พื้นที่รกร้าง…ป่วนวาย ณ หอชมจันทร์
แสงไฟหอพักชมจันทร์สาดลงพื้นซีเมนต์หยาบ ๆ ในคืนเดือนมืด เสียงหมาเห่าแว่วไกล ข้าว-นิสิตปีสองคณะนิติศาสตร์เดินลงจากบันไดอย่างจริงจัง มือจับสมุดโน้ตแน่น ทวนกำหนดการในหัวซ้ำสามรอบ “ไล่เช็กคนร่วมงาน ต้องนับเก้าอี้ ต้องสั่งของกิน ต้องเก็บกวาดหลังจบ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะกำลังจดจ่อ เบญจ์-นิสิตปีสองคณะมนุษยศาสตร์ รูมเมตผู้รักอิสระปั่นจักรยานตีโครมเข้าอาคารหยุดตรงหน้าเพื่อน ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของข้าว เบญจ์พูดติดตลก “คืนนี้ต้องลุย เตรียมปาร์ตี้ให้เอิกเกริก” ข้าวชูสมุดโน้ต “ต้องตามแผนนะ อย่าออกนอกรูปแบบล่ะ”
“รูปแบบเหรอ? อยู่กับเราต้องยืดหยุ่นบ้างสิ” เบญจ์ว่า “งานมันจะมีสีสันยังไงล่ะข้าว แผนเป๊ะ ๆ ของแกนี่แหละทำให้ทุกคนกลัวจะง่วงตาย” ข้าวหน้าแดงขึ้นมานิด ๆ “แต่ถ้าไม่ตามขั้นตอน ทุกอย่างจะพังหมด!”
เพื่อนบ้านห้องข้าง ๆ อย่าง “ยิ้ม” เด็กอาร์ตไม่เคยพร้อมรับอะไรสักอย่าง โผล่หน้ามาแหย่ “สองคนนี่ยังเถียงกันเรื่องงานปาร์ตี้อยู่อีกเหรอ ตื่นเต้นจังว่าวันเกิดใคร? หรือจะเป็น ‘งานสอบสวนเชิงปาร์ตี้’ มากกว่ามั้ง…” เบญจ์สวนไปทันที “ก็วันเกิดข้าวน่ะสิ!” ข้าวสะดุ้ง “เฮ้ย เบญจ์ อย่าเพิ่งบอกสิ…”
คืนก่อนงาน ข้าวยังคุมเช็กลิสต์ไม่จบ เบญจ์แบกกล่องโฟมส่งเสียงราวกับแจกคูปองโชคดี “ของต้องใช้มาแล้ว! มีทั้งน้ำพริกปลาทู เฟรนช์ฟราย ยำแซ่บ กะไอศครีมโบราณ” ข้าวมาดู พบว่ามีแต่ของที่สั่งไว้เพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งเว่อร์จนข้าวมึน เบญจ์กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ “เคล็ดลับของปาร์ตี้คือเซอร์ไพรส์” ยิ้มแทรกขึ้นอีก “ของขาดอารมณ์ศิลป์หรือเปล่า นี่ซื้อเทียนหอมแทนเทียนปักเค้กมาให้แล้ว”
ข้าวถอนหายใจ “ก็โอเค…ขอแค่พรุ่งนี้ไม่มีเรื่องผิดแผน” แต่เบญจ์พูดสวน “เราชอบความพลิกแพลงนะข้าว เดี๋ยวรับมือ!”
รุ่งเช้า วันเกิดข้าว เบญจ์โดดขึ้นโต๊ะกลางหอ ตะโกนบรีฟชาวหอว่าคืนนี้มีปาร์ตี้ โดยไม่ได้บอกว่างานจริง ๆ แค่จะจัดกันในห้องเล็ก ๆ คนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นปาร์ตี้ใหญ่ประจำปี เพื่อนข้างห้องที่ชื่อบูมรีบไลน์หากลุ่ม “คืนนี้แจกฟรีเบียร์ที่หอไหมวะ?”
ข้าวเห็นเหตุการณ์เริ่มหลุดมือ แต่ไม่อยากทำให้เพื่อนผิดหวัง พยายามควบคุมเกมด้วยการส่งข้อความกลุ่ม “ขอความร่วมมือใส่เสื้อสีเทา ไม่ดัง ไม่ทิ้งขยะนะครับ” เบญจ์อ่านข้อความ แอบหัวเราะในใจ “เผลอ ๆ งานนี้จะดังถึงอาจารย์แน่”
เวลาบ่าย เบญจ์กับยิ้มลอบแอบเข้าไปในครัวรวม ชวนกันทำคุกกี้สูตรใหม่แต่เกิดระเบิดแป้งฟูจนขาวไปทั้งครัว ทั้งคู่หัวเราะท้องคัดท้องแข็ง “แกรู้มั้ยว่านี่ไม่ใช่แป้งขนม แต่เป็นผงซักฟอก!” ข้าวเดินเข้ามาเห็นภาพนรกแตกถึงกับอ้าปากค้าง “พวกนายทำอะไรลงไปเนี่ย! งานวุ่นแน่คืนนี้…”
ชาวหอแวะเวียนมาหาข้าว ถามเรื่องธีมปาร์ตี้ บ้างจะถือไมค์ร้องคาราโอเกะ บ้างขอจัดไฟเธค ข้าวเหนื่อยใจคูณร้อย “มันแค่…แค่วันเกิด เรียบง่ายพอ” แต่ทุกคนสุมไฟวางแผนใหญ่กันเอง ยิ้มเสนอ “ขอยืมห้องเถอะ เดี๋ยวจัดแกลอรี่ศิลป์ด้วย”
เบญจ์ถึงกับยกมือไฮไฟว์ “นี่แหละสีสันชีวิต!” ข้าวได้แต่กลืนน้ำลาย คิดในใจว่าทุกอย่างมันเริ่มจะใหญ่เกินแผน
เย็นย่ำ ข้าวเดินเช็กขยะรอบ ๆ หอ เจอตะกร้าหลายใบกองเต็มมุม เบญจ์ผลุบมาตบไหล่ “วันนี้อย่าเครียดน่า งานปาร์ตี้คือเรื่องของใจ!” ข้าวหน้าเครียดแต่แอบยิ้มน้อย ๆ
19.00 น. งานเริ่ม แขกทะลักล้นห้องจนเกือบทะลุผนัง เบญจ์แต่งตัวประหลาดเป็นเทพเจ้าเดือนเกิดยื่นไมค์ร้องเพลงอวยพร ข้าวยืนเก้ ๆ กัง ๆ กับเค้กที่เทียนบนหน้าโดนเป่าทิ้งหมดก่อนถึงคิว
ยิ้มประกาศ “ขอเชิญเจ้าของวันเกิดกล่าวอะไรสักหน่อย!” ข้าวกลืนน้ำลาย “ข…ขอบคุณทุกคนที่…เอ่อ มากันครับ” เบญจ์แย่งไมค์ “ขอเพลงพิเศษ!” ทั้งหอฮือฮา
ระหว่างความวุ่น ผู้ดูแลหอเดินมา (ประธานหอที่หวงความสงบเกินใคร) สาวชุดเทาเดินย่องเข้ามาพร้อมน้ำเสียงดุ “ใครอนุญาตให้จัดงานกลางหอ!” เบญจ์ทำเนียน “ก็เป็นคืนดี ๆ ให้น้องข้าวไงฮะ ไม่เมา ไม่ดัง (แค่ลำโพงระเบิด)”
ข้าวรีบวิ่งไปเจรจา ใจเต้นตึก “คือจริง ๆ แล้วแค่ปาร์ตี้ห้องเล็กครับ แต่เพื่อนเข้าใจผิด…”
แต่ปรากฏว่า ประธานหอเองก็อ่อนโยนกว่าที่ใครคิด “งั้นปรับนิด ตัดเพลงดังลง ห้ามโปรยเศษขนม เดี๋ยวช่วยเคลียร์งานด้วยละกัน” ทุกคนหัวเราะโล่งอก เบญจ์ขยิบตา “เห็นมั้ยข้าว ใจดีจะตาย”
บทสนทนาครั้งนี้กลายเป็นช่วงสงบชั่วคราว ยิ้มแอบดูบรรยากาศ ใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปเก็บไว้
แต่จู่ ๆ ไฟดับทั้งหอ ทุกคนกรี๊ด ข้าวรีบวิ่งไปหากล่องไฟฉุกเฉิน ประธานหอตะโกน “อย่าเพิ่ง! เดี๋ยวเช็คก่อน” เบญจ์คว้ากล่องเทียนหอมที่ยิ้มซื้อมา จุดเทียนแจกทุกคน บรรยากาศปาร์ตี้แปลงร่างกลายเป็นงานแคมป์ไฟ
ซีนเงียบ ทุกคนนั่งล้อมวง มีแสงเทียนสลัว เบญจ์โพล่งเสียงดัง “คืนนี้…เราขอให้ข้าวมีความสุขเยอะ ๆ แม้ทุกอย่างจะหลุดแผน…” ข้าวอมยิ้มอย่างเขิน ๆ “ถึงจะหลุดแผน…แต่ก็…สนุกกว่าที่คิด”
ยิ้มถาม “ปีหน้าจัดอีกมั้ย?” ข้าวตอบ “ขอแค่ไม่ต้องปะทะกับขยะหอก็พอ” ทุกคนหัวเราะ เบญจ์หยิบไมค์ (ที่เหลือแต่สาย) ขึ้นมากะจะร้องเพลงสุดท้าย แต่ปลั๊กไฟยังดับ
ดึกมากแล้ว งานเลี้ยงเล็ก ๆ ผันกลายเป็นค่ำคืนอบอุ่นในความมืด ข้าวนั่งข้างเบญจ์ พูดเบา ๆ “แก…ขอบคุณนะ ถึงจะพังแต่ก็ไม่เลวเลย” เบญจ์ตอบพลางมองไฟเทียน “ชีวิตมันก็แบบนี้แหละข้าว ต่อให้มีแผน กับมีดวง…สุดท้ายเราก็ต้องยิ้มแหละ”
ทุกคนนอนระเกะระกะแถวยาว ข้าวงีบหัวเราะ ฝันถึงงานวันเกิดปีหน้า แต่คราวนี้…ขอสั่งเทียนปักเค้ก ไม่ใช่เทียนหอมก็พอ
เช้าวันใหม่ ข้อมูลในกลุ่มไลน์หอพักระเบิด “ปาร์ตี้เมื่อคืนจบทิ้งตัว ไม่มีใครเก็บขยะ!” ข้าวพุ่งไปหยิบไม้กวาด เบญจ์หัวเราะกลิ้ง “แผนไหนก็พังเมื่อเจอเศษขนม!” ยิ้มลอบยกกล้อง “คืนนี้กราฟฟิตี้ขยะสวยดีนะ”
เพื่อนตึกข้างมาซุบซิบ “ปีหน้ามีอีกมะ?” ข้าวยิ้มเหนื่อย ๆ พูดติดตลก “ถ้าจะมี ปรึกษาก่อนนะ ปีนี้ได้บทเรียน…ต้องมีแผนสำรอง!” ทุกคนหัวเราะยาวไปอีกยก