แสงแดดยามบ่ายกับเสียงหัวใจ
แสงแดดตอนบ่ายคลี่คลุมสนามหญ้าหน้าคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยขนาดกลางที่มีชีวิตชีวาด้วยเสียงหัวเราะของนักศึกษา ในมุมเงาร่มไม้ ไท นั่งก้มหน้าอยู่กับสมุดสเก็ตซ์ ปากกาเมจิกดำวาดเส้นจนมือเปื้อนหมึก เสื้อยืดสีขาวมีรอยเปื้อนเล็ก ๆ ทางปลายนิ้วดูเหมือนเหมือนลายเซ็นสายลม ไทเงยหน้าขึ้นมาสบกับตาฟ้าที่กำลังเดินลากสายสะพายกระเป๋าและยิ้มกว้างอย่างที่เธอถนัด ฟ้าโยนกระเป๋าลงบนหญ้า ใบไม้ปลิวว่อนขณะที่เธอนั่งลงข้างไทโดยแทบไม่เว้นระยะ ดูทั้งคู่แล้วเหมือนคนสนิทกันมากกว่าคนทั่วไปจะเป็นได้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“งานสำคัญนายเสร็จยัง” ฟ้าเอียงตัวมองภาพในสมุดของไท เห็นรูปหน้าคนกำลังยิ้มแบบเขิน ๆ
“เกือบแล้ว” ไทหลบสายตา ไม่ตอบตรงประเด็น เขาหัวเราะแผ่ว ๆ ยกมือปิดปาก พยายามไม่ให้ฟ้าสังเกตเห็นใบหน้าที่เริ่มแดง
“นาย…วาดใคร?” ฟ้าถามน้ำเสียงกึ่งหยอกกึ่งจริงจัง ไทไม่ตอบ หันไปเก็บปากกาแล้วขยับตัวหนี
“ก็…ใครบางคนบนโลกมั้ง”
ฟ้าหัวเราะเบา ๆ ตีไหล่ไทเบา ๆ แล้วหยิบสมุดมาดู แต่ไทแย่งคืนเร็ว ฟ้าทำเสียงฮึดฮัดแต่ก็ยิ้มเหมือนทุกที กลิ่นแสงแดดกับกลิ่นสบู่จาง ๆ ของฟ้าปะปนอยู่ในอากาศ หัวใจไทเต้นแรงโดยไม่มีต้นสายสาเหตุ
“เชื่อมั้ยว่าสักวันเราจะได้ทำในสิ่งที่เราชอบ” ไทพูดขึ้นมานิ่ง ๆ ไม่สบตา
“ถ้าพ่อแม่ฉันยอมให้เรียนวาดรูปนะ” ฟ้าตอบพลางมองฟ้าไกล แววตาเธอเศร้าอย่างไม่ทันตั้งใจ ไทเหลือบมองแต่ไม่พูดต่อ ต่างคนต่างเงียบ อยู่ใต้เงาไม้ ใกล้กันประหลาด แต่ด้วยระยะปลอดภัยแบบเพื่อนสนิท
ย้อนกลับไปวันแรกที่เจอกัน ไทเพิ่งย้ายบ้านมาใหม่ ไม่มีใครรู้จัก หน้าห้องเรียนศิลปะ ฟ้าเดินมาตรง ๆ แล้วพูดกับไทแบบไม่อ้อมค้อม “วาดรูปเป็นป่ะ?” ก่อนจะชวนไปช่วยงานกิจกรรมเปิดเทอม ไทตอบรับเพราะไม่อยากโดดเดี่ยว ตั้งแต่นั้นทั้งคู่ก็เหมือนถูกผูกเชือกบาง ๆ เข้าด้วยกัน เดินวนอยู่ในชีวิตของอีกฝ่ายเสมอ
ระหว่างทางจากคณะกลับหอ ฟ้าจูงจักรยาน ไทวิ่งข้าง ๆ ลมแรงพัดผมฟ้าแฉลบไปทางหนึ่ง เสียงหัวเราะของฟ้าชัดเจนท่ามกลางเสียงใบไม้ไหว
“ฟ้า ฝันอะไร?” ไทเอ่ยถาม ท่าทางจริงจังจนฟ้าเหลือบตามอง เธอชะลอจักรยาน
“อยากมีร้านขนมเล็ก ๆ สักร้าน นั่งดูคนยิ้ม รับออเดอร์หน้าตู้เค้กแบบในหนัง” เธอพูดกลั้วหัวเราะ มีแววล้อเลียน แต่ในแววตามีประกายซ่อนอยู่
ไทไม่พูดอะไร เขายิ้มบาง ๆ สายตานิ่ง เวลาฟ้าพูดถึงฝัน ไทจะเงียบทุกครั้ง เหมือนนั่งฟังเพลงโปรด แล้วกลัวมันจบ
ค่ำวันหนึ่งในร้านกาแฟข้างมหาวิทยาลัย ไทรอฟ้าอยู่นาน เขากระวนกระวายจนเริ่มวาดภาพลงบนเศษกระดาษ ฟ้าเข้ามาช้า สีหน้าระรื่นแต่ดวงตาเหนื่อยล้า
“ขอโทษนะ รถติด…แล้วก็…แม่โทรมาอีกแล้ว” ฟ้าถอดใจ หย่อนตัวลง ตักโกโก้เย็นมาดูด
“แม่ว่ายังไง?” ไทเอ่ยถาม ฟ้านิ่งนาน “แม่บอกให้ไปสอบเข้าพยาบาล…”
“เราว่า…นายไม่อยากเป็นพยาบาลใช่มั้ย?”
“ไม่อะ…อยากวาด อยากเปิดร้านขนมกับนาย” ฟ้าพูดลอย ๆ เหมือนพูดกับตัวเอง ลมหายใจสั่น ๆ แล้วเงียบกันไประยะหนึ่ง
เสียงเครื่องปรับอากาศกลบความอึดอัด ไทวางมือบนโต๊ะถัดจากมือฟ้า เงียบ ๆ ทั้งสองขยับนิ้วเข้าใกล้กัน นานจนเหมือนลืมหายใจ แต่ไม่มีใครแตะต้อง
วันรุ่งขึ้น ไทตามฟ้าไปห้องเรียน พอถึงประตูฟ้ากลับเดินหนีเหมือนไม่อยากเจอ ไทชะงัก แต่ก็ตามไปจนถึงหลังตึกศิลปกรรม ฟ้ายืนกอดอก สีหน้ากังวล
“มีอะไร?” ไทถาม ฟ้าไม่ตอบ “จะเล่าได้มั้ย?”
ฟ้าเม้มริมฝีปาก “…เมื่อคืนแม่พูดเรื่องเดิมอีก แล้วพ่อก็โทรด้วย เขาไม่เข้าใจเลย นายเข้าใจมั้ย ไท?”
“เราก็ไม่ได้เข้าใจตัวเองเหมือนกัน” ไทกล่าวเบา ๆ “เราอยู่ตรงนี้เพราะชอบ ไม่ใช่เพราะใครขอ”
“แล้วนายไม่กลัวเหรอว่าที่บ้านจะผิดหวัง?”
ไทเงียบนาน สายตาแน่นิ่ง “กลัว…แต่กลัวเสียใจถ้าไม่ได้ลองมากกว่า”
ฟ้าก้มหน้าลง นิ่ง สองคนนั่งข้างกันแบบไม่มีเสียงพูดอีกนาน ก่อนฟ้าจะพิงหัวกับไหล่ไทอย่างเผลอ ๆ ไทไม่ขยับ แต่ยิ้มออกมาน้อย ๆ ขณะน้ำตาไหลเงียบ ๆ
ช่วงสอบกลางภาค ฟ้างดเจอไทหลายวัน ไทนั่งวาดรูปคนเดียวหน้าห้องสมุด ทุกเส้นสายของภาพเต็มไปด้วยความคิดถึง ฟ้าโผล่มาเงียบ ๆ วางขนมปังเนยสดไว้ข้างไท แล้วยิ้มบาง ๆ เหมือนรู้สึกผิดแต่ไม่พูด ไทแค่มองตา แล้วส่งรอยยิ้มรับ ไม่มีคำถาม ไม่มีน้อยใจ—มีแต่ความคิดถึงอุ่น ๆ ที่ส่งสลับกันไปมา
ฤดูฝนมาเยือนมหาวิทยาลัย ถนนแฉะด้วยน้ำ ฝนโปรย ไทกับฟ้าวิ่งไปใต้กันสาดข้างโรงอาหาร ทั้งคู่หัวเราะ พอฝนซา ฟ้าชะงักขณะจะเดินออกไป ไทจับแขนไว้เบา ๆ
“เราจะไปต่อไหวไหม?” ไทถามเสียงสั่น ฟ้าหันมามอง แววตาฝากความกลัวปนความหวังไว้ชั่วขณะ
“เราไม่รู้เลยไท แต่ถ้านายอยู่…เราน่าจะไหว” ฟ้าเอ่ยเสียงเบา สองคนยิ้มเจื่อน ๆ ต่างหลบสายตากัน ก่อนจะเดินออกไปริมสนาม น้ำฝนยังหยดใส่ผมทั้งคู่ แต่ไม่มีใครสนใจ
ปลายเทอม ไทติดประกวดวาดภาพระดับประเทศ ต้องไปแข่งที่กรุงเทพ ฟ้าดีใจแต่ก็เศร้า เธอลังเลอยู่นานก่อนเล่าให้ไทฟังว่าแม่จะให้ไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด เพื่อสอบเข้าพยาบาลจริงจัง ฟ้ามองตาไทนานกว่าปกติ เสียงพูดเบาลง
“อีกไม่นาน…อาจจะไม่ได้เจอกันทุกวัน”
ไทเงียบ เขาขยับมือมาใกล้นิ้วฟ้าอีกครั้ง แต่ยังไม่มีใครกล้าคว้า ในความเงียบมีเสียงหัวใจเต้นแรงของทั้งคู่—ฟ้าฝืนยิ้ม ไทฝืนหัวเราะ ไม่มีใครพูดถึงสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
วันเดินทางมาถึง ไทลากกระเป๋าอยู่ลานจอดรถ ฟ้ายืนรอแล้วมองหน้าไท สีหน้าพยายามเข้มแข็ง ไทยื่นสมุดสเก็ตซ์เล่มเดิมให้ฟ้า
“ฝากดูหน่อย กลัวหาย”
ฟ้าขำ น้ำตาคลอรับสมุดมา ไทพยักหน้าก่อนจะหันหลังเดินขึ้นรถ ฟ้ามองตามตลอด ไทไม่หันกลับ ความเงียบในลานจอดรถกลายเป็นเสียงสะอื้นของฟ้าที่ไม่มีใครได้ยิน
ตลอดสัปดาห์ที่ไทไปกรุงเทพ ฟ้าส่งข้อความหาไทห่าง ๆ คำพูดของแต่ละฝ่ายสั้นลง ความกลัวทำให้เงียบหาย ไทนั่งวาดรูปในห้องเช่า ตอบข้อควรถามแต่ไม่พูดถึงความรู้สึก ในขณะที่ฟ้านั่งกอดสมุดสเก็ตซ์ในห้องเงียบ ๆ อ่านบันทึกเล็ก ๆ ที่ไทเขียนไว้ใต้ภาพทุกหน้าด้วยรอยยิ้มและน้ำตาคละกัน
คืนวันประกวด ไทโทรหาฟ้าขณะยืนอยู่ข้างศาลากลางน้ำในกรุงเทพ เสียงไทแผ่วลง เหมือนเสียงลมหายใจ
“ฟ้า…”
“หืม?”
“ขอบใจที่อยู่ข้าง ๆ เราตลอดนะ อยากให้เธอทำในสิ่งที่เธอรัก”
ฟ้าเงียบไปนาน เหลือแต่เสียงลมหายใจผ่านสายโทรศัพท์ “แล้วนายล่ะ?”
“เรากำลังเริ่มต้นอยู่เหมือนกัน” คำพูดของไทมีสะท้อนความกลัว แต่ก็ส่องแสงบางอย่าง ฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา
วันประกาศผล ไทได้รองชนะเลิศ เขาโทรหาฟ้าทันที ฟ้ากรี๊ดจนเพื่อนในห้องตกใจ แต่ในแววตาที่ยิ้มอยู่มีความเหงาซ่อน สักวันหนึ่งทั้งคู่จะต้องตัดสินใจจริง ๆ
ฟ้าย้ายไปอยู่กับญาติ ทั้งสองห่างกันมากขึ้น ไทกลับมาที่เก่าแต่ไร้ฟ้า ขนมปังเนยที่เคยวางบนสมุดไม่มีอีกแล้ว ไทกำภาพที่วาดไว้ทุกหน้าแน่น เวลาผ่านไป ต่างคนต่างโตขึ้นทีละนิดในเมืองคนละแห่ง
วันหนึ่ง ฟ้ากลับมาที่มหาวิทยาลัย หิ้วกล่องขนมปัง ไทตกใจแล้วดีใจจนยิ้มไม่หยุด สองคนพูดคุยสั้น ๆ ดูเหมือนไม่ชิน ไทพยายามจับมือฟ้าไว้แต่ก็ปล่อย เงียบอีกครั้งเหมือนทุกครั้ง
“นาย…คิดถึงเราไหม” ฟ้าถามเบา ๆ
“ทุกวัน” ไทตอบเร็ว ก่อนจะเม้มปาก ตอนนี้ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ
ฟ้าส่งสมุดคืนให้ไท เปิดหน้าสุดท้ายให้ดู—ในนั้นคือภาพฟ้านั่งร้องไห้กับเค้กก้อนเล็ก ๆ ที่ทำเอง ไทอ่านข้อความใต้ภาพ รู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิด
“นายกลัวอะไรมากที่สุด?” ฟ้าถามพลัน ไทนิ่ง “กลัวที่จะรักแต่ไม่กล้ารับผิดชอบอนาคตของเธอ”
ฟ้ายิ้มทั้งน้ำตา กุมมือไทแน่น “เรากลัวที่จะเสียใจที่ไม่ได้เลือกชีวิตตัวเอง”
ห้องศิลปกรรมยามบ่ายแดดลอดผ่านม่าน เงาร่างสองคนซ้อนอยู่ตรงกัน โต๊ะเดิม สมุดเล่มเดิม เสียงหัวใจของทั้งคู่ดังเหมือนวันแรกแต่ไม่เหมือนเดิม ฟ้าวางขนมบนโต๊ะ ไทซ้อนมือฟ้า
“ถ้าเราไม่กลัว…เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันมั้ย?”
ฟ้าพยักหน้า สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและกลัวในเวลาเดียวกัน
ในอ้อมกอดของแสงแดดอุ่น สองหัวใจเติบโตพร้อมความฝันที่เพิ่งเริ่มต้น แม้โลกจะยังไม่เปลี่ยน แต่เสียงหัวใจในยามบ่ายนี้ ได้เปลี่ยนแปลงบางอย่างไปตลอดกาล