หอโรตีไม่มีใครนอนก่อนตีสอง
เสียงรถสองแถวเบรกเอี๊ยดหน้าอาคารคร่ำครึแถบชานเมือง ‘หอพักสามทุ่ม’ มีไฟสลัวส่องลอดหน้าต่างบานหนึ่งออกมา เต๋า หนุ่มน้อยรูปร่างผอมแถวบาง คนมั่นใจน้อยสุดขีดแต่พยายามทำตัวปกติ เดินหอบกระเป๋าเป้ใบใหญ่และกล่องข้าวกล่องน้ำขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยอาการเกร็งๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงดังเปรี้ยง เหมือนมีใครเตะขวดน้ำตกลงมาจากชั้นบน “ขอโทษครับพี่ ซุ่มซ่ามอีกแล้ว!” เสียงเด็กหนุ่มร่างใหญ่ผิวคล้ำ ผมฟูยุ่งวิ่งลงมาเก็บขวด เต๋าตกใจรีบชิดกำแพง หนุ่มใหญ่เงยหน้าส่งยิ้มกว้าง “ผมอาร์ม อยู่ตรงข้ามกับเตียงนายนะ ยินดีต้อนรับ… วันนี้มาหอแรกใช่ปะเนี่ย”
เต๋าอ้ำอึ้ง ยิ้มตอบแบบเกร็งๆ “อ่า…ครับ เรียกเต๋าก็ได้ครับ” ชายหนุ่มอีกคนเดินออกมาจากห้องกลาง ผิวขาวผอมใส่แว่นกรอบโต หน้าเหมือนหงุดหงิดเรื้อรัง “อาร์ม แกหยุดรีบวิ่งเสียงดังได้มั้ย โอ้ย…ไหนจะอ่านตำราหนังสือพรุ่งนี้ทันมั้ยเนี่ย”
อาร์มเบะปากแล้วยักไหล่เต๋า “นายอย่าไปสนใจพี่พงษ์เลย พี่เขาติดสอบกับติดนิสัยจู้จี้เป็นคู่กัน” พงษ์มองค้อน”ฉันได้ยินนะเฟ้ย!”
ทันใดนั้น กลิ่นโรตีร้อนหอมฉุยลอยมาจากหน้าห้อง เต๋าสูดกลิ่นเหมือนมนุษย์น้ำลายไหล อาร์มหันไปทางกลิ่น “ซันนน! นายแอบกินโรตีอีกแล้วใช่มั้ย!”
ประตูเปิดผาง หนุ่มหน้าคมผมรวบยาว กำลังคีบโรตีหั่นหยาบใส่จาน เสียงทุ้มเอื่อยแต่แฝงความมั่นใจในตัวเองแบบเกินพอดี “ไม่ได้แอบ ฉันซื้อฝากด้วยซ้ำ แต่ถ้านายพูดจาเสียงดังอีก ฉันจะไม่แบ่ง”
อาร์มทำหน้าราวขาดใจตาย พงษ์ถอนหายใจเฮือก “เราจะจัดระเบียบรับน้องใหม่คืนนี้มั้ยหรือรอโชว์กินโรตีกลางดึกก่อน”
เต๋าขอแทรกเสียงเบา ๆ “เอ่อ คือ…ต้องจ่ายค่าหอหรือสมัครอะไรอีกป่าวครับ” พงษ์ชะงัก อาร์มหัวเราะ “ไม่ต้องกลัว เรื่องเงินซันจัดการหมด ข้อมูลเยอะกว่าระบบราชการอีก”
ซันวางจานโรตีบนโต๊ะกลาง แววตาเจ้ากี้เจ้าการ “งั้นเดินดูหอก่อน แวะห้องน้ำ ข้างซ้ายหน้าแอร์ ขวาคือห้องดูหนังใต้ดินแต่ใช้ฉายโปรเจกเตอร์กับกำแพงเปล่า ๆ”
เต๋ามองเลขห้องเขิน ๆ อาร์มแย่งซันกินโรตี พงษ์เริ่มพูดเรื่องกฏประหลาด เช่น ห้ามเปิดเพลงหลังสี่ทุ่มเว้นแต่เป็นแนววินเทจ เต๋าพยายามจดจำ แต่หน้าตาเหล่าหอพักแต่ละคนดูจะสนใจแต่โรตีคนละแผ่น
เสียงโทรศัพท์ซันดัง เขารีบหยิบ “ฮัลโหล?…โอ้โห ไม่มีโรตีอีกแล้ว นี่ซื้อมาซะตั้งหกแผ่นนะ” เด็กชายคนหนึ่งค่อย ๆ โผล่หน้าเข้ามาจากบันได “เอ่อ…พี่ครับ พวกพี่เห็นกระเป๋าสีเขียวไหม ผมวางไว้ แล้วหายไปครับ…”
พงษ์ตอบพลางปรายตามองโรตี “น้องเดินหาให้ทั่วเถอะ ห้องนี้ไม่มีใครหยิบของใครแน่นอน…เว้นแต่อาร์ม” อาร์มหัวเราะแหะ ๆ “ผมหยิบแค่ผ้าขนหนูเปียกของซันคราวที่แล้วเอง”
บรรยากาศเริ่มชุลมุน เสียงทุกคนพูดคุยทับกัน เต๋าหันซ้ายขวา หัวใจเต้นรัว กลัวโดนเข้าใจผิดเป็นขโมย ก่อนจะเงียบกริบเพราะไฟในหอพักดับพรึ่บ ทุกคนร้องพร้อมกัน “เฮ้ย!”
พงษ์ถอดแว่น ควานหาเทียน ซันขู่ใครแกล้งจะได้กินโรตีหมดคนเดียว อาร์มหัวเราะบอกว่า ชัวร์ไม่เกี่ยวกับเขาเต๋าแทรกเบาๆ “ทำไมไฟดับบ่อยจังครับ” อาร์มลากเก้าอี้ไปนั่งข้างเต๋า “เคยมีคนไขคัทเอาท์ หวังจะประหยัดไฟ แต่สุดท้ายไฟยิ่งแพงกว่าเดิมอีก ปริศนาหอพักเรา”
ไม่นานไฟสว่าง ทุกคนร้องเฮ ซันเหลือบมองจานโรตี—โรตีหายไป! พงษ์ชี้หน้าอาร์มทันที “เป็นฝีมือแกใช่มั้ย!” อาร์มส่ายหน้า เต๋าตกใจ มือเย็นเฉียบเพราะกลัวจะโดนกล่าวหาอีกรอบ
หนุ่มน้อยเดินถือจานโรตีเปล่าเข้ามาอย่างไร้เดียงสา “ผมกินเองครับ พี่ขอโทษ พี่ซันบอกแบ่งได้” เต๋าหลุดหัวเราะกับความง่วงปนกลัวของเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าหอ สักพักพวกพี่ๆ ก็เปลี่ยนโหมดรับน้องทันที พงษ์หยิบการ์ดเกมมาแจก อาร์มเดินอุ้มหมอนข้าง ซันเอาเครื่องเสียงมาต่อแบบวุ่นวาย ทุกอย่างปั่นป่วนอีกรอบ
เสียงโทรศัพท์เต๋าดัง แม่โทรมาถามว่าได้กินข้าวมั้ย เต๋าตอบไปว่า “มีโรตี…แล้วก็พี่ ๆ ใจดีมากครับ” แต่อึ้งกับยันต์ ติดค้างในใจ—หอพักนี้ใช้ชีวิตปกติได้มั้ยเนี่ย
ค่ำคืนนั้น ทุกคนเล่านู่นนี่ โหยหาโรตีที่หายไปแล้ว เริ่มคุยแซวอดีตหอพัก บางคนเอาเรื่องเรียนมาโยงกับวิธีเลือกสเปรดโรตี บ้างพูดถึงวิธีดูแลหอไม่ให้รั่วฤดูฝน บางคนกลัวว่าหมาน้อยที่อยู่ใต้หอจะขึ้นมากินโรตีอีก
เต๋าค่อย ๆ ผ่อนคลาย ทุกอย่างเหมือนวุ่นแต่มันกลับเข้าใจได้ ต่างคนมีปัญหา มีนิสัยและหน้าตลกในฉากของตัวเอง เสียงหัวเราะกลบความกังวล โรตีที่เป็นหัวข้อแรกของการเข้าใจผิด กลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพ
ก่อนนอน พงษ์พูดเสียงงัวเงีย “อย่าเผลอเอาโรตีไปไว้บนหัวเตียง เดี๋ยวมดมา มดหอนี้แสบกว่าเพื่อนร่วมห้องอีก” ทุกคนนิ่งไปแวบหนึ่ง ก่อนจะระเบิดหัวเราะไหลเป็นคลื่นในห้องเล็ก ๆ
สุดท้ายเต๋าห่มผ้านอน พลางคิดถึงโรตีแผ่นสุดท้าย และรู้สึกว่าที่นี่เป็น ‘บ้าน’ แบบประหลาด ๆ แล้วเขาก็หลับยิ้ม ๆ ไปท่ามกลางเสียงเม้าธ์มอยค่อย ๆ เบาลงทุกทีจนไฟกลางหอดับลงช้า ๆ