เธอคือฤดูฝนของฉัน
เสียงฝนตกแรกของฤดูเปียกแผ่วเบาบนหลังคาตึกเรียน รินนั่งอยู่ข้างหน้าต่างห้องประชุมเล็ก ๆ ชั้นสี่ มองหยดน้ำเกาะกระจกอย่างเหม่อลอย ขณะที่เพื่อน ๆ ในกลุ่มเตรียมงานประกวดโครงการอาสาเสียงจ้อพลุกพล่าน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ริน จะแชร์ไฟล์หรือยัง?” เสียงเพื่อนถาม รินสะดุ้งเล็กน้อย มือรีบยื่นแฟลชไดรฟ์ให้กับฟ้า ก่อนจะชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันหญิงสาวผมสั้น ใส่เสื้อช็อปวิศวะเดินกระแทกประตูเข้ามาอย่างหัวเสีย เสียงโหวกเหวกของเธอดึงสายตาทุกคนในห้อง “ขอที่เสียบปลั๊กหน่อย มีมั้ย?” ทุกคนรวมถึงรินเงียบสนิท
ฟ้าชี้ไปใต้โต๊ะ “ตรงนี้ค่ะ”
หญิงสาวคนนั้นกลิ้งสายไฟลงตรงเท้ารินพอดี รินก้มเก็บให้เงียบ ๆ ยังไม่กล้ามองหน้า “ขอบคุณนะ” เธอพูดเบา ๆ ทั้งที่ปากดูจะหยิ่ง ๆ
เพื่อนกระซิบกับริน “นี่ ‘พาย’ วิศวะปีสาม เพิ่งมาเป็นปีแรกในโครงการนี้ สายว้ากห้าว ๆ หน่อย” รินพยักหน้า รู้สึกหน่วงใจแต่ก็อยากรู้จักมากกว่านี้
เมื่อประชุมเริ่ม รินต้องจับคู่กับพายแบบจำใจ ทำงานค่อนข้างฝืด ๆ เพราะพายไม่พูดอะไรเลยนอกจากเสียงถอนหายใจ หรือติในสิ่งที่รินเขียน
“ถามหน่อย ทำไมโปรเจคนี้ต้องใส่กิจกรรมเยอะขนาดนี้วะ?” พายถามเสียงแข็ง รินหันมองนิ่ง คิดหาคำตอบ
“เอ่อ…เพราะเราคิดว่า ถ้าคนได้ลงมือทำจริงมันจะเข้าใจง่ายขึ้นมั้ง” เสียงรินเบามาก
“เข้าใจแบบที่ต้องโชว์หน้าเหรอ?” พายหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงเหน็บแนม รินคอตกลง งึก ๆ มองหนังสือในมือ
“ขอโทษนะ เรา…พูดแรงไป” พายหยุด เงียบไปพักใหญ่ “แค่เบื่อเวลาต้องทำอะไรที่ไม่ถนัดอะ” พูดจบก็ลุกเดินออกไปหน้าห้อง ทิ้งให้รินกับความรู้สึกประหลาดใจ
หลังประชุม ทุกคนรีบวิ่งออกจากตึกเพราะฝนตกหนัก รินยืนลังเลกลัวเปียก พายหยุดเดินแล้วหันมาหา “จะรอให้ฝนหยุด หรือจะไปด้วยกัน?” รินยิ้มเก้ ๆ กัง ๆ ส่ายหน้า “เรา…เราไปพร้อมกันก็ได้”
ทั้งสองเดินเรียงกันใต้ร่มผืนเล็กของพาย ฝนโปรย ทำให้ต้องเดินชิดกันโดยไม่รู้ตัว รินเดินเก้ๆกังๆ ร่มเอนไปซ้ายทีขวาที ทำให้พายต้องจับข้อมือเขาไว้ “ร่มมันไม่ได้มีไว้ให้บิน ถ้ากลัวเปียกก็เดินดี ๆ” รินหัวเราะเขินเบา ๆ มีบางอย่างในน้ำเสียงของพายทำให้เขากล้าหัวเราะในสิ่งที่ตัวเองพลาด
พายช่วยส่งรินถึงหน้าตึกครุศาสตร์พอดี เธอหยุดมองฝนสาดลงถนน “เมื่อก่อนเราชอบฝนมาก แต่เดี๋ยวนี้ขี้เกียจลุยน้ำเปียก ๆ แค่คิดก็เซ็ง”
รินบีบมือในกระเป๋า “เราชอบฟังเสียงฝนนะ มันทำให้รู้สึก… อุ่นดี”
พายเหลือบมองดวงตารินสักพัก ก่อนยกยิ้มมุมปาก “แปลกดีเนอะ”
ช่วงสัปดาห์ต่อมาโปรเจคยังไม่คืบ หนึ่งในเหตุผลคือรินกับพายแทบไม่คุยกัน รินเองอยากเข้าใกล้มากกว่านี้แต่พายชอบหายไปดื้อ ๆ หลังประชุม วันหนึ่งระหว่างที่ฝนเทกระหน่ำกลางเมือง รินมาเจอพายบนม้านั่งในศาลาเล็ก ๆ ข้างสนามบอล
“ทำไมไม่กลับห้อง?” รินถาม เสียงเบา
“ไม่อยากเจอคนวุ่นวายอะ…บางทีอยู่คนเดียวมันก็โอเค”
รินนั่งข้าง ๆ พยายามกลั้นใจ “เรา…ก็ชอบอยู่เงียบ ๆ” มีเพียงเสียงฝนกับลมหายใจนิ่ง ๆ
พายคลี่ยิ้ม “ริน กลัวคนใช่ป่ะ?”
“มันก็ไม่ใช่” รินเลยหลบตา “เราแค่…พูดไม่เก่ง”
“แต่เวลาพูดงานนี่พูดละเอียดดีนะ” พายหันมามอง รินหันไปสบตา หัวใจเต้นแว่ว ๆ “คนอื่นบอกว่าพออยู่กับเราแล้วเหมือนอยู่กับหมาเชื่อง ๆ แหละ”
พายหลุดหัวเราะ เสียงหัวเราะของเธอทำให้อากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นทันที
จากวันนั้นทั้งคู่มีช่วงคุยกันมากขึ้น บางอย่างระหว่างรินกับพายค่อย ๆ เปลี่ยน รินเริ่มมองเห็นรอยร้าวบางอย่างในท่าทางกร้าว ๆ ของพาย เธอมักเงียบไปเมื่อพูดถึงครอบครัวหรือพูดเรื่องอนาคต “ไม่ต้องคิดไกลหรอก ทำวันนี้ให้รอดก่อน” เธอมักบอก
คืนหนึ่งหลังซ้อมนำเสนองานจนค่ำ พายชวนรินไปกินข้าวต้มริมถนน รินลังเลเพราะไม่คุ้นเคยกับบรรยากาศนั้นแต่ก็ตอบตกลง “นี่กินเผ็ดได้มั้ย?” พายถามพลางตักพริกใส่ชามรินจนแดงเถือก รินอึกอักแต่ไม่ปฏิเสธ สุดท้ายจามไม่หยุดจนพายต้องลุกไปซื้อน้ำเย็นให้ “ดื้อเป็นหมาเลย จริง ๆ” เธอพูดพร้อมยิ้มบาง ๆ ในดวงตา
ช่วงเวลาเล็ก ๆ เสียงหัวเราะ พลั้งเผลอ ชายตามอง พายเริ่มส่งข้อความหากันมากขึ้น ไม่ใช่เพื่อคุยงาน แต่เป็นคำถามฟุ่มเฟือยอย่าง “วันนี้ฟังเพลงอะไร” หรือ “ฝนตกมะ?” รินได้แต่ยิ้มมุมปากกับหน้าจอโทรศัพท์
มีอยู่คืนหนึ่ง ขณะรินนั่งอ่านหนังสืออยู่ห้อง เพื่อนร่วมแฟลตถามขึ้น “นายชอบพายนะดิ” รินเขิน ฉีกยิ้มกลบเกลื่อน “เปล่าสักหน่อย”
อีกวันรินเจอพายตึงเครียดผิดปกติ เธอแค่ทักทายแล้วรีบเดินผ่านไป รินใจไม่ดีแต่ลังเลจะถามเพราะกลัวล้ำเส้น จนกระทั่งได้ยินเพื่อนวิศวะนินทาว่า พายกับแฟนเก่าทะเลาะกันหนัก คืนนี้แฟนเก่าตามมาดักถึงหน้าแฟลต รินลังเลอย่างหนักว่าจะยุ่งดีไหม สุดท้ายเขาถามพายตรง ๆ ขณะเก็บงานตอนเย็น
“พาย…โอเคมั้ย?” เงียบ มีเพียงเสียงลมแกว่งของพัดลมในห้อง
พายกัดปาก “มีคนเก่ากลับมาวุ่นวาย…มันทำให้เรารู้สึกไม่โอเคนะ”
รินอยากพูดอะไรสักอย่างแต่กลัวพูดผิด พายเลยหัวเราะจืด ๆ “ช่างมัน เดี๋ยวมันก็ไป เราโอเคแค่มีคนคุยงานด้วยง่าย ๆ แบบริน”
รินเงียบไปนาน แล้วพูดเบา ๆ “เรา…อยากเป็นมากกว่าแค่คู่โปรเจคก็ได้”
พายชะงัก นิ่งไปกว่าปกติ ก่อนพูดบ่ายเบี่ยง “อย่าเลย งานยังไม่เสร็จเลยนะ” แล้วเดินเลี่ยงไป ทิ้งรินกับหัวใจเจ็บหนึบที่กล้าวางออกไปเกินกว่าขอบเขตปกติของตัวเอง
หลังจากนั้นพายจงใจเว้นระยะห่าง รินพยายามเป็นปกติแต่ก็เสียศูนย์ งานกลุ่มเริ่มติดขัดเพราะคนสองคนไม่คุยกันอีกต่อไป ฟ้าเพื่อนสนิทเตือนริน “ขืนแบบนี้โปรเจคไม่จบแน่ นายโอเคเหรอ?”
“ไม่โอเค…แต่ไม่รู้จะทำยังไง” รินกุมหัว เอ่ยเสียงแหบ
ฝั่งพายเองก็ซึมไปในกลุ่มวิศวะ เพื่อนๆต่างสงสัย กลางดึกวันหนึ่งพายเดินฝ่าสายฝนกลับแฟลต ถึงหน้าประตูได้ยินเสียงข้อความสั้นๆจากริน ‘ขอโทษนะ ถ้าเราทำให้รู้สึกไม่ดี’ พายปิดจอโทรศัพท์ หยุดยืนนิ่ง ทิ้งให้น้ำฝนเปียกเสื้อตัวเองอย่างเฉยเมย
สองวันต่อมาเป็นวันนำเสนอโปรเจคใหญ่ พายมาถึงห้องประชุมก่อนเวลา เห็นโพสต์อิทข้อความจากรินติดโต๊ะ ‘ลองคิดใหม่อีกครั้งได้มั้ย’ พับกระดาษแนบกล่องลูกอมรสน้ำผึ้ง
ระหว่างนำเสนอ พายทำหน้าที่ตัวเองได้ดีแต่เงียบผิดปกติ เมื่อถึงช่วงตอบคำถาม สายตารินกับพายประสานกันชั่วขณะ เงียบเกินจะแปลความรู้สึกออกได้ แต่สายตานั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่ได้พูดออกมา
หลังจบกิจกรรม ทั้งสองเดินด้วยกันกลางฝนโปรยอีกครั้ง พายหยุดเดิน “เรื่องก่อนหน้านั้น…”
“เราเข้าใจ ถ้าพายยังไม่พร้อม เราจะถอย” รินพูดเสียงแผ่ว
พายเงียบอยู่นาน ลมหายใจสั้น เสียงลมปะทะฝนเบา ๆ “กลัวอะ กลัวเจ็บ กลัวซ้ำรอยเดิม”
รินหยุด รอยยิ้มละมุน “เรากลัวเหมือนกัน แต่มันไม่เป็นไรหรอก”
มีระยะห่างอึดอัด ทั้งสองเดินในฝนที่เย็นเฉียบจนมาถึงหน้าหอพัก รินยิ้มบาง “ถ้าพายเปลี่ยนใจ หรืออยากให้เราอยู่ข้าง ๆ แค่บอกก็พอ”
วันต่อมาท้องฟ้ายังมีเมฆเทา พายในห้องเรียนเงียบผิดปกติ เพื่อนด้านข้างถาม “นี่ไม่เจอรินเหรอ?” เธอส่ายหน้าแล้วขอโทษเสียงแผ่ว
ตอนเย็นรินได้รับข้อความจากพาย ‘ตอนนี้ยังกลัวอยู่ แต่เราว่าสองคนกลัวด้วยกันก็คงไม่แย่นัก’
คืนนั้นรินกับพายเดินใต้ร่มเล็กคันเดิมริมคลองมหาวิทยาลัย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าสิ่งนี้จะนำไปสู่การสมหวังหรือไม่ รินจึงเอ่ยแบบลังเลแต่จริงใจ “เรายังไม่เก่งเรื่องความรู้สึก แต่อยากลองไปด้วยกันเรื่อย ๆ”
พายยิ้ม แววตามีแสงใหม่ “โอเค…สักฤดูฝนหนึ่ง ลองดู”
ร่มสีฟ้าเดินลับกลางสายฝนที่เพิ่งเริ่มต้น ฤดูฝนรอบใหม่ของทั้งสองเพิ่งเริ่มเช่นกัน