คำสาปแห่งภูผาหิมะ
เสียงหัวเราะและการพูดคุยเต็มไปหมดบนรถสองแถวที่ปีนขึ้นไปตามทางโค้งชันสู่หมู่บ้านหิมะ อิงฟ้า ดึงผ้าพันคอสีฟ้าแน่นขึ้นและยิ้มมองข้างทางที่มีแต่แนวสนสูงทอดยาวเข้าไปในม่านขาวของหิมะ ภูมิ มือข้างหนึ่งกุมกล่องบันทึกเสียง เขานั่งเงียบขรึมกว่าปกติ ปรินซ์ยื่นแซนวิชให้พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ข้ามเบาะมาที่อิงฟ้า “กินแล้วอุ่นนะ ฟ้าไม่อยากเป็นหวัดตั้งแต่วันแรกใช่ไหม” อิงฟ้ารับแซนวิชแต่ไม่กิน “ขอบใจ… แต่ฉันว่าขอลงจากรถก่อนจะกินอะไรก่อนดีกว่า”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แป้ง นักข่าวฝึกหัด ซ่อนสายตาที่จ้องออกไปยังหิมะด้านนอก “ที่นี่เขาว่า ถ้าเงียบตอนกลางคืนมาก ๆ จะได้ยินเสียงคนเดินคนเดียวบนหลังคา…” ปรินซ์หัวเราะเสียงดัง “อย่ามาหลอกเลยน่า คำสาปอะไรไม่มีจริงหรอก” แป้งไม่ได้ตอบต่อ
เมื่อรถหยุดที่หน้าหมู่บ้าน ลมพัดเสียงเกล็ดหิมะกระทบจนน้ำตาแทบไหล อิงฟ้าเป็นคนแรกที่จ้ำเดินนำ ลุงสิงห์ ผู้ใหญ่บ้านรอรับ พร้อมแววตาระแวงปนเหน็ดเหนื่อย “ของพวกหนูครบไหมลูก เดี๋ยวคืนนี้อย่าเดินเพ่นพ่านล่ะ ตอนนี้อากาศกำลังเปลี่ยน คำสาปหิมะน่ะ…”
แป้งเลิกคิ้ว “คำสาปเนี่ย มีตำนานเหรอคะ?” ลุงสิงห์ถอนหายใจ หนาวเข้ากระดูก “อย่าถามมากดีกว่า พรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวจะมีคนอธิบาย”
กลุ่มนิสิตเก็บกระเป๋าเข้าบ้านพักไม้หลังเล็ก ๆ บนเนิน มีเตาผิงตรงกลาง อิงฟ้านั่งข้างเตา เขียนบันทึกถึงคุณยาย “วันนี้ถึงหมู่บ้านหิมะแต่เช้า เหมือนทั้งโลกกลายเป็นขาวโพลน ฉันไม่เห็นสัตว์หรือแม้แต่รอยเท้าใครเลย ยกเว้นรอยลึกหน้าบ้าน…”
ค่ำลง อากาศหนาวจัด ทุกคนรวมตัวรอบเตาผิง ภูมิยื่นมือไปหาไออุ่น พลางมองแสงไฟที่สะท้อนในตา “แกกลัวเหรอภูมิ ถึงเงียบขนาดนี้” ปรินซ์แซวเสียงเบา ภูมิยิ้มเหงา “กลัวอะไรกับคำสาป… ผมกลัวแค่ตัวเองทำให้ใครเดือดร้อน”
ดึกคืนนั้น เสียงประตูหลังบ้านดังแกรก ๆ อิงฟ้าชะงัก พยายามตั้งใจฟังกลืนกลิ่นกลัวในคอเธอ ปรินซ์พุ่งไปที่หน้าต่าง มองออกไปเห็นเงาคนก้มเดินฝ่าหิมะ แป้งเขม้นมอง “มีคนออกไปตอนนี้ได้ยังไง”
เช้าต่อมา ในห้องประชุมหมู่บ้าน ลุงสิงห์แจกงาน อิงฟ้าได้รับมอบหมายให้เก็บข้อมูลเรื่องความเชื่อโบราณ แป้งเสนอ “เก็บข้อมูลได้ไหมว่า ใครในหมู่บ้านกลัวอะไรที่สุด?” ชาวบ้านสองสามคนหันมองแล้วยิ้มแปลก ๆ
ระหว่างเดินสำรวจหมู่บ้าน อิงฟ้าพยายามคุยกับเด็ก ๆ แต่เด็กเหล่านั้นกลับหลบตา แป้งจดอะไรลงสมุดตลอดเวลา “เขาไม่ยอมพูดตั้งแต่เกิดเรื่องณรงค์หายตัวไป…” แป้งกระซิบให้ทีมเพื่อน อิงฟ้าผงะ “ณรงค์คือใคร” “เป็นหลานลุงสิงห์ ปีที่แล้วเขาหายตัวกลางฤดูหนาว”
ในตลาดเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน มีหญิงแก่คนหนึ่งกระซิบกับอิงฟ้า “อย่าสอดรู้มาก เดี๋ยวก็หายตัวตามไป”
อิงฟ้ารู้สึกว่าทุกก้าวเต็มไปด้วยสายตาติดตาม
คืนที่สอง หิมะตกหนัก แป้งได้ยินเสียงกรีดร้องแว่วจากป่า ทุกคนมายืนหน้าประตูบ้าน ปรินซ์หน้าเสีย อิงฟ้าไม่รอช้าใส่รองเท้าบูตตรงเข้าป่า “เราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ห้ามทิ้งกัน!”
ขณะหาทางในความมืด อิงฟ้าพบรอยเลือดบนหิมะนำไปสู่โขดหินใหญ่ มีรอยสลักรูนโบราณ ภูมิถือไฟฉายมือสั่น แป้งจ้องตัวหนังสือราวต้องมนต์ “มันคือบทสาป…”
แสงสว่างจากโคมไฟกะพริบดับ ครู่ต่อมาเงามืดโฉบผ่านหลังปรินซ์ เขากระชากอิงฟ้า “กลับเถอะ ไม่งั้นเราหมดกันแน่”
แต่แป้งออกนอกเส้นทางโผไปที่เสียงนั้น หายเข้าไปในความมืด อิงฟ้าตะโกนลั่น “แป้ง!” ทุกคนอกสั่นขวัญหาย รวบรวมใจแล้ววิ่งตาม
กลางป่าหิมะ ความเงียบหนักอึ้ง ภูมิสะดุดล้ม ปรินซ์โดนกิ่งไม้บาดจนเลือดไหล อิงฟ้าหอบ เอื้อมมือฉุดเพื่อนสองคนขึ้นมา “เจ็บไหม” “ไม่เป็นไร แต่อย่าเพิ่งหยุด” ปรินซ์กัดฟัน น้ำตาซึมแต่ยังยิ้มสะกดกลั้น
พวกเขาพบแป้งในสภาพหมดสติ มือกุมสมุดบันทึกแน่น หน้าเธอเต็มไปด้วยคราบน้ำแข็ง อิงฟ้ากอดเพื่อนแน่น น้ำตาไหลพราก “ฉันขอโทษ ฉันพาเธอมาเสียเอง” ภูมิช่วยแบกแป้งกลับบ้าน หมอกหนาปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นทาง ปรินซ์จุดไฟฉายตลอดเวลา มือไม่คลายจากมืออิงฟ้า
ทั้งกลุ่มใช้เวลาคืนทั้งคืนดูแลแป้งที่ขยับตัวไม่ได้ อิงฟ้าใส่ใจความรู้สึกผิดจนพูดอะไรไม่ออก ภูมิแวบไปที่หน้าต่าง แววตาระแวง “ถ้ามันไม่ใช่คำสาป แล้วมันคืออะไร… หรือจริง ๆ มีคนแกล้ง”
ตอนสาย แป้งฟื้นขึ้นอย่างอ่อนแรง เธอจับแขนอิงฟ้า “ในป่ามีเสียงใครกระซิบว่าอย่าขุดคุ้ย ใครก็ตามที่รู้ความจริงจะอยู่ไม่ได้…” เสียงแป้งสั่นจนปรินซ์ต้องเข้ามากอดอย่างเป็นห่วง อิงฟ้าเห็นใจและคิดหนัก
เวลาผ่านไปกลางทะเลหิมะ กลุ่มเพื่อนเริ่มไม่ไว้ใจกันเอง มีเสียงลือยิ่งขึ้นว่าคำสาปหิมะฆ่าคนสอดรู้ หลายคนในหมู่บ้านเริ่มหายตัวไปทีละคน ๆ
วันหนึ่ง อิงฟ้าและภูมิแอบไปที่หอสมุดเก่า พบจดหมายฉบับเก่าของณรงค์ “คนรุ่นใหม่ต้องสืบทอดรอยแค้นหรือ?” ประโยคที่ทำให้อิงฟ้าหยุดชะงัก ภูมิละสายตาอย่างเครียด “ครอบครัวฉัน…คือคนเริ่มต้นความบาดหมางนี้เอง” เสียงภูมิดังเบาและแผ่ว นัยน์ตารู้ผิดแทรกความกลัว “ฉันไม่อยากให้ใครต้องเสียใจเพราะความขัดแย้งรุ่นปู่ย่า”
ปรินซ์พาอิงฟ้าออกไปนอกบ้านให้ผ่อนคลาย ท่ามกลางหิมะโปรย อิงฟ้าร้องไห้เบา ๆ “ฉันไม่กลัวคำสาป แต่กลัวเสียเพื่อน… กลัวไม่มีใครเหลือข้าง ๆ อีกเลย” ปรินซ์ยิ้มเศร้า บีบมือเบา ๆ “ไม่ว่าต้องเกิดอะไร ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ”
คืนคลี่คลายมาถึง บ้านของลุงสิงห์ถูกไฟไหม้กลางสายลมเย็น อิงฟ้าตัดสินใจวิ่งฝ่าควันเข้าไปช่วยเด็กน้อยแฝดสองคนที่ติดอยู่ แป้งกับภูมิช่วยกันพาทุกคนออกมาได้ทัน ทำให้อิงฟ้าสูญเสียหนังสืองานวิจัย งานที่เธอรักที่สุดถูกเผา
รุ่งเช้า ท่ามกลางเสียงสวดเย็น หมู่บ้านยังอบอวลไปด้วยความกลัว ลุงสิงห์เดินตรงเข้ามาหาอิงฟ้า ยื่นรูนหินโบราณให้ “มันไม่ใช่คำสาป มันคือคำเตือนของคนรุ่นก่อนว่า อย่าให้ความแค้นทำลายหมู่บ้านไป” อิงฟ้าก้มหน้าครุ่นคิด น้ำตาซึม
กลุ่มเพื่อนกลับกรุงเทพด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยแผลใจ ต่างคนต่างมีสิ่งที่ต้องเผชิญ แต่ทุกคนก็ให้อภัยและเข้าใจในกันและกันมากขึ้น จากความเย็นเยียบของหิมะ มีเพียงความสัมพันธ์และความกล้าในใจที่ส่องสว่างอบอุ่นแทน