รอยร้าวในใจ
เสียงพัดลมบนเพดานหมุนวนในห้องนอนของอลิส ขณะที่เธอนั่งอยู่บนเตียง เก็บรวบรวมความคิดในหัว และพยายามปลอบใจตัวเองว่าจะไม่มีวันนี้อีกแล้ว ในบ้านที่เต็มไปด้วยความเงียบและความตึงเครียด โดยเฉพาะบรรยากาศในมื้อเย็นที่ผ่านมา ที่เสียงทะเลาะกันของพ่อกับแม่ดังแทรกทะลุผ่านความเงียบ ทำให้เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอรักกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!”เมื่อคืนนี้มันกัดกันอีกแล้ว” อลิสพูดกับตัวเอง ขณะที่ร่างเล็กๆ ของเธอห่อห่มด้วยผ้าห่มหลากสีสันที่เคยเต็มไปด้วยความสุข วันนั้นเธอไม่มีทางรู้ว่าการทะเลาะกันอีกครั้งของพ่อแม่ทำให้เธอต้องโยนทุกอย่างขึ้นฟ้าเพื่อไปหาสิ่งที่เธอเรียกว่า ‘ชีวิต’
ในชั่วโมงเรียนที่กรุงเทพฯ อลิสสามารถซ่อนความเครียดเอาไว้ได้ดีกว่าข้อสอบแล้ว ความรู้สึกว่าตัวเองถูกเวียนว่ายอยู่ในโลกที่ไม่มีความมั่นคงขัดขวางทั้งการเรียนและการใช้ชีวิตในโรงเรียน นี่คือช่วงเวลาที่เธอพบกับจี๋ เพื่อนนั่งข้างๆ ที่มักจะยิ้มให้เธอตลอด มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น
”อลิส ทำไมไม่เลิกคิดมากแล้วลองใช้ชีวิตดู?” จี๋ ชวนให้อลิสลืมเรื่องครอบครัวและหันไปสนใจกับการวาดภาพบนกระดาษที่อยู่ในมือ ‘ ’โทนสีฟ้าสดใสของภาพ เขาบอกว่ามันสามารถย้อมสีให้กับวันของเธอได้
ทุกครั้งที่จี๋ พูดเกี่ยวกับอนาคต มันสร้างแรงกระตุ้นให้อลิสเริ่มมีความหวัง อลิสใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปกับจี๋ที่ทั้งน่ารักและอบอุ่น เหมือนโลกจะหยุดหมุนเมื่ออยู่เคียงข้างเขา
แต่ในขณะที่เธอห่างไกลจากบ้านที่เต็มไปด้วยเสียงทะเลาะกัน เธอกลับมีความรู้สึกแปลกๆ ว่าความสุขที่ไปอยู่กับจี๋ อาจมีวันต้องสิ้นสุดลง เอื้อมมือคว้าอะไรอยู่ไกล แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้
เวลาผ่านไปผ่านความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากเพื่อนเป็นความรัก อลิสเพิ่งรู้ว่าวัยรุ่นสามารถมีความรักที่เกินคาดหวังอย่างที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน ความฝันในการเป็นจิตรกรเริ่มมีความหวังให้ล้ำหน้ากว่าเดิม ขณะที่จี๋ เป็นแรงสนับสนุนของเธอตลอดเวลา
ความรักที่เกิดขึ้นทำให้อลิสพร้อมจะสู้กับโลก แต่เมื่อความจริงเริ่มเปิดโปง ทุกอย่างเริ่มซับซ้อน พ่อแม่ของเธอไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์ที่เธอมี ครอบครัวที่แหลกสลายอยู่ก่อนแล้วไม่นาน เริ่มเข้ามากลับในโลกของเธอ เมื่อพ่อแม่เรียกหย่าและดำเนินการตามขั้นตอน ทำให้เธออยู่ระหว่างการเลือก
”นั่นมันบ้า!” จี๋ตะโกนขณะที่อลิสเริ่มสอบถามความคิดเห็นจากพ่อแม่ เขารู้ว่าเธอกำลังเจอกับมันมากมายและไม่ควรต้องเผชิญดาวเสาร์ด้วยกัน แต่อลิสรู้ดีว่าเขาคือเพื่อนคนเดียวที่จริงใจในยามที่โลกของเธอพังทลาย
ความตึงเครียดเริ่มก่อตัว เมื่ออลิสเลือกที่จะยืนหยัดเพื่อความรักและพิสูจน์ให้ครอบครัวเห็นว่าเธอเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่เมื่อผลที่ตามมาต้องแลกกับการเสียสละกับความฝันของตัวเอง ก้าวต่อไปของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยร้าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ช่วงเวลาสุขมีหลายครั้ง แต่ขณะเดียวกัน ความไม่สบายใจและคำถามเริ่มเข้ามาตีพูสภา ภายใต้ความสุขที่สร้างขึ้นจากความรักกับจี๋ นั้นเธอกลับไม่สามารถหลีกหนีการตัดสินใจหลักของพ่อแม่ที่จะทำให้ชีวิตทุกอย่างเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อความจริงที่สองฝ่ายซ่อนเร้นเริ่มเผยตัว อลิสจำต้องเลือก ทั้งการเฉยเฉยหรือการยืนหยัดในความรัก เธอรู้ว่าจะต้องปวดใจและสูญเสีย ต้องอดทนกับการบาดเจ็บในทุกทาง ความขัดแย้งทั้งเพื่อนและคนรักเพิ่มแน่นขึ้นเรื่อยๆ และเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการเปลี่ยนแปลงครอบครัวและตนเอง
ในค่ำคืนที่เหงาและมืดมน พ่อแม่ของอลิสทะเลาะกันอีกครั้ง แต่ความรู้สึกที่เธอรับรู้ไม่ใช่ความโกรธ แต่คือน้ำตาที่ใกล้จะหลั่ง เมื่อการตัดสินใจของสองคนอาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งส่งเสียงผ่านกลิ่นน้ำหอมจางๆ พูดว่า ‘เรายังไม่ได้สุดยอดเรื่องนี้’ แม้กลิ่นนั้นไม่มีวันกลับมา
ในช่วง climax ที่เต็มไปด้วยอารมณ์อลิสได้เผชิญกับการเลือกทางที่ไม่เคยได้คิดไว้ กับการต่อสู้ของเธอ เรื่องราวได้สุดจบลงในกิจกรรมสำคัญของโรงเรียน และการแสดงออกที่ดำรงอยู่ชัดเจน ความล้มเหลวและความสำเร็จในเส้นทางแห่งความรักในปีสุดท้าย ทำให้เธอตั้งคำถามว่าเธอสามารถเป็นใครหรือจะกลายเป็นใคร?
และในที่สุด เมื่ออลิสที่ต้องเผชิญกับความซับซ้อนในชีวิตและการเติบโตของตนเอง โดยผ่านมุมมองทางการเดินทาง ที่พาเธอไปสู่ความหมายของความรักที่แท้จริง