ระหว่างจังหวะของสายฝน
เสียงฝนพรำหนักกระทบกระจกหน้าต่างออฟฟิศ ณภัทรนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ริมฝีปากบางขบแน่นเหมือนกำลังไตร่ตรองประเด็นสำคัญในต้นร่างต้นฉบับที่ถืออยู่ แสงฟ้าผ่านหลอดไฟนีออนสลัวพาดข้ามใบหน้าขรึม เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะข้าง ๆ ดังขึ้น กลบสายลมที่หอบกลิ่นฝนมาเตะปลายจมูกเขา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“คุณณภัทรคะ …ขอผ่านต้นฉบับบทความให้พิจารณาค่ะ”
เกษรา วางเอกสารในมืออย่างประหม่า เสียงเธอเบานุ่มแต่แฝงความลังเล ราวกับไม่แน่ใจว่าตัวเองควรเข้ามาในโลกเงียบ ๆ ของผู้ชายคนนี้มากแค่ไหน
ณภัทรกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้า เขาพยักหน้าเชื่องช้าโดยไม่ละสายตาจากงาน เกษรามองมือของตัวเองที่เริ่มสั่น
“มีอะไรอยากพูดมั้ย” น้ำเสียงของณภัทรนุ่มแต่มีระยะห่าง
เกษรากลืนน้ำลาย เธอลังเล “คือ… ประโยคเปิดมันดูแข็งไปค่ะ จะปรับเสียงให้เบาลงดีมั้ยคะ”
เขาเงียบชั่วขณะ ก่อนจะส่งต้นฉบับคืนให้ “ลองอีกครั้ง” สีหน้าไม่อ่านง่าย
เกษรายิ้มบาง เธอสบตาเขาสั้น ๆ ก่อนจะเดินกลับ
ในมุมอื่น ๆ ของออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานซุบซิบเบา ๆ ราวกับกลัวจะปลุกกระแสลมฝนให้แรงขึ้น “คนใหม่เงียบจังเลย กลัวพี่ณภัทรรึเปล่า”
เวลาผ่านไป เกษรานั่งหน้าจอคอมฯ แก้ไขประโยคเดิมด้วยความพยายามมากกว่าปกติ สายฝนข้างนอกเริ่มเบาลง เธอมองออกไปอย่างเศร้าใจ นึกถึงอดีตที่ยังตามหลอกหลอน…
ในค่ำวันหนึ่ง หลังเลิกงาน ขณะเธอเดินไปที่ป้ายรถเมล์ สายฝนโปรยลงมาหนักเธอจึงรีบกางร่มที่เกือบขาด เธอลังเลก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดเบอร์แม่ แต่กลับระงับการเรียก ท่ามกลางเสียงฝน เธอถอนหายใจแผ่วเบา
“เกษรา” เสียงหนึ่งดังขึ้น ณภัทรยืนอยู่ใต้ร่มสีดำของเขา สีหน้าเขาไม่ได้ใส่ใจนักแต่เสียงอบอุ่นขึ้นนิด “ร่มคุณจะรับไหวรึ”
เธอส่ายหน้า “แต่คงต้องเดินเอาแหละค่ะ ชินแล้ว”
เขายื่นร่มให้เธอดื้อ ๆ “เอาไป”
“แล้วคุณล่ะคะ”
“ผมไม่กลัวฝน” เขาหันหลังเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ เกษรายืนมองหลังเขาอย่างอึ้ง ๆ ก่อนจะกัดฟันเอาร่มมาใช้ด้วยหัวใจที่รู้สึกแปลกกว่าทุกครั้ง
วันต่อมา ในห้องประชุมเล็ก ๆ เกษรานำเสนอบทความใหม่ เสียงเธอกระท่อนกระแท่น ใจเต้นรัว เธอบอก “หัวข้อเกี่ยวกับครอบครัวค่ะ…บางทีคนเราก็ไม่เหมาะจะพูดความจริงกับบ้านตัวเอง”
ณภัทรเหลือบมองแต่เงียบ มีเพียงสายตาเว้าวอนและเข้าใจบางอย่าง “แล้วคุณคิดว่าอะไรคือความจริงที่ควรพูด”
เกษรานิ่งไป เธอเม้มริมฝีปาก ก่อนจะตอบ “บางที…ความกลัวมันใหญ่กว่าความหวังค่ะ”
ทุกคนในห้องเงียบสนิท ประโยคสั้น ๆ ของเธอเหมือนจะเกี่ยวกับต้นร่าง แต่จริง ๆ คือเสียงสะท้อนในใจ
ในคืนนั้น เกษรายังนั่งอยู่ในออฟฟิศ เธอกำลังเขียนอีเมลถึงแม่ แต่หลังพิมพ์ประโยคแรกกลับลบทิ้ง สุดท้ายเธอนั่งเหม่อมองสายฝน ถึงบาดแผลคราวเก่า—คืนที่ครอบครัวเธอแตกสลาย เพราะความผิดหนึ่งซึ่งยังไม่อาจให้อภัยตัวเองได้
ณภัทรเห็นไฟโต๊ะของเธอยังเปิด เขากดโทรศัพท์ “ยังไม่กลับ?”
เกษราตกใจ “ขออีกหน่อยค่ะ จะปิดไฟให้หมดเอง”
“บนถนนคืนนี้มืดมาก” น้ำเสียงเรียบ ๆ ยังมีความห่วงซ่อน
เธอหลุดหัวเราะเบา ๆ “ดิฉันไม่กลัวมืด แต่…บางที กลัวเงาของตัวเองมากกว่า”
เขาเงียบอยู่นาน ก่อนจะพูดเสียงเบา “ถ้ากลัว ลองหันไปมองมันดี ๆ บ้าง”
เขาวางสายโดยไม่มีคำอธิบาย เกษราเงียบไปครู่หนึ่งแต่ก็ยิ้มบาง ๆ เพราะความอุ่นใจที่ไม่กล้าบอก
เช้าวันต่อมา เกษราส่งต้นฉบับที่แก้ไขแล้ว ณภัทรเปิดอ่าน สายตาเขาเปลี่ยนไปบางอย่างแฝงอยู่ในบท—ความซื่อสัตย์แบบเปราะบาง
เมื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ใกล้เข้ามา ออฟฟิศจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ทุกคนหยอกเย้า เกษราสวมเดรสสีฟ้าอ่อน ดวงตาเธอหม่นเศร้าในจังหวะที่ใคร ๆ หัวเราะ
“ไม่เต้นหน่อยเหรอ” ปฐวี เพื่อนร่วมงานชายถาม
“ไม่ถนัดค่ะ ขอบคุณนะ” เสียงเธอเบา
ณภัทรยืนอยู่เงียบ ๆ มองทุกอย่างคล้ายเป็นคนนอก
เมื่อเพลงช้าบรรเลงขึ้น เขาเดินเข้าไปใกล้เธอ “อยากเดินออกไปข้างนอกมั้ย”
เธอลังเลก่อนจะพยักหน้า ออกไปยืนใต้กันสาดหน้าตึก ทั้งสองสบตากันใต้แสงโคมไฟ
“ทุกคนดูมีความสุข ฉันกลับไม่อินเลย” เธอกระซิบเสียงเบา
“ความสุขของแต่ละคนไม่เท่ากัน” เขาตอบ “เวลาคุณเขียน คุณกล้าซื่อสัตย์กับตัวเองแค่ไหน”
“…บางครั้งก็ไม่กล้าเขียนทุกอย่าง” เธอยอมรับ
“ผมเองก็ไม่กล้ายอมรับทุกอย่างเหมือนกัน” เขาเงยหน้าสบตาเธอ
ฝนเริ่มโปรยเบา ๆ เธอมองขึ้น “ปีหน้าคงดีขึ้นมั้งคะ”
เขายิ้มบาง “ถ้าเรากล้ายอมรับสิ่งที่กลัว อะไรก็ดีขึ้นได้”
เวลาผ่านไป กลิ่นฝนคละคลุ้ง วันหนึ่งข่าวลือว่าออฟฟิศจะรีแบรนด์ บางตำแหน่งอาจถูกลอยแพ ทุกคนเครียด อารมณ์ตึง ณภัทรเองก็โดนกดดันจากฝ่ายบริหาร เขากลายเป็นคนขรึมกว่าเดิม เดินเข้าออกห้องประชุม แทบไม่พูดกับใคร
เกษราพยายามทำงานให้ดีที่สุดแต่เธอก็พลั้งพลาดบ่อยขึ้น อีเมลหนึ่งผิดที่อาจมีผลกระทบกับลูกค้าใหญ่ เธอรีบวิ่งไปขอโทษณภัทร สีหน้าเครียดจัด
“ขอโทษค่ะ ดิฉันผิดเอง ไม่รอบคอบ”
เขาชะงักอยู่พักหนึ่งก่อนเอ่ย “ถ้าคนเราดูแลอดีตไม่ได้ ลองโฟกัสปัจจุบันดู”
เกษราหยุดหายใจชั่วขณะ เธอกล้ำกลืนคำพูดบางอย่าง เธอถาม “คุณเคยเสียใจในสิ่งที่ทำมั้ย”
ณภัทรนิ่งไป มือเขากำใบเอกสารไว้แน่น “เคย และก็ยังเสียใจจนวันนี้”
เสียงฝนภายนอกกลายเป็นฉากประกอบ ความหนักอึ้งปกคลุมห้องทำงาน
ในวันหยุดยาว เกษราเลือกไม่กลับบ้าน เธอไปเดินเล่นใต้สายฝนที่สวนสาธารณะ เบนโทรศัพท์จากสายเรียกเข้าของแม่ เธอก้มหน้าน้ำตาคลอ เธอรู้ตัวว่าความกลัวการเป็นเหมือนอดีตยังคงตามหลอกหลอน
พอเปิดโทรศัพท์เจอข้อความหนึ่งจากณภัทร “ถ้าไม่อยากอยู่คนเดียว ผมว่าง”
เธอไม่ได้ตอบ แต่เลือกเดินต่อ พลางคิดถึงรอยยิ้มบางชายคนนั้น เธอหยุดมองท้องฟ้า ฝนเริ่มโปรยอีกครั้ง
ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ออฟฟิศประกาศโครงสร้างใหม่ เกษรารอดตำแหน่งแต่อาจไม่ได้ทำต้นฉบับ เธอรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบ
ณภัทรโดนโยกไปตำแหน่งใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับงานเขียน เขาเดินผ่านโต๊ะเกษรา หยุดอยู่ครู่หนึ่ง
“ผมว่าคุณยังอยากเขียนบทความ จะทำต่อไหม”
เธอฝืนยิ้ม “มันอาจจะไม่สำคัญสำหรับที่นี่แล้วค่ะ”
เขาเงียบ “แต่มันสำคัญกับใครคนหนึ่งแน่ ๆ”
เสียงฝนหนักขึ้นเรื่อย ๆ วันนั้นเกษราเก็บของช้า คิดทบทวนอดีต—ผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมองข้ามความฝันของตัวเองเพื่อใครบางคนจนพัง
หลังเลิกงานทั้งสองเดินออกจากตึกพร้อมกัน ครั้งนี้เธอเป็นฝ่ายยื่นร่มเขาให้ “อากาศเย็นจริงนะคะ”
เขารับร่มจากมือเธอ “ขอบคุณ”
ต่างฝ่ายต่างเงียบ เปลี่ยนมาเดินอ้อมสวนด้านหลัง เธอลังเลก่อนพูดว่า “ถ้าฉันกล้าพอ…อาจจะได้อยู่ตรงนี้นานกว่านี้”
เขาหยุดเดิน “ผมเองก็เคยคิดว่าควรอยู่ให้ไกลความผิดหวัง…แต่พอได้เจอคุณ ผมเริ่มอยากเสี่ยง”
สายฝนที่ตกปะทะลงทั่วบริเวณ ความรู้สึกอัดแน่นก่อตัวในความเงียบ
“เวลาคุณยิ้ม ผมรู้สึกว่าอดีตไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น”
เธอมองหน้าเขานิ่ง “ฉันเคยผิดกับบ้านตัวเอง ยังให้อภัยตัวเองไม่ได้”
“ผมก็เคยทำผิดกับคนที่รัก งานนี้ พ่อแม่…แต่เราเลือกอยู่กับสิ่งที่พอเปลี่ยนได้”
น้ำตาเกษราซึม เธอกลั้นใจถาม “แล้วถ้าฉันเลือกเดินออกไปตอนนี้…”
เขากลืนน้ำลาย สีหน้าสั่นไหว “ผมจะปล่อยคุณไป ถ้าคุณมั่นใจ…แต่หากลังเล ผมรอได้”
หลังช่วงห่าง หนึ่งเดือนผ่านไป เกษราย้ายไปสาขาต่างจังหวัด เธอส่งต้นฉบับไปให้ณภัทรอ่านเป็นระยะ วันหนึ่งจดหมายฉบับหนึ่งมาถึงเขา
“ดิฉันยังเขียนต่อ—แต่ยังกลัวอยู่บ้าง เพราะชีวิตมันไม่สมบูรณ์ และฉันเองก็ไม่เหมือนคนอื่น แต่ถ้าคุณยังอยากเป็นคนอ่านต่อ…ฉันก็อยากเขียนต่อไป”
ณภัทรอ่านข้อความแล้ววางไว้ มือกำเนิดสั่นเล็กน้อย แววตาเขาเปลี่ยนไป คราวนี้ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป
เย็นวันหนึ่งฝนตกหนัก ถนนว่างเปล่า แต่เขาเดินออกไปหน้าออฟฟิศ มองเมฆคลุ้มเหนือหัว หัวใจเหมือนจะยอมให้ตัวเองรู้สึกดีเสียที
สองเดือนต่อมา เกษรากลับมาที่กรุงเทพฯ เธอมาร่วมงานเปิดตัวนิตยสารใหม่ที่ณภัทรดูแล ช่วงนั่งใต้มุมหนึ่งของหอประชุม สายตาเขาประสานกับเธอบนฟลอร์อันว่างเปล่า
เขาเดินเข้ามาหาเธอช้า ๆ “ช่วงที่คุณหายไป ผมรู้ว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไป”
เธอถอนหายใจ “ฉันยังไม่เลิกกลัว…แต่เริ่มเชื่อว่าสำคัญกับใครบางคนได้เหมือนกัน”
ใต้เสียงฝนที่ซัดกระจกอาคาร ทั้งสองยิ้มให้กัน ต่างฝ่ายรับรู้ว่าความรู้สึกค่อย ๆ เติบโตจนแข็งแรงพอจะกลับมาเชื่อใจใครสักคนอีกครั้ง แม้จะยังไม่สมบูรณ์ แต่ความหวังเล็ก ๆ ก็คุกรุ่นในคืนที่สายฝนยังไม่หยุดตก