จังหวะใจเรายังตรงกันไหม
เครื่องชงกาแฟของคลื่นวิทยุลั่นเสียงกลไกดังกึกก้องในเช้าวันจันทร์ ข้าวหอมใส่ชุดเชิ้ตสีขาวลายเส้นมัดผมหางม้า สะพายเป้ลายเรียบเดินเข้ามาในครัวเล็ก ๆ ยืนนิ่งอยู่หน้ากาแฟที่ยังชงไม่เสร็จ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไฟล์พรีเซนด์อยู่ไหนครับ?” เสียงทุ้มของผู้ชายดังขึ้นจากประตู ข้าวหอมตกใจหันกลับไปเห็นอธิยืนเท้าประตู สายตาเฉียบคม เขาไม่ได้หล่อเข้าตาแต่มีพลังบางอย่างที่ทำให้ใคร ๆ ยอมเงียบ
“สวัสดีค่ะ… เอ่อ คุณอธิใช่ไหมคะ?” ข้าวหอมกดปุ่มปิดเสียงกาแฟ “ไฟล์อยู่ในอีเมลค่ะ ส่งไปเมื่อเช้าแล้ว”
อธิพยักหน้ารับแบบไม่ยิ้ม ไขว้แขนมองเธอตลอด “ช่วยเช็กด้วยนะครับ เพราะตั้งแต่เข้าบริษัทนี้มา ผมยังไม่เห็นใครส่งงานตรงเวลาเลย”
ข้าวหอมชะงัก ดึงกระเป๋าเป้ออก “ถ้าติดขาดอะไรก็บอกได้เลยค่ะ”
เขาแค่พยักหน้าอีกที เดินผ่านเธอไปอย่างไม่ใยดี เครื่องชงกาแฟดับพอดี ข้าวหอมฟุบถอนใจ “ทำไมต้องเจอคนแบบนี้แต่เช้าด้วยนะ…”
ห้องประชุมวุ่นวาย ผู้จัดรายการพูดคุยกันจ๊อกแจ๊ก ข้าวหอมลอบมองอธินั่งโต๊ะอีกด้าน มือจับปากกาหมุนเล่น ดูเหมือนตั้งใจฟังแต่ก็เหมือนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“ข้าวหอม จะโชว์อะไร?” พี่ขวัญ โปรดิวเซอร์สาวยิ้มนวลถามเสียงดัง
ข้าวหอมรีบลุกขึ้น “ค่ะ… ฉันออกแบบโลโก้ใหม่กับธีมสีรายการ ‘MIDNIGHT CALL’ ใช้สื่อถึงความเหงาและเสียงจริงจากคนฟัง…”
เสียงอธิแทรกขึ้น “มันเหงาเกินไปไหมครับ? คนฟังอยากได้แค่ความเศร้าเหรอ”
ข้าวหอมกลืนน้ำลาย “มันเป็นความอบอุ่นแบบเหงา ๆ ฟังง่าย สบาย…”
อธิยังนิ่ง “เราอยากให้เขารู้สึกอยู่คนเดียวแต่ไม่ว่างเปล่าใช่ไหม ลองปรับตรงนี้อีกนิดมั้ย?”
บรรยากาศในห้องประชุมแน่นขนัดด้วยความเงียบ ข้าวหอมพยักหน้าช้า ๆ “ได้ค่ะ…”
หลังเลิกประชุม ข้าวหอมยืนคนเดียวตรงมุมโต๊ะ อธิเดินมาหา หยุดนิ่งเล็กน้อยเหมือนจะพูดแต่ก็เงียบ
“มีอะไรคะ?”
เขาสบตา “ขอโทษที่เมื่อกี้พูดแรงไป”
ข้าวหอมทำเสียงเบา “เข้าใจค่ะ งานมันต้องละเอียด”
เขาก้มหลบตา “คุณทำได้ดีนะ แค่อยากให้ดีกว่านี้” พูดจบ อธิก็เดินจากไป ทิ้งความหวั่นไหวประหลาดไว้ในใจข้าวหอม
วันต่อมา ฝนตกหนัก ข้าวหอมวิ่งมาถึงหน้าคลื่นวิทยุ เปียกโชกแทบทั้งตัว อธินั่งจัดรายการอยู่หลังห้องกระจก เพื่อนร่วมงานเหลือบมองเธอ ข้าวหอมหัวเราะอย่างเขิน ๆ แล้วรีบวิ่งไปห้องน้ำ
เสียงเพลงจากห้องจัดรายการยังดัง ขณะข้าวหอมเปลี่ยนเสื้อในห้องน้ำ เสียงโทรศัพท์มือถือสั่น น้องสาวโทรมาบ่นเรื่องเงินค่าเทอมอีกแล้ว เธอมองธนาคารออนไลน์ที่แทบไม่มีเงินเหลือ ใจตกวูบอีกครา
ออกมาจากห้องน้ำ อธิมองมาทางเธอด้วยสายตาเป็นห่วงหนึ่งวินาที ก่อนจะรีบเบนมองคอมพิวเตอร์
“คุณ…โอเคไหม?”
ข้าวหอมเก็บความเหนื่อยใจ “แค่ฝนตกค่ะ เปียกนิดเดียว”
“ถ้าลำบากอะไรบอกได้นะ คุณไม่ต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้” อธิเอ่ยเสียงแผ่ว
สายตาที่ส่งมาก่อรอยขยุกขยิกในอก เธอเลือกหัวเราะกลบเกลื่อน “ฉันไม่เก่งหรอกค่ะ พยายามเฉย ๆ”
การทำงานร่วมกันเริ่มเปลี่ยนไป วันหนึ่งข้าวหอมวาด Storyboard สำหรับโฆษณารายการมาให้อธิดู เขาเลื่อนลายเส้นแต่ละหน้า หลายวินาทีกระชับความเงียบเข้ามา
“ถ้าสีไม่ถูกใจคุณเปลี่ยนได้เลยค่ะ”
อธิมองเธอนานกว่าปกติ “มัน… ดีแล้วล่ะ คุณเข้าใจผู้ฟังดี”
เธอมองเขายิ้มจาง ๆ “คุณไม่ชอบรอยยิ้มแบบนี้หรอคะ?”
เขาอ้ำอึ้ง “รอยยิ้มคุณ… ทำให้ผมคิดถึงบ้านเก่า”
ความเงียบขึงตึงท่ามกลางเสียงฝนจากกระจกด้านนอก
ข้าวหอมไม่กล้าถามต่อ เธอรู้ว่าคนเราแบกอดีตไว้กันทั้งนั้น
หลังเลิกงาน อธิเก็บของช้ากว่าปกติ สายฝนซาไปแล้ว ข้าวหอมยืนรอตรงประตู เขาเดินมาข้าง ๆ หยุด แล้วพูดแบบไม่สบตา
“คุณ… เคยรู้สึกว่าต่อให้พยายามเท่าไหร่ อะไรก็ไม่พอไหม”
ข้าวหอมยิ้มเศร้า “ทุกวันค่ะ บางทีฉันยังไม่กล้ามองหน้าตัวเอง”
ทั้งสองเงียบ รู้ดีว่านั่นเป็นการยอมรับความหมายบางอย่างร่วมกัน
วันหนึ่ง ทีมมี Outing ที่ชายทะเล ทุกคนสนุกแต่อธิไม่ร่วมวง ข้าวหอมหัวเราะกับเพื่อนผู้หญิง กระทั่งถูกพี่ขวัญถาม
“เห็นคุณอธีมองคุณหลายครั้งแล้ว เขาเป็นอะไรกับคุณหรือเปล่า?”
ข้าวหอมทำท่าแปลกใจ “เปล่าค่ะ เขาก็นายจ้างฉัน…”
“แน่ใจเหรอ? เขาไม่ค่อยเปิดใจกับใครเลยนะ”
คำพูดนั้นติดอยู่ในใจเย็นยาว เธอเดินไปหาอธิที่นั่งริมทะเล
“ทำไมไม่ร่วมวงคะ?” เธอถาม
เขาทำหน้าเหนื่อย “ไม่เก่งเรื่องสนุกหมู่คณะ”
เงียบอยู่ครู่ ข้าวหอมตัดใจ “คุณเคยมีใครเข้าใจคุณบ้างไหมคะ?”
เขาปิดตา ยิ้มจาง “มี อยู่ไกลมากแล้ว”
ลมทะเลพัดผมข้าวหอมกระจาย เธอกัดปากลังเลเหมือนอยากถามต่อแต่ก็ไม่กล้า
เย็นวันนั้น อธิส่งข้อความมาหาเธอ
“ขอโทษนะ ที่บางทีพูดแรง”
ข้าวหอมตอบ “ฉันเข้าใจค่ะ คุณแค่จริงจังกับงาน”
เขาตอบเพียง “ขอบคุณที่เข้าใจ” แล้วเงียบไปยาวนาน
วันต่อมา งานของทีมเผชิญวิกฤติ ผู้บริหารแจ้งข่าวว่ารายการอาจถูกถอดถ้าเรทติ้งไม่ดีขึ้น อธิเงียบเหมือนเดิมแต่ดูใจลอยเป็นพิเศษ
ข้าวหอมหอบกระดาษ Storyboard เดินเข้าไปในห้องเขา
“คุณ…กลัวบ้างไหมคะ?”
“กลัวครับ… กลัวล้มเหลว กลัวทุกอย่างที่เคยพังกลับมาอีก”
“ฉันก็กลัว กลัวจะไม่เหลืออะไร กลัวจะเป็นเหมือนอดีต” เธอพูดเสียงเบา
อธิถอนใจมองออกไปนอกหน้าต่าง “ถ้าเราทำเต็มที่ พังอีกก็ให้มันรู้ไป”
ความเข้าใจบางอย่างตกตะกอนระหว่างทั้งคู่ เธอยื่น Storyboard ให้เขา
“ลองเปลี่ยนคอนเซ็ปต์มั้ยคะ… ไม่ใช่แค่คืนเหงา เป็นคืนที่มีเรื่องเล่า เรื่องคน ตัวตนจริง”
เขามองเธอนิ่ง แล้วพยักหน้าช้า ๆ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มมุมปาก
ทีมเริ่มโหมงานหนักขึ้นช่วงนั้น ข้าวหอมติดอยู่ที่ออฟฟิศดึก ๆ ทุกคืน อธิลงมาช่วยเธอจัดไฟล์ เธอเหนื่อยจนเกือบจะร้องไห้
“คุณ… อย่าท้อได้ไหม?” เสียงอธิอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
“ฉันพยายาม…” น้ำตาเริ่มคลอ “บางทีฉันหมดแรงแต่ต้องเก็บไว้”
อธินั่งลงข้าง ๆ มือจับแขนเธอเบา ๆ “ถ้าเหนื่อยก็พักนะ ไม่ต้องเก่งเพื่อใคร”
ข้าวหอมเงียบ ไม่กล้ามองตาเขา แต่ความอ่อนโยนนั้นฝังกายใจไว้แล้ว
ค่ำคืนหนึ่ง รายการทดลองออกอากาศรูปแบบใหม่ครั้งแรก คนฟังโทรเข้ามาถาม “คืนนี้พี่อธิโดนบังคับเปลี่ยนหรือเปล่า?”
อธิหัวเราะในรายการ “ผมแค่ได้เจอไอเดียใหม่ ๆ ครับ บางครั้งการเปลี่ยนแปลงน่ากลัว แต่ผมเชื่อว่าทุกคนก็ไม่อยากอยู่กับที่”
ข้าวหอมนั่งฟังผ่านกระจกยิ้ม หัวใจขยับขึ้นมาช้า ๆ อย่างห้ามไม่ได้
งานเริ่มเข้าที่ รายการได้เสียงตอบรับดีขึ้น แต่จู่ ๆ ข่าวใหญ่ก็มาเยือน แฟนเก่าอธิกลับมาทำงานในบริษัทเดียวกัน เธอถูกวางเป็นผู้จัดการโครงการใหม่ ข้าวหอมรู้สึกคล้ายถูกตัดขาดอย่างแผ่วเบา
ช่วงเวลานั้น อธิดูเงียบกว่าปกติ เจอข้าวหอมก็พูดน้อยลง
“เรา… ไม่ได้คุยกันแบบเมื่อก่อน” เธอกระซิบในห้องเก็บอุปกรณ์
“ขอโทษ… ผมสับสน” เขาจ้องตา “ผู้ชายแบบผม… แบกอดีตไว้เยอะเกินไป”
“ใคร ๆ ก็มีอดีตค่ะ” ข้าวหอมเงียบ ปล่อยให้น้ำหนักคำอยู่ในห้อง
วันต่อมา ข้าวหอมลาพักงานไปเลี้ยงน้องสาวที่ป่วยหนัก อธิส่งข้อความถามก็ไม่ตอบ เขาเดินไปที่สวนข้างออฟฟิศ เอามือแนบหน้าผาก
“เรายังใจตรงกันอยู่ไหม…” เขาพึมพำ
เมื่อข้าวหอมกลับมา เธอเห็นอธิคุยกับแฟนเก่าอย่างเคร่งเครียด เขาเห็นเธอก็รีบเดินหนี
คืนนั้น เธอนับเงินจ่ายค่ารักษาน้อง นั่งเครียดอยู่ลำพัง น้ำตาก็ร่วงในความเงียบ
เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น ข้าวหอมตกใจ อธิยืนอยู่หน้าประตู สายตาห่วงใยปนสับสน
“ผมเป็นห่วงคุณ” เขากระซิบ
“แต่อดีตคุณ… ฉันกลัว” ข้าวหอมเสียงสั่น
“ผมไม่ได้รักใครในอดีตอีกแล้ว” เขาลังเล “แต่ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมจะไม่บังคับ”
ข้าวหอมหลบตา น้ำตาไหลอีกครั้ง “ฉันแค่… ไม่อยากผิดหวังอีก”
อธิก้มศีรษะ “ผมก็กลัวเหมือนกัน”
คืนต่อมา ข้าวหอมเห็นแฟนเก่าอธิเดินเข้ามาคุยเธอในห้องน้ำหญิง
“เขาเป็นคนไม่เคยเลือกใครเลย รู้ใช่ไหม?”
ข้าวหอมหน้าชา “ฉันไม่รู้จักเขาดีพอจะตัดสิน”
“ถ้ารักเขาจริง ต้องเข้าใจอดีตเขาด้วย” เธอเอ่ยก่อนเดินจากไป
ข้าวหอมมองตัวเองในกระจก สบตากับหญิงสาวที่เจ็บปวดและสับสนที่สุดในชีวิต
หลังเลิกงาน อธิพูดขึ้น “ผม…จะลาออก”
ข้าวหอมหน้ามืดวูบ “ทำไมคะ?”
“ผมรู้สึกว่าผมทำให้ทุกคนลำบาก ผมเดินหน้าต่อไม่ได้กับเรื่องอดีต”
เธออยากจะรั้ง แต่ก็ดึงเขาไว้ไม่ได้
ค่ำวันสุดท้ายก่อนอธิลาออก เขาเดินเข้ามาหยุดที่หน้าออฟฟิศ จ้องเธอด้วยแววตาว่างเปล่า
“ถ้าวันหนึ่งคุณให้อภัยอดีตตัวเองได้ ผมจะอยู่ข้าง ๆ”
ข้าวหอมยิ้มทั้งน้ำตา “แล้วคุณล่ะ ให้อภัยตัวเองได้หรือยัง?”
เขาส่ายหน้า “ยัง… แต่จะพยายาม”
เวลาผ่านไปหลายเดือน ข้าวหอมมุ่งมั่นกับงานและการดูแลน้อง อธิเปิดรายการวิทยุออนไลน์ของตัวเอง เสียงของเขาอบอุ่นและจริงใจมากขึ้น เธอฟังไร้เหตุผลในทุกคืน
วันหนึ่ง อธิส่งข้อความมา “คิดถึงนะ” เพียงประโยคเดียว
ข้าวหอมหัวเราะออกมา น้ำตาคลอ
เดือนถัดมา เขากลับมาที่คลื่นในฐานะแขกรับเชิญอีกรายการ บังเอิญเดินสวนกันกลางโถง
“คิดถึงไหม?” เขาถามแบบขี้เล่นขึ้นนิดหน่อย
ข้าวหอมพยักหน้า ยิ้มอาย “คิดถึงค่ะ”
เขายิ้มกว้างอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
“เราลองทำให้ใจเราตรงกันสักทีดีไหม?”
ข้าวหอมเบิกตากว้าง สีหน้าเหมือนลังเลแต่ก็ยิ้มในที่สุด “ขอลองดูสักครั้ง… ถึงจะยังกลัว แต่ก็พร้อมแล้ว”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ของทั้งสองก้องในโถงที่พลุกพล่าน ในที่สุดใจที่เคยหวาดกลัวก็ได้เรียนรู้ที่จะเติบโต… ไปพร้อมกัน