ชมรม(ไม่)ลับ ฉบับมิตรวุ่น
“เห้ย! โฟกัส นายแน่ใจเหรอว่าเราจะไม่ซวย?” เสียงสั่น ๆ ของเนิร์ด นักเรียนแว่นผู้เก็บทุกอย่างลงสมุดบันทึก ขณะเป่าเมล็ดข้าวต้มตื่นกลัวในโรงอาหาร
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ก็มันต้องลอง! อย่าคิดมากดิเนิร์ด! มีแต่พวกคิดเยอะเท่านั้นที่ไม่กล้าลุยนอกตำรา” โฟกัสตอบพลางยักคิ้วขณะหลบข้างๆ กับใบหม่อน สาวผมสั้นเจ้าปากไว
“แต่เรายังไม่รู้เลยว่าเราลงชื่อสมัคร ‘ชมรมอะไร’ ไปเมื่อคืน!” ใบหม่อนยกนิ้วเขี่ยโต๊ะ พยายามเบนตาคู่กลมไปที่หน้าต่างเหมือนหาคำตอบจากนกกาเหว่า
“โฟกัสบอก ‘ชมรมลับสุดยอด’ เองไง!” เนิร์ดกระซิบ แต่เสียงดันลั่นทั้งโรงอาหาร จนโดนสายตาครูฝ่ายปกครองปาคมองจ้อง
“ว้อยยย—ลับก็ห้ามพูดดัง! ไม่งั้นก็ไม่ลับไง!” โฟกัสดุเสียงต่ำ ก่อนทุกคนจะผงะจนเก้าอี้เอนไปข้างหลังพร้อมกัน
ใบหม่อนขำคิก “จริงดิ งั้นชมรมลับนี่ทำอะไร? เทรนเป็นสายลับ? หรือช่วยกันแอบก๊อปการบ้าน?”
เสียงโฟกัสสะอึก “จริง ๆ ก็ดีทั้งสองแบบ… หรือจะรวมกันดี?”
เนิร์ดรีบขยับสมุด “คือ…ฉันไม่โอเคกับอะไรที่ผิดระเบียบนะ!”
“โอ๊ยยย! งั้นเอาแค่ลับเรื่องดี ๆ ก็ได้!” โฟกัสหัวเราะแห้ง ไม่กล้าบอกว่าตัวเองก็ยังไม่รู้เป้าหมายชมรม
“แล้วจะทำยังไงให้คุณครูเชื่อว่าชมรมเรามีสาระ?” ใบหม่อนพูดกึ่งประชด แต่โฟกัสไอเดียแล่นขึ้นมาเฉยเลย
ระหว่างที่ทั้งสามคนเถียงกัน อาจารย์สุบิน ครูฝ่ายกิจกรรมเข้ามาทัก “ตกลง นี่ชมรมอะไรหรือยังไม่คิดชื่อ?”
โฟกัสลน “ชมรม…ชมรมลับครับ!”
เนิร์ดเบาเสียง “โฟกัส นายจริงจังเกิน,” ก่อนหันไปยิ้มแหยกับอาจารย์
ใบหม่อนพูดเบา ๆ กับตัวเอง “อีชมรมไม่ได้ตั้งใจ แต่ได้ตั้งเฉยเลย…”
อาจารย์สุบินมองสามเพื่อนแล้วขมวดคิ้ว “เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเจอกรรมการนักเรียนมาสอบถามนะ ถ้าไม่มีผลงานโดนยุบ!”
ทั้งสามสบตากันอย่างตกใจ ปัญหาที่เริ่มต้นแค่ล้อเล่นกลายเป็นงานใหญ่ทันที
หลังเลิกเรียน โฟกัสลากเนิร์ดกับใบหม่อนขึ้นห้องชมรมชั้นสามใหม่เอี่ยมที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์สักชิ้น
“เราต้องหากิจกรรม ‘ลับ’ ที่ไม่มีใครเคยทำ!” โฟกัสปิ๊งไอเดีย “อย่าง…จับผิดเรื่องลับที่เกิดในโรงเรียน ยังไงล่ะ!”
“นี่มันงานถ้ำมองชัด ๆ” ใบหม่อนกล่าวประชดแต่ดวงตากลับเปล่งประกาย “แต่ก็น่าสนุกดีนะ!”
เนิร์ดกลืนน้ำลาย “ถ้าพลาดนี่เราจะโดนไล่ออกไหมเนี่ย…”
แต่กลัวก็กลัว ใจจริงก็อยากสนุก จึงยังอยู่ต่อ
วันรุ่งขึ้นสามคนเริ่มแผนจับผิดความลับแรก: “ตู้กับข้าวโรงอาหารหายไปไหนทุกจันทร์เช้า?”
โฟกัสใส่แว่นกันแดดปลอมตัว เดินตามหลังป้าส้มแม่ครัวอย่างเงียบเชียบ ใบหม่อนแอบจดรายละเอียดสังเกตท่าทาง ส่วนเนิร์ดเฝ้าประตูห้ามใครเดินเข้าไม่ให้ถูกขัดจังหวะ
ป้าส้มเดินหายไปในห้องครัวลับ โฟกัสบ่น “เราจะบุกดีไหม?”
ใบหม่อนต่อทันที “บุกก็ต้องบุก ไม่งั้นก็ไม่ลับสมชื่อ!”
ระหว่างที่พวกเขาเปิดประตู ป้าส้มก็เดินออกมาพอดี สามคนกระโดดไปคนละทิศอย่างสิ้นท่า
“เอ้า! นักเรียนมาทำไรกัน?” ป้าส้มถามเสียงขรึม
เนิร์ดรีบตอบ “เราเดินหลงทางครับ” โฟกัสตอบพร้อมกัน “มาหา…ส้ม!”
ใบหม่อนกลั้นหัวเราะ “หา…ส้มในห้องครัวส้ม โห!”
ป้าส้มงง “ส้มอะไรของหนู”
โฟกัสถูลู่ถูกัง “ถ้าอย่างนั้นกลับไปก่อนละกันนะครับ!” แต่เผลอเตะถังขยะล้มดังโครม
ป้าส้มยิ่งงงหนัก “ใครสั่งให้ถังขยะล้ม!?”
ทั้งสามถอยกรูดออกมาจากห้องครัว ปัญหายังไม่คลี่คลายแต่ความวุ่นวายกลับเพิ่มขึ้นแทน
หลังเหตุการณ์วันนั้น ทั้งสามระดมสมองกิจกรรมใหม่ “เอาไงต่อดี เราเหมือนจะโดนสงสัยหนักขึ้น” เนิร์ดพูดเสียงเครียด
“งั้นต้องทำกิจกรรมที่ไม่มีใครสงสัย!” ใบหม่อนเสนอ “เช่น…สร้างป้ายชมรมปลอมไว้หน้าห้อง แต่จริง ๆ ทำอย่างอื่นข้างใน”
โฟกัสกอดอกคิด “ก็ดี…แต่ต้องแนบเนียน พอตรวจเสร็จ เราจะสลับเป็นชมรมเต้นรำแฟลชในสามนาที!”
เนิร์ดถอนใจ “เต้นรำ? ดูจากสภาพเรา…กระดูกคงลั่นก่อนเสียงเพลง”
วันตรวจผลงานใกล้เข้ามา สามคนปรับเปลี่ยนแผนอีกครั้ง ตัดสินใจแอบฝึกซ้อมเต้นรำในห้องชมรมโดยไม่ให้อาจารย์รู้
ใบหม่อนแจกกระดาษโน้ตที่เขียนว่า “ห้ามหัวเราะเสียงดัง อาจารย์จะจับได้!”
แต่โฟกัสกลับเต้นด้วยความมั่นใจ ท่าแถมหลุดจังหวะทุกสเต็ป, เนิร์ดกลายเป็นหุ่นยนต์ขยับแขนขาชนโต๊ะ, ใบหม่อนแทบกัดลิ้นกลั้นขำ
เสียงดังจากห้องเต้นลอยไปถึงอาจารย์สุบินที่เดินผ่านมา…
“อ้าว…นี่ทำอะไร?” อาจารย์ถามกลับหน้าตางุนงง
โฟกัสรีบตอบ “กำลังฝึกเต้นรำในธีม…สายลับ…เพื่อแสดงความสามัคคี!”
เนิร์ดพึมพำ “ต่อไปก็ต้องถูกถามอีก ว่าสามัคคียังไง…”
ใบหม่อนเสริมเสียงแข็ง “การเต้นเป็นทีมเหมือนวางแผนสายลับ คือคนหนึ่งขยับผิด ทุกคนพังหมด!”
อาจารย์มองทั้งสามสลับกันเงียบ ๆ ก่อนตอบ “ตกลง! ขอแค่มีผลงานจริง สัปดาห์หน้าส่งคลิปการแสดงมาด้วย”
สามเพื่อนโล่งใจแต่ความเครียดยังไม่คลาย โฟกัสพูดขึ้น “ตกลงเรากำลังประกวดเต้นรำสายลับ มีใครคิดมากไปกว่านี้อีกมั้ย?”
เนิร์ดรีบเสริม “ถ้ายังไง เราเอาเวอร์ชั่นซ้อมจริงที่เสียงไม่ได้ไปส่งแทนดีมั้ย?”
ใบหม่อนสวน “ส่งแบบไม่มีเสียง อาจารย์จะคิดว่าเราตัดต่อแน่เลย!”
ทุกคนเงียบ ทุกคำแนะนำฟังออกทะเลและวนกลับมายังจุดเดิมเสมอ
ระหว่างซ้อมเต้นรำเย็นนั้น โฟกัสเผลอเตะเก้าอี้กลางห้องล้ม ทั้งสามกลั้นขำไม่ได้ เสียงหัวเราะหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอีกกิจกรรม ‘ลับ’ ประจำชมรมคือใครหัวเราะเสียงดังนับแต้มโดนขอข้าวกลางวัน
วันที่กรรมการนักเรียนลงเยี่ยมชมห้องชมรม ทั้งสามโชว์ความสามัคคีด้วยการเต้นรำสายลับเวอร์ชั่นโค้งคำนับผิดท่า, เนิร์ดลื่น, ใบหม่อนหมุนตัวแรงเกิน, โฟกัสหลุดจังหวะ สุดท้ายหัวเราะเองทั้งชั้นเรียน
กรรมการกลับไปพร้อมรอยยิ้มปนงุนงง “ชมรมนี้ลับอะไร…ไม่ลับ!”
หลังโชว์จบ สามคนหอบเหนื่อยแต่ใจโล่ง โฟกัสเปรย “ชมรมลับ เราไม่ได้ลับเลยนี่หว่า”
เนิร์ดยิ้มกว้าง “ลับหรือไม่ ที่แน่ ๆ ก็คือ…ยังเป็นชมรมของเรา”
ใบหม่อนพยักหน้ารับ “แล้วใครบอกว่าชมรมดีต้องมีสาระจริง ๆ ด้วยล่ะ?”
ทั้งสามหัวเราะในห้องชมรมที่ยังว่างเปล่าแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจ เต็มไปด้วยมิตรภาพและความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ ตัวเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสุดท้ายเป็นชมรมอะไรกันแน่
ก่อนแยกย้าย โฟกัสนึกขึ้น “เออ…วันนี้ไปกินข้าวโรงอาหารมั้ย ถ้าไม่โดนห้ามเข้า…”
เนิร์ดรีบ “ครั้งนี้เจอส้มแน่นอน” ใบหม่อนแซว “หรือโดนถังขยะห้ามเข้าชมรมแทน”
ทั้งสามเดินออกจากห้องพร้อมเสียงหัวเราะ กลายเป็นความลับต่อไปที่คงไม่หยุดแค่วันนี้