แฟลตสุดเพี้ยนกับภารกิจ “หมา (ไม่) หาย”
เสียงหวีดร้องของเด็กผู้หญิงตัวเล็กตรงโถงกลางแฟลตดอกไม้บาน ทะลุเข้าห้องเช่าของออโต้ หนุ่มไทยวัยยี่สิบปลาย ๆ ที่มั่นใจในตัวเองอย่างเหลือล้นแม้ไม่ค่อยเก่งอะไรสักอย่าง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พี่ป๋อม! หมาแก้วหาย!” เด็กหญิงเสียงแหลมกระโดดโลดเต้นหน้าห้อง 108 น้ำตาซึม ชาวแฟลตโผล่หัวออกมาสอดส่องกันอึงคะนึง
ออโต้ยืนกอดอกอยู่หน้าประตู มุ่นคิ้ว พลางนึกถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ครั้งนี้ เขาหรี่ตาหันไปหา เปี้ยก (หนุ่มร่างผอม ผมฟูเหมือนหม้ออบลมร้อน) กำลังเลื่อนไถมือถืออยู่ที่ม้านั่งหน้าห้อง
“เปี้ยก เราต้องเริ่มแผนปฏิบัติการตามหาหมา!” ออโต้พูดเสียงดัง
เปี้ยกเงยหน้ามองเบะปาก “ไอ้หมาตัวเล็กนั่นอะนะ…คือ กูแพ้ขนสัตว์”
“มันคือภารกิจเพื่อชื่อเสียงแฟลตของเรา!” ออโต้เดินไปยืนเท้าสะเอวจริงจัง
ป๋อม เพื่อนซี้ร่างท้วมของออโต้วิ่งออกมาจากห้อง พยายามใส่รองเท้าแตะสองข้างผิดไซส์ “เออ! หมาใครหาย? มีรางวัลมั้ย?”
เด็กหญิงมองหน้าสามคนตาโต “หมาแก้วหาย ใครเจอจะซื้อขนมให้!”
“ได้ยินมั้ยเปี้ยก? ของว่างฟรี!” ออโต้รีบหันไปสะกิด
เปี้ยกยักไหล่แต่ก็วางมือถือ เก็บผ้าเช็ดหน้าพร้อมลุกขึ้น “แต่อย่าให้ขนมันโดนกู”
เสียงปึงปังดังจากชั้นบน โน้ต เพื่อนบ้านสาวบัญชี หน้าตาเรียบเฉยผู้รักสันโดษยืนจ้องลงมา “จะช่วยหรือเอาป่วน?”
ออโต้เชิดหน้า “เราจริงจัง! ใครมีข้อมูลหมาตัวนี้บ้าง?”
โน้ตถอนใจ แต่ก็ยอมเดินลงมาชั้นล่าง “หมานั่น ตัวเล็กขนฟูสีคาปูชิโน่ ชื่อ ‘แก้ว’ ชอบแทะถุงเท้า”
“ถุงเท้า?” ป๋อมเลิกคิ้ว “แล้วมันไปแทะถุงเท้าใครถึงหาย?”
“ใครในแฟลตถุงเท้าหายบ้าง?” ออโต้ถามไปทั่ว แฟลตเริ่มซุบซิบมีสีสัน
เสียงเปิดประตูตึกกระแทก “ช่วยได้แน่! ชาติศักดิ์ หัวหน้ารปภ.แฟลตท่านนี้!” ลุงชาติศักดิ์เดินเข้ามาราวกับอยู่ในรายการสืบสวน
ออโต้เริ่มแจกแจง “โอเค แผนของเราคือ เริ่มตรวจกล้องวงจรปิดทั่วแฟลต เช็กถุงเท้าผู้ต้องสงสัยทุกกลุ่มเป้าหมาย”
ป๋อมหอบหายใจ “กูว่านะ…ถ้าจะเริ่ม หาห้องที่ขนหมาติดก่อนดีกว่า”
เปี้ยกรีบถอยหลัง “ข้าไม่เข้าไป ข้าแพ้!”
ออโต้คว้าเสื้อคลุมมาคลุมเปี้ยก “นายเป็นนักวิทยาศาสตร์แฟลต ต้องทดลอง!”
โน้ตส่ายหน้า “นี่ ฉันไม่ได้เกี่ยว…แต่หมานั้นอาจไปบ้านยายแดงใต้บันไดนะ เมื่อวานเพิ่งเห็นหอบกล่องอะไรขนฟูๆ”
ป๋อมกับออโต้หันขวับแทบพร้อมกัน เปี้ยกสองจิตสองใจท้ายสุดตามแบบกล้า ๆ กลัว ๆ
ฉากต่อมา ทุกคนกรูกันไปเคาะห้องยายแดง ยายเปิดประตูสีหน้ามึน ๆ กับเสียงเอะอะโวยวายกลางวันแสก ๆ
“ยาย ๆ เห็นหมาแก้วมั้ย?” เด็กหญิงถามเสียงสั่น
ยายแดงหันไปควานในบ้าน หยิบตุ๊กตาขนฟูออกมา “หมาอะไร ยายได้หมาตัวใหม่!”
โน้ตกระซิบ ออโต้ “ตุ๊กตา ประดิษฐ์ขนหมาแน่ ๆ”
“แล้วหมาแก้วล่ะ?” ป๋อมก้มลงส่องใต้โต๊ะ เห็นถุงเท้าขาดวิ่นกองอยู่กองใหญ่
ออโต้ขออนุญาตยายขุดค้นห้อง ยายแดงส่ายหน้า “เอาสิ แต่ห้ามทิ้งขนไว้ให้ยายแพ้ฝุ่น”
พวกเขาหาข้อมูลจากร่องรอยถุงเท้าและขนฟูที่ติดตามผ้าห่มและตะกร้าผ้าในบ้านยายแดง เปี้ยกค่อย ๆ จามหนักขึ้นทุกที “ซี้ด กูไม่ไหวแล้ว”
ในที่สุด โน้ตสังเกตเห็นรอยเท้าเล็ก ๆ และขนฟูติดกระเป๋ายายแดง “นี่มันน้องแก้วแน่!”
ป๋อมยกมือขึ้น “แต่รอยนี้จิ๋วซะ…หรือเราหลงทางแต่แรก?”
ออโต้วางท่าเป็นหัวหน้าทีม “พวกเรา ผิดแผนไม่ได้! ต่อไปต้องตามหาจากกลิ่น—”
เปี้ยกตาโต “กูมีน้ำมูก กลิ่นก็ไม่ได้กลิ่น”
เด็กหญิงน้อยนำทีมเดินออกจากห้องยายแดงอย่างผิดหวัง
จังหวะนั้น เสียงหมาหอนวี้ดขึ้นจากชั้นสาม ทุกคนตาโต รีบวิ่งพรวดขึ้นบันได—
แต่ระหว่างทาง ป๋อมสะดุดขนมขบเคี้ยวที่ใครทิ้งไว้หน้าห้องบิ๊บ เพื่อนบ้านสาวบ้ากิน ห้อง 307 “นี่…หมานี่อาจไปหาอาหารก็ได้”
ทุกคนหยุดคิด ป๋อมพูดอ้อมแอ้ม “หิวก็ต้องได้กินป่ะ?”
บิ๊บเปิดประตู หอบอาหารขนมกล่องใหญ่ชูขึ้น วันนี้ช่องฟรีซจัดเต็ม “ไม่ใช่หมาแก้วนะ หมากินข้าวกะเพราของฉันไปเมื่อเช้า”
ออโต้หน้าเจื่อน “งั้นแปลว่า…มีเบาะแสใหม่หรือนี่?”
โน้ตระบายลมหายใจรำคาญ “จะหามั้ยหรือจะเม้าธ์อะไรกัน?”
เสียงโทรศัพท์จากป้อม รปภ.ดังขึ้น ชาติศักดิ์ตะโกนเสียงอู้อี้ว่าเจอรอยตีนเปื้อนดินเหนียวที่ลานหน้าแฟลต
กลุ่มเพื่อนบ้านกรูกันวิ่งออกไปกลางลาน จังหวะนี้ความชุลมุนถึงขีดสุด
ป๋อมบ่นเสียงอ่อย “แข่งบันไดมาได้ท้องว่างเพิ่ม”
เปี้ยกหอบน้ำมุก “มันคล้ายหมา…หรือเด็กข้างห้องตกดินวะ?”
ขณะที่ทุกคนงง ปรากฏว่ามีเสียงโวยวายจากหน้ากล่องจดหมาย เด็กหญิงน้อยยืนดีใจเห็นขนหมาติดถุงเท้ากล่องจดหมาย ออโต้จับชีพจรนักสืบขึ้นมาอีกครั้ง
“นี่แหละหลักฐานสู่ชัยชนะ!” เขาประกาศ “ขอกล่องจดหมาย!”
กล่องจดหมายเปิดออก มีถุงเท้าเย็บเว้า ๆ โผล่ออกมาแต่ไม่เห็นหมา ทุกคนงงจัด
บิ๊บบ่น “นี่มันซ่อนของวุ้นวายอะไรเนี่ย”
ป๋อมถาม “เรากำลังตามหาหมา หรือสมบัติหมา?”
ออโต้สั่งแผนถัดไป “ตามหาทุกห้องที่มีร่องรอยหรือขนฟู”
ฉากต่อ ๆ มาคือคาราวานแก๊งเพื่อนบ้านปีนบันได เคาะทุกห้อง ลุงชาติศักดิ์พูดมากจนเด็กหญิงเริ่มเบ้ปาก ทุกคนเริ่มมีข้อหาเป็นผู้ต้องหาหมาแก้วสูญหาย
โน้ตอดทนไม่ไหวสะกิด “ขอถามหน่อย คิดว่าหมากลายเป็นผีหลอกเราหรือ?”
เปี้ยกขำ “ถ้าใช่จริง กูขอโทษล่วงหน้า”
ระหว่างที่กลุ่มเริ่มเหนื่อยล้า อยู่ดี ๆ เสียงตึงตังดังมาจากห้องขยะชั้นล่าง
ทุกคนรีบลงไป… แล้วเห็นเศษถุงเท้า ขนหมา และรอยเท้าเล็ก ๆ
ป๋อมกระซิบ “คราวนี้ใกล้จริงหรือดำดิ่งลงเหว?”
ออโต้มั่นใจผิด ๆ “เราเข้าใกล้คำตอบ ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม!”
แต่แล้ว โน้ตพบป้ายข้างล่างว่า ‘งดทิ้งขยะหมา’ ทุกคนเปลี่ยนสีหน้า มองหน้ากันงง ๆ
เสียงโทรศัพท์ของเด็กหญิงดังขึ้น “หมาแก้วกลับบ้านเองแล้ว!”
ทุกคนตะลึง… แล้วเด็กหญิงรีบกลับไปวิ่งขึ้นบันไดไปชั้นสอง
ออโต้งงเต็มประดา “เราไล่ตามอะไรมาทั้งวันวะเนี่ย?”
เปี้ยกเสยผม “ก็ตามความภูมิใจของมึงไงออโต้”
ลุงชาติศักดิ์พึมพำ “โธ่ เหนื่อยตัวแทบแตก”
พอทุกคนกลับขึ้นไปถึงห้อง 108 เด็กหญิงนั่งกอดหมาแก้ว สีหน้าซึมเศร้ากลายเป็นร่าเริง “ขนมครบ สำนวนครบ!”
ป๋อมหันไปกระซิบกับเปี้ยก “นี่หมาตัวนี้โคตรฉลาด หรือเรานี่แหละที่…”
ออโต้ถอนใจยิ้ม ๆ แล้วพูดกับทุกคน “อย่างน้อยเราก็สามัคคีกันได้… แม้จะเรื่องเล็ก”
ทุกคนหัวเราะ เบาสบายขึ้น และแตกกระจายกลับห้องตัวเอง อุบัติเหตุความป่วนในแฟลตวันนั้นกลายเป็นเพียงตำนานใหม่
ป๋อมเดินผ่านหน้าห้องออโต้กระซิบทิ้งท้าย “คราวหน้ามึงจะช่วยใคร รบกวนถามหมาก่อนนะ!”
ออโต้หัวเราะเบา ๆ ก่อนปิดประตู กลิ่นขนมอบใหม่จากห้องบิ๊ปลอยมาเป็นปริศนาอีกครั้ง พร้อมเสียงหมาแก้วเห่า “เหมียว!” อย่างผิดสายพันธุ์ให้ทุกคนอย่างชอบใจ