เสียงฝีเท้าในห้องเก็บของ
เสียงฟ้าร้องครั้งหนึ่งในคืนเปิดเทอมใหม่ ก้องกระทบหน้าต่างกระจกของ “บ้านพักปราชญ์วิชชา” หอพักนักศึกษาเก่าแก่ที่ตั้งตระหง่านในเขตสวนรกร้างนอกเมือง อาม สาวร่างเล็กผู้ต้องย้ายมาเป็นรูมเมทใหม่ของห้อง 403 เพิ่งเดินลากกระเป๋ามาถึงตามหลังกระแสฝนที่โปรยหนักตลอดวัน คืนแรกของเธอในหอแห่งนี้ดูจะเงียบผิดปกติจนรู้สึกหวิวในอก ทั้งที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและโหวกเหวกของเด็กใหม่ ราวกับหอพักทั้งหลังเหลือแค่เธอกับความมืด อามหยุดยืนหน้าประตูเหล็กห้อง 403 อยู่นานก่อนสูดลมหายใจดับความกลัวแล้วบิดลูกบิดเข้าไปข้างใน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ในห้องมีเพียงลิ้นชักเก่าๆกับเตียงสองเตียง ผ้าปูสีขาวหม่นคลุมหนา ฝุ่นจับตามขอบหน้าต่าง เพดานสูงราวๆมือค้ำ ซัม สาวผมเปียข้างเตียงตรงข้ามหันมามอง เธอขยับตัวช้าๆก่อนจะฝืนยิ้ม “เข้ามาสิ อยู่กับเราสองคนนี่แหละ” ซัมพูด ชัดถ้อยชัดคำแต่โฟกัสสายตาไปที่ผ้าม่านเก่า ๆ แทนสีหน้าเป็นมิตร อามรู้สึกถึงอากาศเย็นเฉียบปะทะแผ่นหลัง “ห้องนี้เย็นดีนะ” อามแกล้งพูด กลบความกังวลในใจ ซัมหัวเราะเบา ๆ ตอบ “เชื่อสิ แอร์ไม่ต้องเปิดก็นอนขนลุกได้ทั้งคืน”
กลางคืนยังคงยาวไกล ท่ามกลางความเงียบ อากาศชื้นปะทะจมูก กลิ่นไฟฟ้าชื้นผสมกลิ่นอับเก่าคละคลุ้งในห้อง อามมองสภาพห้องเหมือนจะเป็นสนามรบของอดีตซึ่งหมุนวนไม่จบ ซัมหยิบผ้านวมมาปู ก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้น อามถามเสียงเบา “ห้องนี้มีกฎอะไรมั้ย ซัม?” ซัมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนส่ายหน้า “ไม่มีอะไรหรอก แค่อย่าไปสนใจเสียงอะไรแปลก ๆ ก็พอ” ได้ยินแบบนั้นยิ่งทำให้อามใจไม่สงบหนักขึ้นในทันที
เสียงฝนสาดริมกระจกตลอดคืน ทว่ายังมีเสียงอย่างอื่นแทรก อย่างที่ซัมว่า คล้ายฝีเท้าเนิบช้าเดินวนอยู่แถวหัวมุมทางเดินรอบห้อง ทั้งคู่ต่างข่มตาให้หลับ พยายามไม่ขยับแม้เสียงจะใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ อามกำผ้าห่มแน่น เหงื่อซึมทั้งกาย ปลายนิ้วสั่นไหว พยายามไม่แลซ้ายแลขวา เสียงเงียบบีบให้ใจเต้นแรงในช่องอก เธอกลั้นใจจนข้ามคืนด้วยความกลัวที่ไม่อาจบรรยายได้
รุ่งเช้า อามเดินออกมาหลังประตูห้องอย่างไม่มั่นใจ หรี่ตาเจอกับ “เต้ย” พี่รหัสประจำหอพักที่ยืนสูบบุหรี่พิงระเบียง เต้ยมองกลับด้วยรอยยิ้มเหยียด ๆ เย็นชา ก่อนชี้ไปที่ห้องเก็บของด้านสุดทางเดินด้วยสายตากึ่งล้อกึ่งตักเตือน “ห้ามยุ่งกับห้องนั้นเด็ดขาดนะ ไม่งั้นจะนอนไม่หลับยันจบปี” อามอยากซักแต่รู้สึกถึงอะไรบางอย่างในน้ำเสียงเลยเก็บคำถามไว้ ด้านในซัมหลบสายตาเลี่ยงประเด็นทันทีที่อามพูดถึง เต้ยเดินหายเข้าไปในเงาทางเดินที่ดูมืดขึ้นถนัดตาแม้จะเป็นเวลาเช้า
คืนถัดมา อามเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าใต้พื้นไม้ ตำแหน่งเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนมันเดินลากขาวนาน ๆ ทิ้งไว้ในทุกห้องซึ่งไม่มีใครเปิดไฟ หน้าต่างบางบานเริ่มปริแตก แม้กระทั่งเสียงกุกกักคล้ายลูกบิดกำลังหมุนเบา ๆ จนอามขวัญเสีย มันไม่เหมือนจะมาจากโลกความจริง ซัมยังคงทำเป็นนิ่งเงียบ ทุกคืนเธอนั่งกอดเข่ามองหน้าต่างจนสว่าง อามเริ่มหวาดหวั่น อยากออกจากหอแต่ก็จนใจด้วยเหตุผลทางบ้านและทุนการศึกษา
เช้าวันหนึ่ง ขณะอามเดินหาของกินในครัวรวมหลังชั้นล่าง ได้ยินเสียงกระซิบแทรกมาในห้องว่างเปล่า คนอื่น ๆ ในหอดูจะถอยห่างห้องเก็บของ ไม่มีใครเข้าใกล้เลยแม้แต่แม่บ้าน อามยังไม่เห็นใครกล้าเอากุญแจไข แม้เวลาออกตรวจสภาพอุปกรณ์ไฟฟ้า ซัมเตือนเสียงนิ่ง ๆ “อย่าไปถาม เต้ยจะไม่ชอบ” แต่ยิ่งห้ามใจก็ยิ่งอยากรู้
กลางวันอามแสร้งเดินไปหน้าห้องเก็บของ ประตูสีน้ำตาลซีดรอยขูดดำสนิท หยักลายมือมนุษย์บาง ๆ ติดไว้ตรงลูกบิด เธอเอาหูแนบประตู มีเพียงความเงียบเหมือนทุกเสียงภายนอกถูกบีบให้จมหาย พลันได้ยินเสียงกระซิบอู้อี้ราวกับมาจากอีกฟากของโลก “ช่วย…ออกไป…” อามสะดุ้งจับขาสั่น วิ่งกลับห้องโดยไม่กล้าหันหลังมองอีกเลย
ซัมเริ่มเปลี่ยนไป ทุกคืนสีหน้าว่างเปล่าลึกขึ้น ไม่ตอบรับ ไม่หัวเราะเหมือนเดิม อามพยายามพูดคุยแต่ซัมจะเพียงหันไปทางหน้าต่าง หรือขังตัวเองในห้องน้ำ กลบเสียงกระซิบในใจที่ดังขึ้นเรื่อย ๆ อามพูดหยอก “ซัม เคยได้ยินเสียงอะไรแถวห้องเก็บของบ้างไหม?” ซัมเงียบ ก่อนพูดสั้น ๆ “บางที…น่าจะใช่เสียงเราเองมั้ง…ถ้าเราหายไป ใครจะสังเกตด้วยซ้ำ” อามชะงัก มองเพื่อนร่วมห้องด้วยความรู้สึกปะปนระหว่างสงสารกับหวาดกลัว
คืนหนึ่งกลางดึก เสียงฝีเท้าในห้องเก็บของดังถี่และหนักขึ้นผิดปกติ ประกอบกับเสียงขูดขีดทำเล็บบนไม้ สลับกับเสียงลากเก้าอี้อย่างช้า ๆ ทั่วชั้น อามอดทนไม่ไหว เรียกซัมให้ชวนกันเดินกลับออกจากหอ ซัมลังเล ก่อนตัดสินใจลุกขึ้น เธอเดินนำมาตรงหน้า “อาม ถามจริงแน่ใจเหรอว่าจะไป…หรือแค่อยากหนี” อามอ้ำอึ้งตอบ “เราแค่…ไม่ไหวแล้ว” ซัมมองอามนิ่ง ๆ ดวงตาเหมือนขอความช่วยเหลือปนติดค้างบางอย่าง อามเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับซัม
ขณะทั้งสองผ่านหน้าห้องเก็บของ ประตูดูเหมือนเปิดแง้มนิด ๆ ความมืดข้างในลึกสุดสายตา อามหยุด ซัมจับแขนไว้แน่น “อย่า!” อามสั่นเงียบแต่แรงขับในใจก็อยากรู้ ขาเดินเข้าไปช้า ๆ เสียงหายใจดังสะท้อนกลับรอบห้อง ภายในมีแต่ของเก่า เครื่องเรือนฝุ่นจับ ประกายตาธรรมดากลับต้องสะดุดกับเงาร่างหนึ่งที่นั่งซุกมุมห้อง หันหลังให้ ผมยาวคลุมใบหน้า อามหันควับมองซัม แต่ซัมร้องไห้เงียบ ๆ น้ำตารินก่อนได้สติ “ทุกคนในนี้…ไม่ได้จากไป พวกเขาแค่…ยังอยู่ รอเรามองเห็น”
ประตูห้องปิดลงเองทันที เสียงทุกอย่างเงียบสนิท มีแต่เสียงหายใจถี่ ๆ ของทั้งสองคนอยู่ในความมืด อามใช้ไฟมือถือส่อง เห็นเงาขยับในมุมห้อง ร่างหญิงสาวค่อย ๆ หันหน้าช้า ๆ ดวงตาเบิกโพลงมองตรงมา เศษความทรงจำประหลาดแล่นวาบเข้ามาในหัว เธอจำได้ว่าเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้…ในภาพถ่ายนักศึกษาที่เคยแขวนอยู่หน้าหอมาก่อน
ร่างนั้นเอ่ยเสียงขาดห้วง “ออก…ไป” แต่ราวกับร่างกายของอามและซัมขยับไม่ได้ ซัมพึมพำผ่านเสียงสะอื้นในลำคอ “เราเคยสัญญากัน…เขากำลังรอให้เรากลับไป ไม่ใช่เหรออาม” อามอึ้งเข้าใจทันที ซัมมีความเกี่ยวข้องกับหญิงสาวในรูปนั้น ความทรงจำบางอย่างของเธอถูกกลบเกลื่อนโดยใครบางคน
เสียงฝีเท้าก้องข้างนอกห้องเก็บของค่อย ๆ ดังขึ้นจากปลายทางเดิน เต้ยยืนอยู่ข้างนอก เคาะประตูกลาย ๆ โดยไม่พูดอะไร เหมือนรอให้สองสาวตัดสินใจซักอย่าง อากาศหนาวยะเยือกจนลมหายใจเป็นไอ
อามพยายามลากร่างซัมออกจากความกลัว เธอกรีดร้อง “เราต้องออกไป! กลับห้อง กลับห้อง!” แต่ซัมดูเหมือนหลุดจากภวังค์ไม่ออก ซัมกระซิบ “ทุกคืนที่ไม่มีใครฟังเสียงนั้น…เขาจะอยู่กับที่นี่ต่อไป ไม่ใช้อาม ไม่ใช่เรา…แต่ทุกคน”
ในความมืดไฟชายในมือถืออามกะพริบบางครั้งแสงฉายให้เห็นรอยภาพวาดผิดธรรมชาติบนผนัง รอยเหมือนเงาคนหลายร่าง รวมมารวมกลืนกันในความมืด ซัมทิ้งตัวร้องไห้ อามรับรู้ถึงความกลัวที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงผี แต่คือการถูกลืม การเป็นเพียงเสียงเดินวนในความว่างเปล่า ไม่เคยได้รับการรับรู้ว่าเคยมีตัวตนมาก่อน
ในวินาทีที่อามหมดเรี่ยวแรง ร่างในมุมห้องผุดลุกขึ้น เสียงร้องสะท้อนลึก “อย่าปล่อยให้เสียงนี้จมหาย…อย่ามองข้ามเรา…” อามกัดฟัน ใช้แรงเฮือกสุดท้ายวิ่งตามซัมออกมาได้ เต้ยเปิดประตูรออยู่ รีบปิดฉับแล้วกดตัวทั้งคู่ให้เดินย้อนกลับห้องพักทันที โดยไม่มีใครพูดถึงเรื่องในห้องเก็บของอีกเลย
คืนต่อมาทุกอย่างดูสงบ เสียงฝีเท้าหายไป ห้องเก็บของปิดเงียบ ซัมไม่ออกจากห้องอีกเลยเงียบขรึมจนน่าใจหาย อามขาดความกล้าถามเรื่องเมื่อคืน ภาพสายตาหญิงสาวในห้องเก็บของตามหลอกไปทุกคืน บางเช้าคล้ายได้ยินเสียงกระซิบเจ็บปวดลอยมาตามลม
จนวันหนึ่งอามเดินผ่านโต๊ะทะเบียนหน้าหอ พบป้ายประกาศเก่า ๆ ถูกปักซ่อนซ้อนกันเต็มไปหมด หนึ่งในนั้นคือรายชื่อเด็กหายเมื่อยี่สิบปีก่อน อามจำชื่อบนรูปถ่ายได้ มันคือชื่อเดียวกับหญิงสาวในห้องเก็บของ ผู้ที่ไม่มีใครพูดถึง ผู้ซึ่งตกเป็นเพียงเสียงฝีเท้าที่ยังวนเวียนอยู่กับความกลัวการลืมเลือน
เสียงฝีเท้าในห้องเก็บของ…อาจยังไม่เคยหยุดเดิน…ตราบที่ความจริงยังจางหายอยู่เบื้องหลังประตูไม้บานนั้น