก็ผ่านไปสองวิชาล่ะ ที่เหลือก็ลุ้น”
ลินไล่นิ้วเล่นหน้าโอ่งน้ำข้างขา นัยน์ตาเศร้า ๆ ไนล์สังเกตเหมือนอยากถามอะไร แต่เธอเลือกจะเงียบไว้
สายลมเย็นผ่านมาตามแนวตึกสูง ไนล์เหลือบมองลินอย่างลังเล ก่อนเอ่ยเสียงเงียบ “ถ้าไปเรียนต่อเมืองนอก เธอจะคิดถึงที่นี่ไหม?”
“แน่นอน… ก็ที่นี่มีนาย…” เธอตอบขาดเสียง แล้วรีบบอก “หมายถึง… หมายถึงทุกอย่างน่ะ” บรรยากาศเงียบวังเวง ไนล์หัวเราะกลบความรู้สึกกดดันในใจ
หลังสอบเสร็จ กลุ่มเพื่อนพากันไปฉลอง ลินปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ ไนล์เดินออกมารอ ครู่หนึ่งก็ถูกเพื่อนผลักเบา ๆ เขาเลยล้มเกือบชนกับรุ่นพี่ปีสุดท้ายที่กำลังถือแก้วเปล่า
รุ่นพี่ปรายตามองเล็กน้อย “ระวังหน่อยน้อง เดี๋ยวก็โดนไล่ออกก่อนสอบไฟนอล” เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบห้อง ไนล์หน้าแดง ฝืนยิ้ม พลางมองหาลินที่ยังไม่กลับ
พอหาลินเจอ เธอมองมาอย่างแปลกใจ “เป็นอะไร หน้าเจื่อนเชียว?”
“ไม่มีอะไร…” เขาปล่อยผ่านมาโดยไม่กล้าบอกความอึดอัดใจออกไป
เสียงฝนตกลงอีกครั้งหนึ่งขณะทั้งคู่เดินกลับหอพัก ไนล์ลังเลจะพูดเรื่องความฝันของเขากับลิน เขาชะงักไปเมื่อจะพูด แต่ก็เงียบไว้
“มีอะไรหรือเปล่า?” ลินถามเบา ๆ
ไนล์ส่ายหัว “ยังไม่ถึงเวลา…” ลินกัดปาก ยิ้มจาง ๆ
“นายเป็นแบบนี้ตลอด คิดอะไรไม่พูด บางทีฉันก็อยากเข้าใจนะ”
เงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ทั้งคู่ต่างคนต่างเงียบ จนสายฝนซาลงจนเสียงน้ำหยดลงบนใบไม้ดังชัดเจน
เวลาผ่านไปอีกสัปดาห์ ไนล์เริ่มห่างเหินกับกลุ่มเพื่อนในขณะที่ลินสนิทกับเพื่อนใหม่ในสายวิชาศิลปะ ทำให้ทั้งสองห่างกันขึ้นชัดเจน บางครั้งไนล์เห็นลินหัวเราะกับรุ่นพี่หนุ่มในแผนก ไนล์รู้สึกเจ็บแปลบแต่เลือกจะไม่พูด
อาทิตย์หนึ่งก่อนประกาศผลสอบ ลินนัดไนล์ไปกินขนมคาเฟ่เล็ก ๆ ในซอยเก่า ไนล์มาถึงก่อน นั่งรอจนกาแฟเย็นแข็งเป็นน้ำแข็ง
ลินเดินเข้ามาช้าๆ ท่าทางลังเล เหนื่อยล้าเหมือนผ่านคืนที่นอนไม่หลับ
“ขอโทษนะ… คือฉันวุ่นวายไปกับโปรเจกต์เลยไม่ได้ตอบไลน์นาย”
ไนล์พยักหน้า “ไม่เป็นไร…ยุ่งก็เข้าใจ” เขาพยายามจะยิ้ม แต่ตาไม่ยิ้มตาม
ทั้งคู่เงียบ ต่างเลี่ยงสายตากันเอง
“นายมีอะไรอยากพูดไหม?” ลินถามขึ้นอีก
“บอกตรงๆ ฉันกลัว…”
ลินขมวดคิ้ว “กลัวอะไร?”
“กลัวจะเสียเธอไป ถ้าฉันพูดความจริง”
ลินใจหายแต่แกล้งหัวเราะกลบ “บอกมาก็ได้นะ ฉันไม่ไปไหนหรอก”
ไนล์ลังเล ก่อนเลือกจะพูดกึงกระซิบ “ฉันอยากเปลี่ยนสายเรียน… ฉันไม่ชอบวิศวะ… แต่กลัวแม่ผิดหวัง”
ลินค่อยๆ เอื้อมมือไปจับหลังมือไนล์เบา “นายกล้ามากที่แล้วพูดนะ…” เธอยิ้มอย่างเข้าใจ “นายต้องเป็นในสิ่งที่นายอยากเป็นสิ”
ไนล์หลบตาทันที “บางที… ฉันก็อยากจะเป็นคนที่เธอภูมิใจด้วย”
บรรยากาศอึดอัด โชคดีที่เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ ลินดูลังเลเล็กน้อยก่อนจะรับสาย เสียงปลายสายเป็นแม่ของเธอที่บังคับให้กลับบ้านตอนค่ำ ลินถอนใจอย่างอ่อนล้า
“ขอโทษนะ ฉันต้องกลับแล้ว” เธอพูดค้างไว้ “…ขอบใจที่กล้าพูดอะไรแบบนี้กับฉัน”
ไนล์มองตามหลังลินที่เดินออกจากร้านไปด้วยหัวใจสับสน รู้สึกราวกับบางอย่างในชีวิตกำลังแปรเปลี่ยน
เวลาต่อมา ไนล์เครียดหนักกับการสอบไฟนอล เขาห่างหายจากการพบลินและกลุ่มเพื่อนมากขึ้น ช่วงนี้ลินดูยุ่งยาก เธอทุ่มเทกับโปรเจกต์ศิลปะจนไม่มีเวลาว่างให้ไนล์ ไนล์รู้สึกถูกทอดทิ้งทั้งที่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
ในวันประกาศผลสอบ ฝนก็ตกพรำไม่หยุด กลุ่มเพื่อนรวมตัวกันใต้ร่มไม้ใหญ่ ไนล์ยืนพิงต้นไม้ เขาเห็นลินเดินมากับรุ่นพี่คนเดิม หัวเราะกระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง ไนล์กัดฟันแน่น ก้าวเท้าออกไปโดยไม่รอใคร
คืนนั้น ไนล์ส่งข้อความไปหาลินว่า “เราควรคุยกัน” แต่ไม่ได้รับคำตอบ
หลายวันผ่านไป ไนล์จมดิ่งอยู่กับความรู้สึกว่างเปล่าและเวิ้งว้าง เขาเอาแต่เดินเล่นกับฝน คิดอยากเปลี่ยนแปลงชีวิตแต่ไม่กล้าก้าวออกจากเงาของตัวเอง
ลินไปประกวดผลงานศิลปะที่ต่างจังหวัดหายหน้าหลายวัน ไนล์พยายามติดต่อแต่ก็เหมือนไร้เสียงตอบรับ ความอึดอัดถาโถมทำเอาไนล์แทบนอนไม่หลับ
ในคืนสุดท้ายของการประกวด ลินโทรหาไนล์ น้ำเสียงอ่อนแรงแต่โล่งใจ
“ขออภัยที่หายไปนานนะ… โปรเจกต์มันกินเวลาตลอดจริงๆ”
เสียงของไนล์สั่นระรัวราวกับสายฝนที่ตกลงนอกหน้าต่าง “ฉันกลัว… กลัวว่าเราจะห่างกันไปจนแก้ไขอะไรไม่ได้”
ลินนิ่งไปนาน ก่อนตอบผ่านเสียงสะท้อน “นายเป็นคนสำคัญสำหรับฉันมาก ๆ รู้มั้ย?”
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับมาหาฉันนะ”
เสียงลินหัวเราะเบา ๆ “แน่นอนสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกลับ”
เช้าวันรุ่งขึ้น ไนล์ไปดักรอลินที่สถานีขนส่ง เขาถือดอกไม้เล็ก ๆ ไว้ในมือ เหงื่อท่วมมือและหัวใจเต้นตึกตัก เวลาเดินช้าเหมือนใจเต้นรัวขึ้นทุกนาที
เมื่อรถบัสจอด ลินลงมาพร้อมเป้ใบใหญ่ เธอมองเห็นไนล์แต่ยังเดินช้าลง เหมือนลังเลอะไรในใจ ไนล์โบกมือ อาย ๆ แต่เต็มไปด้วยความคาดหวัง ลินยิ้มส่ายหน้า ก่อนเดินเข้ามาใกล้ ไนล์ยื่นดอกไม้ให้เงียบ ๆ
“ขอบใจนะ… สำหรับทุกอย่าง”
ทั้งคู่ต่างเงียบอยู่นานเหมือนกำลังใจเต้นแรงเกินใครจะได้ยิน ไนล์สูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตัดสินใจเป็นครั้งแรกในชีวิต
“ลิน… ฉันมีอะไรจะบอก”
ลินมองตาเขานิ่ง “ฉันก็เหมือนกัน”
ทั้งคู่หัวเราะอย่างเก้อเขิน ในที่สุดความรู้สึกที่ค้างคาใจมาตลอดหลายปีจึงค่อย ๆ เผยออกมาทีละน้อย
“ฉัน… คิดถึงนายตลอดเวลาที่ห่างกัน” ลินพูดก่อน แววตามั่นใจแต่ปนกลัว
ไนล์ยิ้ม ผ่อนคลายความตึงเครียด “ฉันกลัวเสียเธอไป… แต่ยิ่งห่างยิ่งรู้ว่านายสำคัญที่สุด…”
พวกเขายืนข้างกันท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่าน สายฝนเม็ดแรกบาง ๆ ตกลงมาอีกครั้ง ไนล์กับลินมองหน้ากัน ต่างไม่มีใครพูดอะไรออกไปอีก
เสียงฝนตกกลบทุกคำ ลินยิ้มกว้าง เอื้อมมือมาจับมือไนล์ไว้แน่น ก่อนเดินเคียงกันออกจากสถานี เหมือนโลกทั้งใบเปลี่ยนด้วยสายฝนและความกล้าที่ใช้มอบให้กันในที่สุด…
ฝนยังคงตกกระทบพื้น แต่หัวใจของสองเพื่อนสนิทไม่เปียกอีกต่อไป