บางแมวซอย 8: ภารกิจหอพักวุ่นวายกับคุณยายใจดี
เสียงกรี๊ดเบา ๆ ดังขึ้นจากทางเดินหอพักชั้นสองตอนหกโมงเย็น แพร นักศึกษาสาวสาขาภาษาไทย เจ้าของบุคลิกมั่นใจสุดขั้ว ถือถุงข้าวกระเพราหมูไข่ดาวเดินเข้าหลังสอบไฟนอล หล่อนชะงักเมื่อเห็นคุณยายกิม แม่บ้านประจำซอย กำลังวิ่งถือตะกร้าหวายร้องว่า “ลูกใครไม่รู้ทำแมวหลุด! จะโดนรถเหยียบ!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แพรเบิกตากว้าง “แมวอะไรยัยหลิน! อ้าว ไม่ใช่หลินเหรอ?”
“แมวของน้องในห้อง 205 มันวิ่งพรวดลงใต้ถุน! ใครก็ได้ ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว ขาเข่าเสื่อม!” ยายกิมส่งตะกร้าให้แพรอย่างไว แพรรับอย่างงง ๆ ก่อนจะหันไปสบตาแป้ง—เพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งเดินออกมาและอดเป็นห่วงไม่ได้
“แพร อย่าไปยุ่งเลย เดี๋ยวน้อง 205 มาว่าหรอก” แป้งเอ่ยเสียงเบา ขณะที่แพรยักไหล่ “ถ้าทำดี ใครจะว่าล่ะ!”
ข้างล่างเสียงเด็กปีหนึ่งตะโกน “จับมันไว้! มันหนีไปหลังตึกแล้ว!”
แพรคว้าตะกร้า วิ่งตาม กระเป๋าสะพายสั่นไปมา โวยวายกับแป้ง “ถ้าฉันจับแมวได้ ฉันวางใจเลยว่าวันนี้จะไม่มีเรื่องซวยอีก!”
แป้งรีบตามมา ไม่กล้าทิ้งเพื่อนมั่นเกินแต่ขี้เอาใหญ่
แมวสีส้มตาสองสีวิ่งเฉียดขาแพร มันเลี้ยวออกไปทางหลังตึก แพรส่งตะกร้าให้แป้ง ใช้มุกท่าสุดเท่ “ฉันขอสื่อสารกับมันเอง แกเชื่อฉัน!”
แป้งชายคิ้ว หน้านิ่ง “…แมวหรือคน?”
แพรกระซิบ “เจ้าเหมียว มานี่ ฉันแพร—องค์หญิงผู้ใจดี จะพากลับบ้าน แกอย่าดื้อ…”
เสียงสัญญาณเตือนถังขยะล้นดังขึ้น “ปี๊บ…ปี๊บ…” แมวพุ่งขึ้นไปนั่งบนถังนั้นแทน
แพรพ่นลมหายใจ “คือแบบ นี่มันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ”
เวลาเดียวกัน ลุงเปี๊ยก คนดูแลหอออกมาโวย “ใครมาวางกับดักแมวตรงนี้! เดี๋ยวแม่มันออกมารุมตบหรอก!”
แพรยืนงง “แล้วอันนี้ของใครอะ—เราแค่ตามหาแมว”
แป้งรีบอธิบาย “น้องห้อง 205 แมวมันหนีออกมา”
ลุงเปี๊ยกพยักหน้าช้า ๆ แล้วเดินไปคุยกับยายกิม บ่น “พวกเด็กสมัยนี้” ไปตลอดทาง
แพรหันมาจ้องหน้าแป้ง “เราแค่จับแมว แต่ทำไมเหมือนไม่เข้าใจใครเลยว่าใครเป็นเจ้าของ—แกเคยจับแมวมั้ย?”
แป้งถอนหายใจ “แมวมันไม่ใช่ปลาทูนะ”
เสียงฝรั่งจากห้อง 206 แทรกเข้าอีก “Umm… Is it cat for laundry room? My shirt hair full!”
แพรหันมางงอีก “แมวจะไปซักผ้าเหรอ?”
แป้งกลั้นหัวเราะ “เขาหมายถึงขนติดเสื้อ”
แพรวิ่งตามแมว ผ่านกลุ่มเพื่อนข้างห้อง เจ ชายร่างแคระ – รักสงบแต่สตังค์มีก็ซี้กับทุกวง “เฮ้ย! อย่าไปคว้ามันสิ เดี๋ยวโดนข่วน! เอาขนมยั่วมันก่อน”
แพรไม่ฟัง ขนมปังในมือก็ไม่มี สิ่งเดียวที่มีคือตะกร้า—ซึ่งลืมดูก้นตะกร้าว่ามีรู แมวหลบใต้ถังขยะอีกที แป้งหัวเราะกรุบ ๆ “แกรู้มั้ย ฉันว่ามันเกลียดแกมาก”
แพรไม่สนใจ สายตามุ่งมั่น “ฉันท้อไม่ได้! น้อง 205 จะร้องไห้ถ้าแมวหาย!”
เสียงแว่ว ๆ “ใครเอากุญแจรถกิมไป?!” แพรสังเกตว่าในตะกร้าแทนที่จะเป็นปลา มีแค่กุญแจเก่า ๆ หลายดอกกับถุงผ้าไหมของคุณยาย
“นี่มันอะไรกัน แป้ง ฉันควรจะช่วยแมวหรือหาของให้ยายหรือ?”
“แกเลือกซักอย่างก่อนได้มั้ย?”
ตั้งแต่ต้นจนถึงนี่ มีความยุ่งของซอยกระจายไปทั้งแถบ จู่ ๆ ฝนเริ่มตั้งเค้า เจแวบออกไปหลบที่ใต้ชายคา—ถามแบบกลัวเจอเรื่อง “ถามจริง ทำอะไรถึงวุ่นวายขนาดนี้วะเนี่ย?”
“ก็แค่จะจับแมวให้จบ”
ตลอดซอยเปลี่ยนเป็นเวทีวุ่นวาย คนออกมารอดู แมวกระโดดขึ้นหลังคา มองแพรด้วยแววตาเยาะเย้ยเล็ก ๆ
“แก อย่าแพ้มันนะ” แป้งแซว
แพรมองตาแมว “แกดูถูกฉัน!”
เสียงยายกิมมาจากล่างตึก “เจ้านายมันชื่ออะไร!”
“เอ่อ… แป้ง แกเคยถามเจ้าของมั้ย?”
“ก็ฉันนึกว่าแมวมันชื่อหลิน”
“ไม่ใช่! หลินคือคน ไม่ใช่แมว!” แป้งกับแพรสบตากัน อึ้งไปพักนึง ก่อนหันไปมองรอบตัวเหมือนพึ่งระลึกได้…
ฝ่ายหลิน—หญิงสาวปีสองเข้ามา หน้าตาเหมือนไม่ได้นอน “ขอโทษค่ะ มีใครเห็นสมุดโน้ตหนูบ้าง?… เอ๊ะ ทำไมทุกคนล้อมแมวกัน”
แพรหันไปคุยกับหลิน “น้อง แมวแกรึเปล่า?”
หลินส่ายหัว “เปล่าค่ะ หนูแพ้ขนแมว”
แป้งหน้าเหวอ “งั้นมันของใคร?”
แม่บ้านตึกข้าง ๆ ยื่นหน้าออกมาตะโกน “บ้านฉันก็หายแมวเหมือนกัน!”
จนสุดท้าย ฝนก็ตกหนักลงมา ทุกคนต้องหลบเข้าร่ม ยายกิมลนลานกลับเข้าไปข้างใน เจ อดไม่ได้จะบ่น “ไล่แมวหรือหาเลขหวย?”
แพรแอบขำ “…ทำไปทำมายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแมวตัวนี้เป็นของใคร”
เสียงดัง ผัวะ! แป้งสะดุดถังขยะล้ม จังหวะนี้เอง แมววิ่งมาเล่นกับเชือกในมือแป้ง ก่อนจะมุดเข้าตะกร้าเฉย ๆ! แพรตกใจ “โอ้โห นี่แกชอบอะไรไก่กาแบบนี้เหรอ”
ลุงเปี๊ยกเดินมาเห็นแมว “โอ้ย เจอแล้วเหรอ! นี่แมวหลานฉันเอง มันชื่อ ‘คัตเตอร์’”
ทุกคนอึ้ง…
แป้งส่ายหน้า “เราวุ่นกันเพื่อจะส่งแมวกลับให้ลุงเปี๊ยกเนี่ยนะ…”
เสียงยายกิมหัวเราะกะลิ้มกะเหลี่ย “เอ้า ได้บุญกันรึยังล่ะวันนี้!”
แพรถอนหายใจ กลั้นขำ “หนูซวยหรือบุญก็ไม่รู้ แต่วุ่นวายสมใจ”
“แล้วกุญแจนี่ของใครอีกอะ?” พอถามเสร็จ ยายกิมสะดุ้ง “ของยายเอง! ลืมไว้ในตะกร้า! รีบเอามานี่ ไปเปิดตู้เย็นซะก่อนน้ำแข็งละลาย!”
แป้งหันมามองแพร “ภารกิจจับแมว แถมวุ่นทีเดียวหลายแผงเลยมั้ยล่ะ”
แพรขยี้หัว “ถ้าเจอใครฝากซื้อของคืนนี้ ฉันจะรีบหนีเลย!” ทั้งกลุ่มหัวเราะไปพร้อมฝนซา เหมือนในซอยสว่างขึ้นนิดหนึ่ง
สายตาแพร มองไปที่เจ้าแมวคัตเตอร์—ผู้จุดชนวนความวุ่นวายครั้งนี้ ฝนหยุดตกพอดี คุณยายหัวเราะเสียงดัง ทุกคนแยกย้ายเข้าห้อง พร้อมเรื่องเล่าหอพักใหม่ที่ไม่มีใครอยากเชื่อว่าทั้งหมดเริ่มมาจาก ‘แมวไม่รู้ใครเป็นเจ้าของ’
แพรหันมายิ้มซน “คราวหน้า ถ้าแมวหลุดอีก ฉันพอแล้วนะ แต่แป้งต้องลุยเอง!”
แป้งยิ้ม “งั้นขอเป็นปลาทูแทน!”
คุณยายกิมยิ้มเอ็นดู “เอ้อ พวกหนู… วุ่นวายแบบนี้ ชีวิตยังดีที่ขำได้นะลูก”
ทุกเสียงหัวเราะดังกว่าเสียงฝนรอบสุดท้ายของเย็นวันนั้น