เช้าวันใหม่…กับไข่ทอดที่หอใน (The Not-So-Sunny Side Up)
เสียงดังโครมครามจากห้องครัวกลางชั้นสองของหอพักปลุก “ต้นตาล” ให้ตื่นอย่างตกใจ ทั้งที่เพิ่งหลับไปไม่ถึงสี่ชั่วโมงหลังนั่งอ่านสรุปชีววิทยารอบสุดท้าย ต้นตาลดันเป็นคนที่ถ้าไม่ได้เริ่มวันด้วยไข่ดาวที่ไข่แดงฉ่ำ ๆ จะรู้สึกว่าทั้งวันต้องพังทลาย เธอเดินเป๋ ๆ ไปที่ห้องครัว ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นไข่ไหม้ตีขึ้นจมูก เห็นเพื่อนร่วมหออย่าง “สุพรรษา” คนขี้เล่นแต่ชอบโอ่อว่าทำกับข้าวเก่งกำลังง่วนกับพับไข่เจียวไม่เป็นทรง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ต้นตาลมองไข่ทอดที่รอยไหม้เหมือนตราประทับอารยธรรมโบราณบนกระทะ แล้วสูดหายใจ “เดี๋ยว ๆ ขอฉันทอดไข่ให้หน่อย ซ้อมมาแล้วเมื่อคืน…รอบที่ 13 ด้วย!” สุพรรษาหัวเราะ “แล้วเมื่อคืนแกกินไข่ไปกี่ฟองน่ะ! เดี๋ยวหัวแดงหมดนะคนนี้” แล้วก็เดินออกไป ปล่อยต้นตาลยืนจ้องกระทะอย่างตั้งใจแบบนักวิจัยค้นพบไวรัสใหม่
ผ่านไปไม่ถึง 2 นาที กลิ่นฉุนเฉียดจมูกอีกระลอก “เฮ้ ไข่ไหลหมดกระทะ!” ต้นตาลร้องขึ้น ลนลานหยิบตะหลิวแต่ดันจับผิดด้าน ตะหลิวหลุดจากมือกลิ้งตกกับพื้น สุพรรษารีบวิ่งกลับมาดู “โอ๊ยเดี๋ยว ๆ ใจเย็นดิ นี่คิดจะทำไข่หรือระเบิดนิวเคลียร์!” ทั้งคู่หัวเราะขำกลบกลิ่นไหม้ของฝันในเช้าวันใหม่
เสียงตีระฆังของแม่บ้านหอพัก “ป้าแมว” ดังขึ้นจากบันได ป้าแมวเข้มงวดเรื่องระเบียบและมักคิดเอาเองว่าเด็ก ๆ จะหาทางก่อเรื่องป่วนทุกเช้า แท้จริงเป็นคนใจดีแต่ปากร้าย ป้าแมวเดินเข้าครัวมองไปรอบ ๆ “นี่แค่ห้องครัวนะไม่ใช่สนามรบ ถึงกับต้องเสียไข่ไป 2 ฟองเลยเหรอ?”
ต้นตาลกับสุพรรษาเหลียวมองกันไปมา ต้นตาลรีบพยายามอธิบาย “หนูแค่จะทอดไข่…” ป้าแมวไม่ฟังต่อ “รอให้เด็กห้อง 207 ทอดไข่ให้ไหมยัยตาล? หล่อนนั่นเป็นเชฟดีกว่าหนูแน่ ๆ” สุพรรษาทำท่าว่าอยากเถียงแต่กลัวถูกหักคะแนนความประพฤติ ชะโงกหน้าออกนอกห้องโดยไม่พูดอะไร
ทันใดนั้น “จูน” สาวหน้าตายที่ชอบนอนกลางวันและเกลียดเสียงดังยิ่งกว่าสิ่งใด ก็เดินสะลึมสะลือมาทางครัว จูนโบกมือ “แค่ไข่ทอดจะอะไรนักหนา พวกแกท้อน้ำตาไหลมั้ยเนี่ย” ต้นตาลหยุดคิด “จูน เคยทอดไข่ไหม? ซ้อมไว้ผิดคิวแบบนี้บ้างหรือเปล่า” จูนแค่มองด้วยสายตาว่างเปล่า “เอาไข่ให้หมากินยังไม่ทันเสียเวลาขนาดนี้เลย” สุพรรษาหัวเราะเสียงดังเบา ๆ เพราะกลัวป้าแมวได้ยิน
ปัญหาทวีคูณขึ้น เมื่อทุกคนในหอเริ่มถูกเสียงดังและกลิ่นไข่ทอดไหม้ปลุก ทีละคน ๆ ทั้ง “ฝ้าย” เพื่อนห้องข้าง ๆ ที่อดนอนจากการอ่านหนังสือสอบก็เดินปั้นหน้ามุ่ยออกมา “ถ้าเช้าไหนไข่ไม่ไหม้ ฉันจะดีใจเหมือนเจอ Wi-Fi ฟรี” ต้นตาลลูบหัวตัวเอง “ฝ้าย! แกก็กินไข่เป็นกับเขาหรือเปล่า” ฝ้ายแค่ส่ายหน้า “ฉันแค่อยากนอน…ขอแค่นั้น”
ในจังหวะที่เสียงทุกคนเริ่มดัง ป้าแมวก็ตัดบท “ไข่ไม่ทอดแล้วก็พอ อย่าให้กลิ่นฟุ้งไปทั้งหออีก!” ป้าแมวเดินผละไปโดยทิ้งกลิ่นสบู่หอมฟุ้งสู้กับไข่ไหม้ไว้อีกกลิ่น ต้นตาลเหลือบมองไข่ในถาด ค่อย ๆ ตัดสินใจใหม่ว่าเธอต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยไข่ฟองใหม่ให้ดีที่สุด
สุพรรษาหันมากระซิบ “เอางี้…ถ้าแกทอดไข่วันนี้รอด ฉันจะล้างจานแทนทั้งอาทิตย์เลย” ต้นตาลจุดประกายความหวัง “ตกลง! แต่ถ้าไม่รอด…ฉันให้แกเลือกติ๊กต๊อกชาเลนจ์ที่ฉันต้องทำก็ได้” ทั้งสองตบมือกันเบา ๆ พอไหวไม่ให้ป้าแมวได้ยิน
ต้นตาลเริ่มลงมืออย่างประณีตราวกับทำลายระเบิด เธอฟังทุกคำแนะนำในคลิปบนยูทูบเมื่อคืนนั้น ตอกไข่อย่างเบามือเทใจหมายจะออกมาไข่ดาวสมบูรณ์ในฝัน ขณะเดียวกัน จูนกับฝ้ายแอบมองอยู่ ฝ้ายกระซิบ “ฉันพนันว่าทอดพังแน่” จูนตอบ “ขอสักฟองที่ไม่ไหม้ แล้วฉันจะตื่นไปเรียน 8 โมงให้ได้”
เงียบงันอยู่ครู่ใหญ่ เสียงเปรี๊ยะเบา ๆ ไข่ขาวเริ่มจับตัวได้เนียนดี ต้นตาลยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ก่อน “ตุ้บ!” ไข่แดงแตกกลางกระทะ กลายเป็นไข่ดาวขยี้ฝัน “โอ๊ย ฉันแค่เผลอใจร้อน!” สุพรรษารีบบอก “ไม่เป็นไร ๆ ไข่ดาวแดงแตกก็ชิคดิ นี่คือสตรีทฟู้ด” ฝ้ายสวน “แต่ถ้าเอาไปโชว์อินสตาแกรมคงได้แต่คอมเมนต์ ‘ให้กำลังใจ'”
ตลอดสายเช้า เกิดการทดลองไข่ทอดสลับผลัดเปลี่ยน คนเข้ามา-ออกห้องครัวทั้งเพื่อแก้สถานการณ์หรือเลี่ยงกลิ่นไหม้ ฝั่งฝ้ายดูลูกโลกข้างผนังห้องครัวพลางบ่น “น่าจะมีวันทอดไข่สากลแบบวันวาเลนไทน์นะ จะได้แบ่งไข่กันไหม้หลายประเทศ”
เอาเข้าจริง มีเด็กหอคนหนึ่งชื่อ “เต๋า” ที่เพิ่งย้ายเข้าหอวันแรก กำลังงงกับชีวิตคนเมืองและบรรยากาศหอใน เต๋าหอบกระเป๋าเดินผ่านทางเดิน พอได้กลิ่นไข่ไหม้ก็รีบเดินเร่งราวกับกลัวไฟไหม้จริง ๆ เธอเปิดประตูเข้าห้องแล้วเจอกับเพื่อนร่วมหอที่หัวเราะกันอยู่กลางห้องครัว เต๋าตัวแข็งทื่อ “เอ่อ… ที่นี่เขาเผาอะไรทุกเช้าตามประเพณีเหรอฮะ?”
สุพรรษาสวน “โห เต๋า! นี่เขาเคารพไข่นะ ไม่ใช่บูชา ใจเย็น” ต้นตาลรีบอธิบาย “ฉันแค่พยายามจริง ๆ จะทำไข่ดาวให้ดีสักครั้ง… มันสำคัญนะ! ถ้าเช้าเราไม่ดี วันทั้งวันก็เจ๊ง” สุพรรษาขยิบตา “ฉันว่าถ้าเช้าไข่ไม่ไหม้ วันนั้นต้องเกิดเรื่องแปลกจริง ๆ”
ปัญหาใหญ่เริ่มคุกกรุ่นขึ้น เมื่อป้าแมวเดินกลับมา ท่าทางเคร่งเครียดกว่าเดิม มือถือรุ่นเก่าในมือพร้อมกับคำเตือน “พรุ่งนี้ผู้บริหารมหาลัยจะมาตรวจหอนะ อย่าให้เกิดเรื่องชุลมุนแบบนี้อีก อย่างเช่น ไข่ไหม้ กลิ่นคลุ้งไปสามถนน!” ทั้งกลุ่มอึ้ง ป้าแมวเดินจากไป สุพรรษาทำหน้าซึม ๆ “ถ้าพรุ่งนี้โดนหักคะแนน ใครจะกล้าแอบซักผ้าแทงเกอร์ในห้องน้ำอีกล่ะ” ต้นตาลกัดริมฝีปาก “ฉันต้องฝึกฝนต่อไป วันนี้ต้องไม่มีไข่ไหม้อีก!”
ตกเย็น ต้นตาลกลับมาที่ครัวพร้อมกับที่คีบไข่ใหม่ ๆ ฝ้ายเดินผ่านมาส่ายหัว “ยังไม่เข็ดอีกเหรอ” ต้นตาลตอบเสียงนิ่ง “จักรยานมันล้มได้หลายครั้ง ไข่ดาวก็ไหม้ได้หลายเช้า กว่าฉันจะซ่อมจักรยานเป็นเนี่ย เกือบปั่นโกรธไปครึ่งเทอมแล้ว” จูนเดินมาหาวุ่นวายแบบไม่เต็มใจ “เอาใจช่วยละกัน เพราะฉันอยากตื่นสายพรุ่งนี้จริง ๆ”
ค่ำคืนนั้น ต้นตาลหมกมุ่นกับคลิปสอนทำไข่ดาวในยูทูบ ทั้งคลิปฝรั่ง คลิปเวียดนาม และคลิปนักกายภาพบำบัดยังไม่วายแนะนำไข่ต้มเฮลธ์ตี้ ต้นตาลจดเทคนิคละเอียด ขณะที่ฝ้ายเอาหนังสือมาวาง “เลิกคิดเรื่องไข่ได้ไหม เดี๋ยวอ่านชีวะไม่รู้เรื่องนะ” ต้นตาลพึมพำ “ชีวะฉันว่าพอไหว…แต่ชีวิตฉันถ้าไม่มีไข่ที่ไม่ไหม้มันพัง!” ฝ้ายถอนหายใจ ทิ้งหนังสือแล้วเดินหนีไปเลย
รุ่งเช้า ภารกิจไข่ดาว Perfect อีกครั้งเริ่มขึ้น สุพรรษาเตรียมเตา เต๋าชะเง้อมาดู จูนกับฝ้ายยังนอนกอดหมอนก็ยังไม่วายแซว ในขณะที่ต้นตาลสูดลมหายใจลึก เฟรมเวลานี้ในห้องครัวคือทุกคนลุ้นหนักยิ่งกว่าชิงทุนเรียนต่อต่างประเทศ
ไข่ถูกตอกลงกระทะด้วยมือที่มั่นคงกว่าเมื่อวาน เงียบกริบ สายตาทุกคนจ้องเป็นจุดเดียว….จู่ ๆ ไข่ดาวก็ขึ้นรูปสวย กลิ่นหอมฟุ้ง ไม่ไหม้ไม่แตก! ต้นตาลยิ้ม “สำเร็จ!” ก่อนทันใดนั้น กระทะหลุดมือกระแทกกับขอบเตา กระเด็นไข่ดาวลงพื้นเรียบ ๆ เงียบกริบ จังหวะนิ่ง ฝ้ายพูดสั้น ๆ “โลกเราช่างไม่สมบูรณ์แบบ อย่างไข่ดาวแกนี่แหละ”
สุพรรษาทำหน้ายิ้มปลง ต้นตาลถอนหายใจแต่แล้วก็หัวเราะออกมาเอง “ช่างมัน…ฉันว่าแค่มีคนเชียร์ให้อย่าทอดไข่ไหม้ เช้านี้ก็ดีละ” จูนพูดติดตลกแห้ง ๆ “ตกลงกินก๋วยเตี๋ยวหน้ามหาลัยมั้ย ไม่ต้องทอดไข่ ไม่ต้องสอบความอดทนกับกระทะอีก” เต๋าตบมือสนับสนุน “ไปกันเลย ฉันขอชามเบิ้ล!”
ทุกคนออกจากครัวด้วยรอยยิ้ม ทิ้งไข่ดาวศพบนพื้นและกลิ่นหอมอวลไว้เบื้องหลัง ต้นตาลหันไปมองเต๋า “ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหม เช้าวุ่น ๆ คือประเพณีของหอนี้จริง ๆ ฮะ” เต๋ายักไหล่ “อย่างน้อยก็ไม่ต้องตื่นมาเจอไฟไหม้จริง ๆ”
ขณะทุกคนเดินออกจากหอ ป้าแมวเดินสวนเข้ามา ส่งสายตากึ่งดุกึ่งเอ็นดู “วันไหนหอไม่มีกลิ่นไข่ไหม้ ป้าเป็นห่วงพวกแกนะ” หญิงสาวทั้งกลุ่มหัวเราะกลบความกังวล ท่ามกลางแดดอ่อน ๆ ต้นตาลคิดในใจ “กับข้าวไม่สมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตเช้านี้ดีเหมือนกันนะ!”