เสียงเพรียกจากหอพักร้าง
เสียงใบไม้เสียดสีดังขึ้นเบาๆ ในค่ำคืนที่ลมกรรโชกแรง ชายคนนึงเดินลากกระเป๋าผ่านดงหญ้าสูง ภายใต้แสงไฟฉายที่ส่องวาบวับ ร่างของอัญญาเดินตามหลังอยู่ห่างๆ ชะงักเท้าอยู่ตรงป้ายไม้ซีดจาง ‘หอพักหญิงพิมพ์จันทร์’ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมป่า เธอสูดหายใจลึก พยายามกลืนความกลัวลงคอ ก่อนจะมองไปทางเพื่อนอีกสามคนที่ยืนล้อมวงกันอยู่ใต้แสงจากรถตู้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แน่ใจนะอัญ ว่าต้องกลับมาที่นี่จริงๆ?” เสียงของปาล์มดังขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล ปอยผมหน้าม้าของเธอเปียกฝนเล็กน้อย “แกจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ไม่เป็นไรหรอก มันก็แค่…ตึกเก่า” อัญญาตอบเสียงเบา ทั้งที่ในใจเต้นระรัว เธอกำแรงเสื้อจนข้อนิ้วขาว เรื่องราวในอดีตยังคงวนเวียนในหัว — หอพักแห่งนี้เคยเป็นสถานที่ที่พี่สาวของเธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหกปีก่อน
คิม เพื่อนชายร่างผอมสูง แอบมองนาฬิกา “ยังไงก็ต้องรีบเก็บข้อมูลจบคืนนี้นะ ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่นาน” เขาเบนสายตาไปทางต้นไม้ใหญ่ข้างตึก สีหน้าหวาดระแวงคล้ายได้ยินเสียงบางอย่าง
“แล้วนีลล่ะ?” ปาล์มหันไปถามนีล สาวผิวเข้มที่เงียบขึ้งตลอดทาง นีลไม่ตอบ เพียงแค่ยิ้มมุมปากและแบกกล้องวิดีโอไว้แน่น
ทั้งสี่เดินลัดเลาะเข้าตึก หยาดน้ำฝนหยดลงตามซอกพื้นไม้ เสียงแกรกกรากดังขึ้นในความเงียบ อัญญาแอบชำเลืองมองบันไดทอดยาวขึ้นสู่ชั้นบน ภาพสลัวๆ ของรอยเลือดเก่าๆ ที่วันนั้นยังติดอยู่ในความทรงจำ
“เราจะตั้งกล้องตรงนี้ก่อนนะ” นีลเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาขึงขัง “ถ้ามีอะไรผิดปกติ จะได้จับภาพไว้”
ปาล์มเดินสำรวจรอบโถงกลาง สะดุดกับรูปถ่ายหมู่สีจางกรอบหนึ่งซึ่งแขวนเอียงอยู่ “ดูนี่สิ เด็กผู้หญิงในรูป ทำไมหน้าตาคุ้นๆ เหมือน…ใครสักคนที่ฉันเคยเห็น”
อัญญาหลบตา ไม่กล้าสบสายตากับใบหน้าผู้หญิงในรูปที่ทำให้เธอขนลุก
เสียงฝีเท้าดังแว่วขึ้นจากชั้นบน ทุกคนหยุดนิ่ง หันมองตามพร้อมกัน คิมกลืนน้ำลาย “มีใครอยู่ข้างบนหรือเปล่า?” ไม่มีใครตอบ มีเพียงเสียงลมหายใจขาดห้วงในความมืด
ปาล์มหัวเราะกลบเกลื่อน “สงสัยหนูหรือแมว” แต่สีหน้ากังวลไม่อาจปิดบังได้
ขณะที่นีลจัดตำแหน่งกล้อง อัญญาเดินไปรอบๆ พลันเธอสะดุดกับกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่ที่พื้น เป็นจดหมายเขียนด้วยลายมือสั่นๆ ข้อความว่า ‘อย่าเงยหน้าขึ้นไป’ เธอขนลุกทันที
คืนนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายไปนั่งในมุมของตัวเอง เสียงลมยังคงพัดพร่าเป็นระยะ บางช่วงก็เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง อัญญากอดเข่ามองเพดาน ความกลัวเก่าๆ ค่อยๆ กัดกินจิตใจ
ปาล์มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กสัญญาณ “ไม่มีเน็ต ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย…”
นีลแค่นหัวเราะเบาๆ “ตามสไตล์ตึกผีสิง” ดวงตาเธอฉายแววไม่ไว้ใจ
“คืนเดียว เดี๋ยวก็ผ่าน” คิมพูดพลางมองไปยังบันไดที่ทาบเงายาวบนผนัง
เวลาเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า เสียงแปลกประหลาดเริ่มดังขึ้นจากห้องต่างๆ — บางครั้งเหมือนเสียงกระซิบ บางครั้งคล้ายเสียงฝีเท้าสาวน้อยวิ่งบนพื้นไม้ผุ
“ใครแอบขึ้นไปข้างบน?” ปาล์มถามเสียงเบา ตาเหลือบมองอัญญา
“ฉันอยู่ตรงนี้…ทุกคนก็อยู่ครบ” คิมยืนยัน
บรรยากาศขุ่นมัวด้วยความสงสัยและความหวาดกลัว อัญญาอดทนจนถึงเที่ยงคืน เธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปยังบันได เสียงฝีเท้าของเธอเบาและช้า ฝีเท้าอีกคู่หนึ่งเหมือนเดินตามมาติดๆ จากข้างหลัง
“อัญ…” เสียงกระซิบเบาๆ ดังขึ้นข้างหู เธอสะดุ้งหันขวับ ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น
เธอเดินขึ้นไปชั้นสอง เจอประตูไม้บานหนึ่งแง้มอยู่แคบๆ อัญญาสอดสายตามองเห็นเงาใครบางคนอยู่ในห้อง เธอกลั้นหายใจ แต่พอผลักประตูเข้าไปกลับพบเพียงความว่างเปล่า
ข้าวของเก่ากองเต็มห้อง รอยขูดขีดเต็มผนัง มีเศษกระจกแตกอยู่บนพื้น เธอย่อตัวลงดู เห็นชื่อหนึ่งถูกขีดซ้ำๆ ‘อัญญา’ เธอหายใจไม่ทั่วท้อง
เสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้อยู่ด้านหลังเธอจริงๆ เธอหันกลับไป พบคิมยืนอยู่ในเงา ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ “ฉัน…ขอโทษนะอัญ ฉันไม่ควรชวนเธอมาที่นี่เลย”
อัญญาชะงัก “ทำไมพูดแบบนั้น?”
คิมไม่ตอบ จ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากเขาสั่น คล้ายมีบางอย่างอยากพูดแต่ไม่กล้า
เสียงปึงปังดังจากชั้นล่าง ทั้งสองพากันรีบลงไป พบปาล์มกับนีลยืนตัวแข็งอยู่หน้าโถงกลาง แสงไฟฉายของนีลส่องไปยังผนังที่ปรากฏคราบน้ำคล้ายรูปร่างคน
“มันอยู่ตรงนั้น!” ปาล์มร้องเสียงหลง
แต่เมื่อเข้าไปใกล้ กลับไม่มีอะไรนอกจากเงามืด
นีลเอ่ยเสียงเบา “เมื่อคืนก่อนที่ฉันมาสำรวจห้องนี้…ฉันได้ยินเสียงเรียกชื่อฉันเองจากห้องข้างบน”
อัญญามองนีลด้วยความฉงน “แกหมายความว่ายังไง?”
นีลเบือนหน้าหนี “ฉันคิดว่าฉันเห็น…พี่สาวของเธอเดินผ่านไปในเงามืด”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งหนักอึ้ง อัญญาเริ่มสั่น เธอสูดหายใจลึกพยายามตั้งสติ “ที่นี่มัน…ยังมีบางอย่างอยู่จริงๆ ใช่ไหม”
คิมพยักหน้าเงียบๆ “ฉันรู้สึกเหมือนมีใครมองเราอยู่ตลอดเวลา”
ปาล์มกอดอก “แต่ไม่มีใครกล้าออกไปข้างนอกสักคน…”
ค่ำคืนนั้นยาวนานขึ้นเรื่อยๆ เสียงเพรียกแปลกประหลาดดังสลับกับความเงียบ ทุกคนต่างหวาดกลัวและหวาดระแวงซึ่งกันและกัน
อัญญาเดินวนอยู่ในห้องนอนเก่าๆ ของพี่สาว เธอพบไดอารี่เล่มเล็กใต้หมอนเก่า เปิดอ่านทีละหน้า ข้อความเต็มไปด้วยความเศร้า ความกลัว และการขอร้องให้ใครสักคนช่วย
ข้อความสุดท้ายเขียนว่า ‘ถ้าได้ยินเสียงเพรียก อย่าตอบกลับ’ อัญญาปิดไดอารี่แน่น น้ำตาเอ่อคลอ เธอคิดถึงพี่สาวและอดีตที่ฝังลึก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นช้าๆ สามครั้ง อัญญากลั้นใจเดินไปเปิด แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและเสียงกระซิบแผ่วเบา “อัญ…อัญ…ช่วยด้วย…”
เธอถอยหลังช้าๆ น้ำตาไหล ตะโกนออกไปว่า “พี่อยู่ไหน!”
เงามืดทาบลงบนพื้นห้อง เสียงขูดขีดตามผนังดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ทุกคนได้ยินพร้อมกัน ทุกคนรีบรวมตัวกันในโถงกลาง ใบหน้าเคร่งเครียด
“ฉันว่าเราต้องออกไปจากที่นี่” ปาล์มพูดเสียงสั่น
คิมพยายามเปิดประตูแต่ไม่ขยับ “มันล็อก…เหมือนถูกปิดจากข้างนอก”
นีลเดินวนรอบห้องกล้องวิดีโอในมือ “ต้องมีวิธีออก ไม่งั้น…”
แสงไฟพลันดับพรึ่บ ทุกอย่างตกอยู่ในความมืด คิมคว้าไฟฉายแต่ไฟกระพริบแปลกๆ เงารูปร่างหญิงสาวก้าวออกมาจากมุมห้อง ทุกคนหยุดนิ่ง สีหน้าตื่นตระหนก
แต่ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นไม่ใช่ผี แต่เป็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักเรียนเก่า สีหน้าซีดเซียว มือเปื้อนดิน เธอกระซิบเสียงโหย “ช่วยฉัน…ออกไปที…”
เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ จากข้างนอก รอบหอพักสั่นสะเทือน ทุกคนแตกตื่น ปาล์มร้องไห้ คิมกำมือแน่น นีลถอยหลังติดกำแพง อัญญาเดินเข้าหาเงานั้นด้วยใจสั่น
“พี่…ใช่ไหม?”
หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ “ไม่…ฉันติดอยู่ที่นี่…เหมือนทุกคน…”
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากชั้นบน ทุกคนหันไปมอง เงาอีกหลายเงาปรากฏขึ้นบนบันได ร่างโปร่งแสงในชุดนักเรียนทยอยเดินลงมาอย่างช้าๆ บรรยากาศน่าขนลุกคล้ายมีใครสักคนกำลังบังคับพวกเธออยู่
เสียงเพรียกดังขึ้นซ้อนกัน “กลับมาสิ…อย่าไปไหน…อยู่ที่นี่กับพวกเรา…”
อัญญาเริ่มตระหนักว่า เสียงเพรียกที่เธอได้ยินไม่ใช่เสียงของพี่สาวหรือใครคนเดียว แต่เป็นวิญญาณมากมายที่ถูกกักขังในหอพักนี้
นีลพูดเบาๆ “มันต้องมีบางอย่างเชื่อมหอพักกับความตายของพวกนั้น…”
คิมมองไปที่กระจกแตกร้าว “หรือเราเป็นคนต่อไป”
กลุ่มเพื่อนเริ่มทะเลาะกัน เสียงกล่าวโทษ แววตาหวาดระแวง นีลยอมรับเสียงเคร่งเครียดว่า “ฉันเคยรู้เรื่องนี้มาก่อน แต่ไม่กล้าบอกใคร เพราะ…ฉันเองก็เคยเห็นภาพหลอนมาตลอด”
ปาล์มหันไปหาอัญญา “แล้วแกล่ะ ตามหาพี่สาวเพราะอะไรแน่?”
อัญญาค่อยๆ เปิดเผยว่า เธอรู้ความจริงบางอย่างเกี่ยวกับพี่สาวและผู้ดูแลหอพักที่เคยทำพิธีลึกลับมาก่อน หอพักนี้จึงถูกคำสาปให้ทุกคนที่ได้ยินเสียงเพรียกต้องติดอยู่ที่นี่จนวันตาย
เสียงเพรียกดังใกล้เข้ามา ทุกคนต้องเลือกว่าจะเผชิญหน้าความจริงหรือหนีต่อไป อัญญาตัดสินใจเดินขึ้นชั้นบน เธอเจอประตูห้องสุดท้ายที่ปิดสนิท เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังลอดออกมา
เธอเปิดเข้าไป พบหญิงสาวมากมายยืนล้อมรอบกลางห้อง ทุกคนมีใบหน้าเศร้าโศก ตาแดงก่ำ เสียงเพรียกตรงกลางห้องดังขึ้น “ถ้าเธอไม่ช่วย…เธอจะอยู่ที่นี่กับพวกเรา…”
อัญญาตัวสั่น น้ำตาไหล เธอสัญญาว่าจะเปิดเผยเรื่องราวนี้ต่อโลกภายนอก และไม่ให้ใครต้องจบชีวิตที่นี่อีก แสงสว่างจ้าสาดเข้ามาในห้อง จู่ๆ ประตูหอพักก็เปิดออก เสียงลมกรรโชกแรงพัดเข้ามา พาเงาและเสียงเพรียกทั้งหมดจางหายไป
ทุกคนในกลุ่มรีบวิ่งออกจากตึก หอบหายใจแรง ร่างของอัญญาล้มลงหน้าทางเข้าหอพัก เธอหันกลับไปมอง เห็นเงาผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าชั้นบน โบกมืออำลาอย่างเงียบงัน
คืนนั้นพวกเขาออกจากหอพักพิมพ์จันทร์ โลกภายนอกเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่เสียงเพรียกในหัวอัญญายังไม่เคยหายไป เธอรู้ว่าความลับของหอพักยังคงฝังลึกอยู่ และไม่มีใครหนีมันพ้นได้อย่างแท้จริง