หอพักพังๆ กับผองเพื่อนพิลึก
สายฝนโปรยปรายในเช้าวันเปิดเทอมที่สอง ห้องเช่าเลข 204 หอพักเก่าสีฟ้าอมเทาซึ่งดูเหงา ๆ เหมือนทุกฤดูฝน แต่เช้านี้ ความเงียบหายไปพร้อมกับเสียงรัวกระเป๋าเดินทางกับเสียงตะโกนจะเป็นจะตายของ “เจี๊ยบ” เด็กปีสองที่เต็มไปด้วยความมั่นใจผิดๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“โหยย ไอ้ปืน! ที่วางกระเป๋ากูมาอยู่ใต้เตียงได้ไงวะ! กูจัดเอง เก็บเอง จะวางตรงหน้าประตู! เผื่อโจรมีกลิ่นเท้ากู๊!” เจี๊ยบพูดกึ่งตะโกนกึ่งบ่น ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าคนชื่อปืนในห้องสักนิด
ใต้เตียงฝั่งขวา “ปืน” ผงกหัวขึ้นมาอย่างเซ็งๆ พูดเสียงเบาจนเกือบฟังไม่รู้เรื่อง “ก็เมื่อคืนแกบอกขอเอาไว้ตรงไหนก็ได้ จะได้ไม่เหยียบ…” แต่เจี๊ยบไม่ได้ฟังจบ เพราะกำลังค้นกระเป๋าหาน้ำปลา
เสียงเปิดประตูดังขึ้น พร้อมร่างเล็ก ๆ ของ “พลอย” เพื่อนร่วมห้องคนที่สาม ผู้ระแวงโลกและคิดมากทุกเรื่อง พลอยรีบเอามือกั้นกระเป๋าเจี๊ยบ ดูเหมือนกลัวฝนจะโดนของในห้องมากกว่าตัวเองจะเปียก
“เอ้าเจี๊ยบ! ถืออะไรเปียก ๆ เข้าห้องอีกแล้วนะ! ถ้าน้ำหยดลงพื้น มดขึ้นแน่ ๆ ฉันเตือนแล้วนะ ไม่ช่วยเก็บกันเองนะคราวนี้!” พลอยปาถุงขนมไว้บนโต๊ะ หายใจหอบจนเพื่อนทั้งห้องมองหน้าตาปริบ ๆ
เจี๊ยบอมยิ้มแบบคนที่มั่นใจว่าตัวเองควบคุมสถานการณ์ได้ “โอ๊ย ห้องเราไม่มีมดหรอก นี่หอเก่าไม่ใช่ร้านขนมหวาน ใจเย็นมะพลอย เดี๋ยวฉันถูเอง”
ปืน พึมพำเบา ๆ เหมือนคุยกับตัวเอง “เมื่อเช้าแมลงสาบในห้องน้ำยังทำเนียนใส่ชุดนักศึกษาตัวจิ๋วอยู่เลย…”
พลอยเบิกตาโต “อะไรนะ?! มีแมลงสาบแต่งชุดนักศึกษา?!?” ปืนนิ่ง ตีมึน ไม่ตอบ เสียงหัวเราะอึดใจหนึ่งก็ดังขึ้น สามคนสบตากัน เสียงฝนหยุด และเสียงวุ่นวายในห้องเช่าก็เพิ่งเริ่มขึ้น
ฉากเย็นวันเดียวกัน พลอยกำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทำให้เพื่อนร่วมอยู่เซ็งทุกเย็น ขณะที่เจี๊ยบวางแผนจะขวนขวายหาเงินพิเศษมาจ่ายค่าไฟ เลยคิดจับฉลากภายในห้องว่าใครจะรับตำแหน่ง “หัวหน้าหาเงินเสริม” ของเดือนนี้
เจี๊ยบเขียนชื่อทั้งสามลงในแก้วน้ำกระเบื้องหูบิ่น กลิ้งกระดาษสั้นป้อมเหมือนลูกเต๋า พลอยขัดขึ้นกลางคัน “ไม่เอาอะ ฉันนัดติวทุกเย็นนะ งานบ้านงานหาเงินก็รอรอบหน้าดีกว่าไหม? หรือเอาให้แฟร์ ตัดสินด้วย rock-paper-scissors ดีกว่า”
ปืนตบไหล่พลอยเบา ๆ “เล่นเป่ายิงฉุบรอบที่เท่าไหร่แล้วครับเนี่ย ที่จบด้วยแพ้ทุกคนพร้อมกัน…”
มวยเปิดฉาก เสียงหัวเราะตามด้วยเสียงเฮ เมื่อในที่สุด ใบจับสลากที่หล่นใต้อ่างล้างหน้ามาตลอดถูกหยิบขึ้น พลอยโดน “แต่งตั้ง” เป็นหัวหน้าหาเงินซึ่งไม่เต็มใจเลยสักนิด
ตกกลางคืน พลอยเครียด เพราะปกติรอบคอบแต่คราวนี้โดนลากเข้าสถานการณ์ซึ่งไม่ถนัด พลอยหาข้อมูลหารายได้เสริมในเน็ตจนสายตาล้า เจี๊ยบเห็นแล้วเสนอไอเดีย “เอางี้ ไปสมัครเป็นรีวิวหอพักกันไหม เดี๋ยวฉันจัดเป็นคลิป ทำเหมือน vlog เจาะชีวิตจริง เปิดหน้าโชว์ แถมแต่งเรื่องขำ ๆ ว่าเจอแม่บ้านลึกลับ!”
ปืนถอนหายใจ “คือกล้องโทรศัพท์มันเก่ามากนะเพื่อน แสงก็เหลืองกว่าไฟวัด ตอนกลางคืนเหมือนห้องอาถรรพ์—-“
เจี๊ยบพยักหน้าหนักแน่น “ก็นั่นแหละ! เอฟเฟกต์ฟรี! เดี๋ยวใส่แคปชั่น ‘รีวิวหอผีสิง’ คนกดดูกันกระจายแน่ พวกนายไม่กลัวผีใช่ไหม?”
พลอยหน้าเสีย “ไม่ ไม่ ฉันกลัวผีมากกว่านายคิด อย่าเลยนะเจี๊ยบ เดี๋ยวคืนนี้ฉันนอนไม่หลับ”
ปืนยักคิ้ว “อ้าว ไหนบอกกลัวจนต้องทำบัญชีรอดูว่ายังมีวิญญาณห้องข้าง ๆ ไหมล่ะ…?”
เสียงหัวเราะตามมา พลอยพยายามชิ่ง แต่เจี๊ยบเริ่มถ่ายคลิปโดยไม่รอเพื่อนสองคน พร้อมบทบรรยายเสียงฮา ๆ จนปืนต้องร่วมวงเพราะสงสารพลอย
ฉากที่สองของคลิป มีเสียง “เอี๊ยด…” ประตูตรงบันไดเปิดเบา ๆ เจี๊ยบเบิกตาโต “ดู ๆ! วิญญาณมาแล้ว!” พลอยเกาะแขนปืนแน่น ส่วนปืนยืนส่องไฟฉายพร้อมฟาดฝ่ามือ เรียกเสียงขำจากเจี๊ยบที่โยนมุข “อ้าว ผีห้องข้าง ๆ สวยกว่าที่คิด”
กลายเป็นว่าที่เดินออกมาคือ “พี่ซัน” หัวหน้าหอที่รักความสงบ แต่ตอนกลางคืนขี้ลืมจนมักจะปิดประตูเองไม่ได้ ซันหัวเสียพองามเมื่อเห็นกล้อง “ถ่ายคลิปอะไรกันสามทุ่มเนี่ย!? มีคนนอนพักผ่อน!”
เจี๊ยบรีบแก้ต่าง “ถ่ายรีวิวหอครับเผื่อเอาไปส่งประกวด—” พลอยพึมพำตามหลัง “ประกวดที่ไหนไม่มี ไม่ได้ขอด้วย…”
คืนต่อมา ทั้งสามเก็บกวาดของวุ่นวายมาไว้หลังตู้เพื่อซ่อนหลักฐานคลิปเมื่อวานเผื่อโดนพี่ซันตรวจ กลายเป็นว่ากุญแจประตูสำรองหาย พลอยใจเสียหันไปถามปืน “นายหยิบออกมาฝากใครรึเปล่า”
ปืนตอบทั้งที่กำลังพิมพ์งาน “ไม่ได้จับเลย วันนี้เดินเข้าออกห้องด้วยเท้าเปล่าเอง ซ่อนตรงไหนซักที่รึเปล่าเจี๊ยบ?”
เจี๊ยบหน้านิ่ง “เดี๋ยว…หรือว่าอยู่ในกระป๋องคุกกี้—ไอ้ที่ฉันเอาไปฝากพี่ซัน!”
ทั้งสามมองหน้ากันด้วยสายตาเจื่อน ๆ แล้วจู่ ๆ พลอยถาม “แล้วสรุปนายฝากไปทำไม? ทั้งที่รู้ว่าพี่ซันไม่กินของหวาน”
เจี๊ยบตอบหน้ามึน “ก็จำผิดน่ะ คิดว่ากระป๋องนั้นใส่น้ำตาลไว้น่ะ…โอ๊ย เดี๋ยวไปขอคืนนะ”
ฉากต่อมา สามคนจึงต้องเดินย่องไปเคาะห้องพี่ซันกลางดึก โดยใช้แผนสอบถามอ้อม ๆ แต่แผนนี้กลายเป็นความพังแรก เพราะพี่ซันกำลังคุยโทรศัพท์เรื่องงาน พอเห็นทั้งสามคนเลยคิดว่ามาขอความช่วยเหลือเรื่องใหญ่ ซันรีบปิดสาย “มีอะไรร้ายแรงรึเปล่า?”
พลอยรีบพูดเบา ๆ “คือ…เอ่อ กระป๋องคุกกี้รอบที่แล้วที่เจี๊ยบฝาก…ขอคืนได้ไหมคะ”
ซันเคาะคาง “หมดแล้วล่ะ น้องเขาหิว เลยฝากไปให้แม่บ้านป้าศรี ใช่ไหม? จะเอาไปทำขนมแจกเพื่อนห้องฝั่งตรง”
ปืนทำเสียงลอย ๆ “นี่พวกเรากำลังจะเป็นข่าวว่าเอากุญแจสำรองไปแบ่งปันทั่วหอเสียง่าย ๆ แล้วใช่ไหม…”
เจี๊ยบพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน “เฉพาะคนขยันทำความสะอาดนะ เอิ๊ก…”
พลอยหน้าเสียกว่าทุกที “ถ้าพรุ่งนี้เข้าไม่ได้ล่ะทำไง เจี๊ยบ! นายต้องหาวิธีเอาคืนมาให้ได้”
เจี๊ยบพยักหน้าแบบขี้โม้แล้วบอกให้ทุกคนใจเย็น กำลังคิดแผนเด็ด แต่แผนก็พังทันทีเพราะป้าแม่บ้านเอากระป๋องคุกกี้ไปมอบห้องฝั่งตรงเรียบร้อย เมื่อนัดรวมพลพลอยกับปืนได้เจอ “แก๊งห้อง 210” ที่ค่อนข้างซ่าส์และขี้สงสัย พอบอกว่ามาขอคุกกี้คืน เพื่อนห้อง 210 ได้กลิ่นความลับ จึงตั้งคำถามสวน “ได้คุกกี้มากระป๋องนี้ มีทองซ่อนรึเปล่า? หรือของขวัญวาเลนไทน์ถึงสาวตรงข้าม?”
เจี๊ยบไหลตามน้ำ พูดเล่น “เออ ๆ ซ่อนของสำคัญให้คนพิเศษแหละ” พลอยหน้าแดง ส่วนปืนเบะปาก แล้วเรื่องก็เลยเถิด ห้อง 210 ดันไปทำซึ้งต่อหน้าป้าแม่บ้าน “ขอโทษนะครับ เผลอทิ้งของสำคัญสุดชีวิตของเพื่อนไป ฝากตามหากระป๋องให้ได้ไหม หายไปจะร้องไห้!”
ป้าศรีรีบหัวเราะ “กลัวร้องจนน้ำตาไหลเปื้อนพรม? เอ้า เดี๋ยวป้าลองถามให้ละกัน”
พลอยหันมามองเจี๊ยบแถบระเบิด “เพราะนายคนเดียว จนหาเรื่องใหม่เพิ่มอีก!”
คืนนั้นทั้งสามคนลงกลอนห้องหลวม ๆ ต่างเก็บตัวเงียบ มีแค่เสียงลมหายใจและเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือน ฉุกละหุกอีกขั้น เพราะเจี๊ยบบังเอิญส่งเสียงในคลิป vlog ลงกลุ่มไลน์ใหญ่ของหอโดยไม่ได้ตั้งใจ คลิปดังกล่าวจบด้วยเสียงพลอยตะโกนอ่อย ๆ ว่า “ถ้ามีจริง ขอให้ผีมาช่วยตามหากระป๋องคุกกี้ที”
รุ่งเช้าโดนแซวทั้งหอตั้งแต่ปากประตู เจี๊ยบเดินหน้าเฉย แต่พลอยกับปืนอยากมุดพื้นหนี พลอยจึงตัดสินใจจะพูดขอโทษทั้งห้อง 210 ด้วยตัวเอง ไปเจอว่าทุกคนกำลังพูดเรื่อง “กระป๋องคุกกี้ล่องหนผีสิง” กันสนุกสนาน
กระป๋องโดนไปอยู่ห้องครัวรวม! เรื่องวุ่นบานปลาย ทุกคนทั้งชั้นเข้าใจว่าเป็นลายแทงสมบัติมีของวิเศษ ทุกคนแอบมากันตีสองเพื่อค้นในครัว แล้วก็ออกมาเจอกันวงใหญ่หน้าห้อง 204 จนถึงเช้า
ซันต้องเรียกประชุมด่วน ถามความจริง เจี๊ยบเสนอไอเดียตลกแก้เก้อ “ประกาศเลยครับว่ากระป๋องนี้ไม่มีอะไร มีแต่เศษขนมกับกุญแจผุ ๆ มื้อนี้ใครหาเจอเอาไปชงโอวัลตินเลย”
พลอยทนไม่ไหวสารภาพตรง ๆ ว่าในนั้นมีกุญแจสำรอง เจี๊ยบรีบช่วยแก้เก้อ ปืนจิ้มเสริม “เราผูกกลอนประตูเพิ่มเองได้เลยนะ ถ้าโจรจะมาก็ขอให้เหม็นเท้านายพอ ๆ กับกระเป๋า”
เสียงหัวเราะ เสียงบ่น เสียงแซวเกิดขึ้นพร้อมกัน พอละครหอพักจบวันนั้น ทุกคนยอมรับความเพี้ยนของห้อง 204 ว่าเอ็นดูสุด ๆ
เย็น ๆ วันถัดมา เจี๊ยบรับบทอาสาตัวเองล้างจานในครัวรวม เจอป้าศรีเดินเข้ามาพร้อมยื่นกระป๋องคุกกี้คืน รูปกุญแจยังอยู่ คราวนี้พลอยกับปืนยิ้มรอรับ ไม่ด่า ไม่โวยวาย เหมือนเข้าใจความบ้าของเพื่อนมากขึ้น
พลอยพูด “ห้องเราจะวุ่นอีกกี่รอบเนี่ย?” เจี๊ยบตอบด้วยเสียงมั่นใจจนเกินเหตุ “อย่างน้อยอีกปีนึงอ่ะ ถ้าเราอยู่รอดนะ”
ปืนหัวเราะ “ถ้าต่อให้ซ่อมประตูเองทุกเย็นก็จะรอดแหละ”
กล้องตัดไปที่ซันนั่งเขียนบันทึกประจำวัน เขายิ้มขำ ๆ “อยู่ที่นี่นะ หอพัก 204 นี่แหละ ที่สุดของเรื่องเพี้ยน…แต่โคตรรักเลยเว้ย!”
เสียงหัวเราะปิดท้ายแผ่ว ๆ พร้อมกลิ่นขนมอบใหม่ ๆ จากครัว ฉากสุดท้าย สามคนมานั่งกินขนมบนเตียงเดียวกัน พลอยยิ้มอาย ๆ พลางพูด “ทุกครั้งที่มีเรื่องพัง…เราก็ได้ขนมกับเพื่อนคืนมาตลอดเนอะ” เจี๊ยบยักคิ้ว “เพราะเรื่องพัง ๆ นี่แหละ ชีวิตมันสนุก!”
ปืนสรุป “ไม่ว่าจะพังหรือเวิร์ก ห้อง 204 ก็ครบเครื่อง” แล้วทุกคนหัวเราะ เสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง เจี๊ยบรีบไปรับ ทิ้งท้ายด้วยคำพูดติดปากที่เพิ่งสร้างเองสด ๆ “หอเราเรื่องใหญ่มีได้ทุกสัปดาห์!” ทุกคนตะโกน “เย้!”
เสียงฝนโปรยปรายอีกรอบ จบด้วยกล้องส่ายผ่านห้อง 204 ที่ยังระเกะระกะเหมือนเดิม แต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมิตรภาพที่แปลกแต่จริง…