เงามืดแห่งหอพักอาถรรพ์
เสียงสายลมหวีดผ่านทางเดินเปลี่ยวของหอพักหญิง ‘ศรีมณฑา’ ในคืนที่ไร้แสงจันทร์ หอพักไม้สองชั้นที่ตั้งอยู่ริมหมู่บ้านห่างไกล มักถูกเล่าขานถึงเรื่องเล่าเก่าแก่ แต่คืนนี้ทุกอย่างดูเงียบงันผิดปกติ อีฟ นักศึกษาปีสี่ ค่อยๆเดินลากกระเป๋าเข้ามาในหอพักด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า เธอพยายามโทรศัพท์หาเพื่อนร่วมชั้นที่ควรจะมารอรับแต่ไม่มีใครรับสาย ทั้งห้องโถงมีเพียงเสียงนาฬิกาเก่าๆ ตีบอกเที่ยงคืน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อีฟเดินผ่านป้ายประกาศเก่าขึ้นรา เธอหยุดอ่านประกาศห้ามออกนอกหอหลังสามทุ่ม แล้วถอนหายใจ เดินขึ้นบันไดที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อเหยียบ ใต้แสงไฟสลัว เงาของเธอพาดยาวบนผนังอย่างน่ากระอักกระอ่วน
เมื่อเธอผลักประตูห้อง 207 ก็พบแพรนอนเหม่อลอยอยู่บนเตียง เลยเริ่มบทสนทนาอย่างลังเล
“แพร คืนนี้เงียบผิดปกติมั้ย เหมือนไม่มีใครเลย”
แพรเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ เสียงเบาราวกระซิบ
“เมื่อคืนก็เป็นแบบนี้… ฉันได้ยินเสียงฝีเท้าข้างห้องตอนตีสาม ทั้งที่ห้องว่าง”
อีฟนิ่งงัน ไม่แน่ใจว่าแพรพูดจริงหรือแค่ล้อเล่น เธอเดินไปจัดของ เงียบงันชั่วครู่ก่อนแพรจะพูดต่อ
“แล้วเธอไม่กลัวเหรอ ตอนเข้าห้องน้ำคนเดียวกลางคืน?”
อีฟหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ในใจรู้สึกไม่สบายใจ เธอเหลือบมองบานประตูห้องน้ำที่ปิดไม่สนิท
เวลาเลยไปอย่างช้าๆ ทั้งสองต่างนั่งเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงของกิ่งไม้ขูดกับหน้าต่าง อีฟหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแต่สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ทั้งสองสะดุ้ง เงียบงัน ไม่มีใครกล้าขยับตัว
อีฟเหลือบมองแพรด้วยความกลัว แพรกลืนน้ำลายแล้วลุกไปเปิดประตูช้าๆ แต่เมื่อเปิดออก กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทางเดินมืดสนิท ไม่มีแม้แต่เงาของใครผ่านไป
แพรหันกลับมาทั้งที่หน้าซีด อีฟใช้จังหวะนี้พยายามปรับอารมณ์ จู่ๆโทรศัพท์ของอีฟก็ดังขึ้น ปรากฏเป็นเบอร์แปลก เธอลังเลก่อนกดรับ มีเพียงเสียงลมหายใจเป็นจังหวะถี่ และเสียงกระซิบแผ่วเบาว่า “อย่าออกจากห้องคืนนี้…”
เสียงนั้นดับไปทันที ทิ้งความเงียบอึดอัดไว้ในห้อง อีฟสบตาแพร ทั้งคู่มีแวววิตก กังวลซ่อนอยู่ในดวงตา อีฟตัดสินใจล็อกประตูแน่นขึ้น
เวลาเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า แพรพยายามเปลี่ยนเรื่อง เล่าเรื่องเพื่อนร่วมห้องเก่าชื่อเหมยที่เคยอยู่ห้องนี้แต่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลายคนลือว่าเหมยย้ายออก แต่บางคนว่าเหมยไม่เคยออกไปไหนเลย
อีฟฟังแล้วรู้สึกผวา เธอถามแพรว่าเคยเห็นอะไรแปลกๆ บ้างไหม
แพรมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอบเสียงเบา
“บางคืนฉันได้ยินเสียงใครเดินไปมา ทั้งที่ตอนเช็คชื่อตอนหัวค่ำไม่มีคนอยู่เลย”
อีฟเงียบไป สายตาเธอหันไปมองเงาดำรูปคนที่ทอดยาวบนผนังจากแสงไฟนอกห้อง ทั้งสองตึงเครียดจนไม่กล้าพูดอะไร
หลังเที่ยงคืน อีฟฝันร้ายถึงเงาดำในทางเดิน เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมา เหงื่อซึมเต็มหน้า เห็นแพรนั่งกอดเข่าอยู่มุมเตียง สายตาเหม่อลอย
อีฟพยายามปลอบแต่แพรไม่ตอบ เธอสังเกตเห็นว่าประตูห้องน้ำเปิดอ้าออก ทั้งที่เมื่อก่อนหลับเธอล็อกไว้แน่น
อีฟตัดสินใจเดินเข้าไปดูในห้องน้ำ ภายในมืดสนิท มีกลิ่นอับชื้น เงาของเธอและแพรซ้อนทับกันบนกระจกบานใหญ่ ขณะที่กำลังจะเดินออกมา เธอเหมือนเห็นเงาอีกเงาหนึ่งแวบผ่านด้านหลังในกระจก
เธอรีบวิ่งกลับมานั่งข้างแพร ทั้งคู่ต่างกลั้นหายใจ เสียงลมแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หน้าต่างสั่น อีฟถามเบาๆว่า
“ถ้าที่นี่มีอะไรจริงๆ เราจะทำยังไงดี?”
แพรนิ่ง เงียบอยู่นานก่อนตอบ
“ฉันเคยคิดจะย้ายออก…แต่ทุกครั้งที่เก็บของ จะหาของสำคัญไม่เจอ เหมือนมีอะไรไม่ให้ไป”
อีฟขนลุกวาบ เธอจำได้ว่าตอนย้ายเข้า เธอก็หากุญแจห้องไม่เจอต้องให้แม่บ้านมาเปิดให้ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยค่อยๆปกคลุม
รุ่งขึ้นเช้า อีฟและแพรลงมาชั้นล่างเพื่อหาข้าวเช้ากิน พบกับเตย เพื่อนต่างคณะซึ่งเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เตยทักแบบอารมณ์ดีแต่สายตากลับดูระแวดระวังผิดปกติ
“เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรแปลกๆปะ ฉันนอนไม่หลับเลย อยู่ๆ เหมือนได้ยินเสียงรองเท้ากระทบพื้น มันไม่ใช่ของคนในหอนะ”
อีฟกับแพรสบตากันอย่างรู้สึกไม่สบายใจ เตยพูดต่อ
“ฉันอยู่ห้อง 209 ทุกคืนจะได้กลิ่นธูปหรืออะไรแผ่วๆ มาจากทางเดิน ขนาดห้องข้างๆไม่มีใครอยู่เลยนะ”
แพรขมวดคิ้ว ถามเตยว่ากลัวไหม
เตยกลืนน้ำลายแล้วตอบติดตลกแต่แฝงความกลัว
“กลัวสิ แต่จะให้ไปไหนล่ะ ห้องเช่าราคาถูกแบบนี้หายากนะ”
บทสนทนาค้างคา ทั้งสามแยกย้ายขึ้นห้อง อีฟกับแพรขังตัวเองอยู่ในห้องจนเย็น ขณะนั้นเอง มีเสียงดังโครมจากห้องข้างๆ ทั้งที่ไม่มีใครอยู่
อีฟตัดสินใจชวนแพรไปตรวจดูด้วยกัน ทั้งสองออกมายืนหน้าห้อง 208 พบว่าประตูแง้มอยู่ ข้างในห้องว่างเปล่า มีเพียงกลิ่นธูปจางๆ และฝุ่นหนา อีฟสังเกตเห็นรอยเท้าหนาๆบนพื้นไม้เหมือนเพิ่งมีคนเหยียบ ทั้งที่ฝุ่นจับหนาแน่น
แพรตั้งข้อสังเกตเสียงเบา
“รอยเท้า…มันเดินไปหยุดที่มุมห้องแล้วหายไป ไม่เดินย้อนกลับออกมา”
อีฟรู้สึกขนลุก เธอเดินไปดูกระจกตรงมุมห้อง จู่ๆ เห็นข้อความคล้ายลายมือขูดบนกระจกว่า “อย่าออกไป”
ทั้งสองรีบออกจากห้อง กลับไปนั่งนิ่งในห้อง 207 อีฟหวนนึกถึงอดีต เธอเคยมีเพื่อนสนิทชื่อพลอยเมื่อสมัยมัธยม และพลอยเคยหายตัวไปจากหอพักแบบไร้ร่องรอย ไม่มีใครตามเจอจนถึงวันนี้ ความรู้สึกผิดค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจ
คืนนั้นขณะกำลังจะนอน เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังและถี่กว่าทุกครั้ง อีฟกับแพรกลั้นหายใจ จู่ๆ ประตูก็เปิดออกเองช้าๆ ไม่มีลม ไม่มีใครอยู่หน้าประตู เงาดำๆ ลอยอยู่ปลายทางเดิน ทอดยาวเข้ามาในห้อง
แพรละล่ำละลัก
“อีฟ… เราวิ่งหนีเถอะ”
อีฟลังเล ก่อนตัดสินใจยื่นมือไปคว้ามือแพรวิ่งออกจากห้อง เงาดำนั้นเคลื่อนตามมาอย่างเงียบงัน ทั้งคู่พยายามวิ่งลงบันได แต่ทุกก้าวเหมือนถ่วงช้าลง
เมื่อพวกเธอถึงชั้นล่าง กลับพบว่าประตูหน้าหอถูกล็อกจากด้านในอย่างแน่นหนา อีฟตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ไร้เสียงตอบกลับ ในเงามืดริมโถง เงาดำๆ เคลื่อนไหวช้าๆ คล้ายรอจังหวะจะเข้ามาใกล้
เตยปรากฏตัวขึ้น เธอพูดเสียงสั่นว่า
“ฉันก็ออกไปไม่ได้เหมือนกัน เหมือนอยู่ในนี้มาหลายวัน ทั้งที่แค่ข้ามคืน… ฉัน…ฉันจำทางกลับห้องไม่ได้แล้ว”
อีฟพยายามปลุกปลอบและร่วมมือกับแพรกับเตยลองหาทางออกใหม่ พวกเธอเดินวนในทางเดินแต่กลับพบว่าทุกทางวนกลับมาที่เดิมเหมือนหลงในเขาวงกต
ระหว่างเดินอีฟสังเกตเห็นบอร์ดประกาศเก่า มีรูปถ่ายหมู่สมัยก่อน อีฟหยิบขึ้นมาดู พบว่ามีหญิงสาวหน้าตาคล้ายเหมยกับใครอีกคนที่หน้าตาคุ้นตาอย่างประหลาด เธอพยายามนึก แต่ความทรงจำกลับพร่ามัวเหมือนมีบางอย่างปิดกั้นไว้
ในภาพถ่าย มีเงาดำบางๆ อยู่หลังกลุ่มสาวๆ ทั้งที่ไม่มีใครสังเกตเห็นมาก่อน
แพรเริ่มปะติดปะต่อ เล่าเสียงเบา
“เคยมีข่าวว่าหอพักนี้เคยเกิดเหตุคนหายตัวไปหลายคน แต่ไม่มีใครรู้รายละเอียด ทุกคนที่เกี่ยวข้อง…จะลืมเรื่องนั้นไปเอง”
เตยเสริม
“บางที…อาจมีอะไรในหอนี้ที่ไม่อยากให้ใครออกไปได้”
ความกลัวก่อตัวขึ้น เหมือนกับว่าทั้งหอพักคือกับดักที่คอยลบเลือนความทรงจำของผู้อยู่และกักขังพวกเธอให้อยู่ที่นี่ตลอดไป
คืนถัดมาทั้งสามนั่งเฝ้ากันในห้อง 207 เสียงเคาะประตูและเสียงฝีเท้าดังสม่ำเสมอ อีฟฝันเห็นภาพพลอยร้องไห้ในมุมมืด เธอตื่นขึ้นมาพร้อมชื่อพลอยผุดขึ้นในหัวชัดเจน
อีฟเล่าให้แพรกับเตยฟังเกี่ยวกับความทรงจำที่ขาดหายไปเกี่ยวกับพลอย เธอตัดสินใจเดินหาห้องเดิมของพลอยในสมัยมัธยมที่เคยมาพักที่นี่ ทุกอย่างเหมือนเปลี่ยนไป ทางเดินยาวขึ้น ประตูห้องไม่มีเลขเหมือนเคย
ในขณะที่เธอเดินผ่านทางเดินมืด เงาดำๆ คล้ายหญิงสาวเดินตัดหน้าไป เธอรีบวิ่งตามไปจนถึงห้องที่ดูคุ้นตา ภายในห้องมีกลิ่นธูปแรงจนแสบจมูก และบนผนังเขียนข้อความว่า “อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่” ด้วยลายมือสั่นๆ
อีฟทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหล ความรู้สึกผิดก่อตัว เธอจำได้ว่าเคยสัญญากับพลอยว่าจะไม่ทิ้งกัน แต่วันนั้นเธอละเลยเพื่อน ปล่อยให้พลอยอยู่คนเดียวในคืนที่เกิดเหตุ
เสียงกระซิบแผ่วๆ ดังขึ้นรอบห้อง “อย่าทิ้งฉัน…” เงาดำเคลื่อนเข้ามาใกล้ อีฟรวบรวมความกล้าเอ่ยขอโทษเสียงสั่น
“พลอย…ขอโทษ ฉันผิดเอง ฉันทิ้งเธอไว้คนเดียว”
เงาดำนั้นหยุดนิ่งกลางห้อง ค่อยๆ กลายร่างเป็นหญิงสาวผมยาวหน้าซีดเลือนราง รอยน้ำตาปรากฏบนใบหน้า เธอพยายามพูดแต่ไม่มีเสียง อีฟเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปจับมือ
พลันภาพในอดีตผุดขึ้นในหัวอีฟ คราวนี้ชัดเจน เธอเห็นพลอยร้องไห้ในคืนที่ไฟดับทั้งหอพัก เธอเองที่วิ่งหนีออกไปก่อน เหลือเพื่อนเอาไว้ในห้องเพียงลำพัง ความผิดนั้นกลายเป็นบาดแผลในใจที่ถูกกดทับไว้นาน
เงาของพลอยค่อยๆจางหายพร้อมเสียงสะอื้น ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ อีฟสะดุ้งตื่นมาในห้อง 207 พบแพรกับเตยยังอยู่ครบ ประตูห้องเปิดออกสู่เช้าใหม่ที่ท้องฟ้าสว่างเป็นปกติ
อีฟเดินออกจากหอพักไปกับแพรและเตย ทั้งสามพบว่าประตูหน้าหอเปิดโล่ง ไม่มีสิ่งกีดขวางอีกต่อไป เงาดำเงียบหาย แต่ทุกคนยังรู้สึกถึงความเย็นเยียบเกาะกุม ขณะที่กำลังเดินออกมาอีฟเหลียวหลังกลับไปมอง ตัวอักษรซีดจางบนกระจกหน้าหอปรากฏว่า “อย่าทิ้งฉันไว้ที่นี่”
ความเงียบแผ่ปกคลุม ขณะสามสาวเดินออกจากหอพัก ทิ้งร่องรอยอดีต ความรู้สึกผิด และคำเตือนที่ไม่มีวันเลือนหายไว้เบื้องหลัง