ชมรมคนคิดมากกับภารกิจจัดประกวดสัตว์เลี้ยง
“ไม่เอาแล้ว! เราว่าช่วงนี้โรงเรียนเงียบเกิน” วินัย ชายหนุ่มวัยมัธยมปลาย เจ้าของฉายา ‘เจ้าพ่อคิดมาก’ ประธานชมรมกิจกรรมจิตอาสา ประกาศในที่ประชุมสามเพื่อน ณ ห้องชมรมที่เพิ่งปัดฝุ่นเมื่อเช้านี้เอง “ฝุ่นเยอะก็แค่เพราะไม่มีใครอยากมานั่งฟังนายคิดมาก” เป้ สหายซี้ผู้กล้าฝ่าความเบื่อ ผู้ชอบลงมือทำก่อนคิดไกล “ไม่จริงสักนิด เป้ บางทีมันต้องคิดเผื่อทุกอย่างจะได้ไม่…” เวิ่นแต่ไกลจนยูริ เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่ม (สายฉะไว ตอบไว ใจถึง) จ้อง ก่อนพูดแทรก “งั้นจัดกิจกรรมใหญ่เลย นายสองคน! เลือกมาสักอย่าง ใจๆ ทุกคนจะได้ตื่นเต้นบ้าง”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วินัยนิ่งไป ใบหน้าวาดเส้นหนักเพราะคิดเยอะแต่ไม่กล้าขยับ เป้ยิงไอเดียเร็ว “จัดประกวดสัตว์เลี้ยงนะ! ใคร ๆ ก็มีสัตว์น่ารัก เอามาอวดกัน บูมแน่นอน!”
ยูริ: “ใครจะจัด? นายรู้ไหมโรงเรียนเรามีกี่ห้อง? จะให้หมาแมวเดินชนกันกลางลานไหวเหรอ?”
เป้: “ก็แล้วแต่ เดี๋ยวจัดคิวให้เป็นช่วง ๆ เหมือนชิงโชคไง”
วินัยตาโต สายตากวาดกำแพงอย่างวิตก “แต่…สัตว์บางตัวแอบเจ้าของเอามา โดนกัด วิ่งเตลิด เดี๋ยวเรื่องยาวนะ พ่อผอ.จับได้แน่ ต้องมีแผนสำรอง มีอาสาสมัครเฝ้ามุม ทางหนีไฟ…”
ยูริระบายลมหายใจแรง “วินัย นายคิดไปสามตลบแล้ว แต่สุดท้ายปัญหามันเกิดตรงที่ไม่มีใครทำสักอย่างนั่นแหละ!”
เป้: “งั้นเดี๋ยวทุกคนช่วยกันคนละหน้าที่ ฉันดูรับสมัคร ยูริดูเวที วินัยดู…แผนเผื่อระเบิด!”
วินัย: “มันต้องใช้ใบอนุญาตมั้ย? แล้วถ้าแมวมันแพ้ขน…เราต้องแจกยาต้านภูมิแพ้ในงาน หรือ…แผ่นปิดจมูก?”
เป้หัวเราะเสียงดัง “คิดก่อนจะไปขายยาเถอะ!”
ยูริ: “สรุปคือจะจัด ป่ะ! ประชุมจบ กลับบ้าน!”
ทั้งสามแยกย้าย อารมณ์ค้างเพราะรู้กันอยู่ ว่าอะไรบางอย่างต้องผิดพลาดแน่นอน
รุ่งเช้า เป้เดินมาโรงเรียนพร้อมป้ายไวนิลยักษ์ “มหกรรมสัตว์เลี้ยงแห่งปี ใครมีสัตว์อะไร เอามาอวดเลย!” พร้อมแปะแจ้งข่าวทั่วโรงเรียน
วินัยคิ้วย่น อ้ำอึ้ง เมื่อเห็น ข้อความ“สัตว์อะไร” “เป้ นายไม่ได้หมายถึง…ไส้เดือน แตน หรือจิ้งจกใช่ไหม?”
เป้ภาคภูมิใจ “ใครก็ได้ ตามใจฉันยังไงก็ออกมาแปลก ๆ สนุกแน่”
ยูริปล่อยแก้มตุ่ย “อย่าลืมวางแผนฉุกเฉิน นายล่ะวินัย มีคู่มือรับมืองูหลุดไหม?”
“งูหลุด!!” วินัยเหงื่อตกใส่เสื้อทันที
วันต่อมา การเปิดรับสมัครเริ่มต้น เป้พร้อมสมุดรายชื่อ ผู้สมัครหน้าใหม่ และคำถามแปลก ๆ
คนแรก อาร์ตเพื่อนร่วมห้อง หอบตะกร้าใส่เต่ามา “นี่เต่าเต็ง ไอดอลบ้านเฟื่องฟ้า!”
เป้: “โอ้ ไม่เดินก็ชิลดี ได้ ๆ”
วินัยซัก “เต่าเคยกัดใครไหม?”
อาร์ต: “ซ้อมกัดแต่ฝาเต่า ขี้เกียจออกนอกเต่า”
เป้จด ชื่อ เต่า “แข่งอวดท่านอน!”
ต่อมา ฟอง สาวห้องปั่นชาไข่มุก ยื่นถุงใส่ปลาคาร์ฟ “หนูเลี้ยงปลา อยากแจม”
ยูริขมวดคิ้ว “แข่งไรดี? กระพริบตากระพริบหางเหรอ?”
ฟองแก้เขิน “ขอเป็นประกวดเสื้อปลาสีแปลกค่ะ หนูจับปลามาแต่งตัว”
เป้หัวเราะ “เจ๊ ฟองจะกลายเป็นตำนาน!”
จากนั้นมีผู้สมัครอีกมาก ตั้งแต่เด็กเรียนสายวิทย์นำด้วงกว่าง เด็กมนุษย์วรรณกรรมที่เลี้ยงตุ๊กแก “ตุ๊กแกบอกเก่งกว่าแมว!”
วินัยเครียด “สัตว์บ้านหรือสัตว์ป่ากันแน่ ต้องมีหลักฐานใบรับรองไหม ฟองต้องสวมชุดกันน้ำมาไหม”
ยูริ: “เฮ้อ นายคิดมากเองทั้งนั้น!”
เมื่อวันงานใกล้เข้ามา ความอลหม่านเริ่มลงสนามจริง
ยูริเดินมาที่เวทีที่เป้งี่เง่าเตรียมไว้ กลับกลายเป็นสนามแบดมินตันแต่อุปกรณ์เป็นร่มกับหมอนข้าง “อุปกรณ์ประกวดสัตว์เลี้ยงมันต้องแบบนี้เหรอ?”
เป้หน้าเจื่อน “ฉันเคยเห็นในเน็ต…มั้ง”
วินัยเดินมาแบกถุงอุปกรณ์ฉุกเฉินจนหัวทิ่ม “ฉันเอายาต้านพิษ กับแผ่นป้าย ‘ห้ามให้อาหารงู’ เผื่อมีใครเอางูมาจริง ๆ”
ยูริแกล้งถอนหายใจ “เห้อ งั้นให้ปลาใส่สูทว่ายประกวดรอร่ม…หรือจะให้เต่าขึ้นสลิงโชว์ดี?”
เป้ “โตแล้ว เต่ากะปลาต้องมีเวทีของตัวเอง!”
ขณะนั้น ซิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเดินเข้ามา สายตาเด็ดขาดแต่ใจดี “คิดจะทำอะไรแปลก อย่าให้มีเรื่อง!” เป้รีบตอบ “รับรองไม่ป่วนครับ!”
วินัยปาดเหงื่อ ซุบซิบกับเป้ “ถ้ามีงูเลื้อยแล้วผอ.มาดู…เราต้องหนีไหม?”
เป้พูดติดเล่น “หรือทำประกวดงูปลอมแทนไหม งูผ้าถุง แนวดี!”
ยูริเริ่มแจกหน้าที่เพื่อนทุกคน “เป้เฝ้าประตู วินัยดูสัตว์ วุ่นวายให้พอ เต่าบินข้ามสนามก็เอา!”
รุ่งเช้า วันงาน ทุกอย่างบานปลายจนคาดไม่ถึง เด็กถือกรงไก่ จักจั่น ตุ๊กแก ปลาทอง กระต่าย แต่ละคนพูดข้ามกัน
เด็กชายหนึ่งตะโกน “พี่ครับ เอาตัวต่อมาประกวดด้วย!”
วินัยตกใจ “ตัวต่อ…”
ยูริตัดบท “เอาชุดดำน้ำมาไหมวินัย?”
เป้: “เฮ้ย พอ! เดี๋ยวเสร็จออกมาเป็นประกวดตัวประหลาดสุดยอดโลก”
และแล้ว เวลาประกวดเริ่มจริง กรรมการเป็นคุณครูสายพละกับครูศิลปะ นั่งคนละขอบสนาม ด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน
คู่แข่งคนแรก เต่าเต็ง เดินชนขอบเวที หลบไม่พ้นหมอนข้างที่เป้จัดไว้ ตกใจหดหัว
ฟองอวดปลาคาร์ฟในถุงน้ำแต่ปลาพลิกตัวกลับหัวเพราะน้ำจืดไปหน่อย
น้องสายวิทย์ปล่อยด้วงกว่าง เตรียมแข่งปีนหมอนข้าง ด้วงกระเด็นตกพื้น – กระโดดกลับบ้านเอง
เด็กวรรณกรรมยืนประจานตุ๊กแก คุยคู่ตุ๊กแกแต่เหมือนขู่ว่าจะไล่ลงจากเวที
ขณะเดียวกัน ฝากกรงไก่มีเสียงเป็ดร้อง ทำเป้สับสน “ไก่ตัวนี้ทำไมเสียงเป็ด?”
วินัย: “หรือมันเป็นเป็ดแฝงมาใต้ปีก?”
ยูริ: “เอาไมค์ไปถามมันซิ”
กรรมการเริ่มขอคะแนนงง ๆ แต่ทุกคนนั้นขำมากกว่าลุ้นผลชนะจริง ๆ
เป้แอบเตรียมมอบรางวัลพิเศษสำหรับ “สัตว์ที่แฟนคลับมากที่สุด” ให้เต่าเต็ง
วินัยยิ้มจากความวุ่นวาย “จริง ๆ ความสุขคือทุกคนกล้าพาสัตว์ที่รักมาโชว์เนอะ”
ยูริ: “คนที่รักสัตว์ เขาก็กล้ารักกันเอง นายเข้าใจยัง วินัย”
“เข้าใจ! บางเรื่องต้องลองก่อน ไม่งั้นก็ไม่รู้ว่ามันจะสนุกขนาดนี้”
ระหว่างประกาศรางวัล เหล่าสัตว์เริ่มร้องเพลงประสานเสียงแบบไม่ได้ขอ ใครบางคนปล่อยหมาไล่งับหมอนข้างเค็ม หมาวิ่งชนเต่า เต่ากลิ้งออกเวที ไก่กับเป็ดโต้เสียงใสเวทีจนกรรมการงงหนัก
ในที่สุด ทุกคนได้รางวัล ทุกสัตว์ได้อาหาร เจ้าของได้โล่ห์กระดาษเปเปอร์ แม้ประกวดจะเละเทะ แต่รอยยิ้มอบอุ่นทั่วสนาม เด็ก ๆ วิ่งหันซ้ายขวา ยิ้มกันโดยไม่ต้องมีใครชนะจริง ๆ
หลังจบงาน เป้นั่งเช็ดเหงื่อ “ต่อไปประกวดอะไรดี…ประกวดรองเท้าขาดไหม?”
วินัยกับยูริขำออกมา “นายคิดมากอีกละ!” จบด้วยเสียงหัวเราะและมุกใหม่ที่วินัยคิดในใจ…แต่งานหน้าขอให้เป้นำไปก่อน ส่วนยูริเตรียมแผ่นไม้มาตีเองถ้ามีสัตว์อะไรโผล่มาอีก!