สายลมบางเบายามค่ำ
เสียงลมค่ำคืนแผ่วเบาพัดผ่านหน้าต่าง ห้อง 502 สว่างวาบด้วยแสงโคมไฟสีเหลืองอ่อน อันนา นั่งเหม่อมองสมุดโน้ตในมือ หัวใจเต้นแรง ทั้งที่อีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงวันประกวดวาดภาพประจำคณะ แต่แรงบันดาลใจของเธอกลับเหือดแห้ง เธอสูดลมหายใจยาว สูดกลิ่นฝนที่เพิ่งตกใหม่ ก่อนจะชะโงกหน้ามองลงไปยังลานหน้าหอพัก ต่อมุมสายตากับเงาคนที่กำลังเดินขึ้นบันได — ใครบางคนที่เธอไม่แน่ใจว่าอยากเจอหรือไม่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ใบพัด เด็กหนุ่มปีสามแห่งคณะวิศวกรรมโยธา กำลังเดินถือถุงพลาสติกเสียงก๊อบแก๊บขึ้นบันไดด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาตัวสูง ใบหน้าคม แต่วันนี้สายตาหลบเลี่ยงแสงไฟเป็นพิเศษ เขาไม่ใช่คนชอบเข้าสังคม หากแต่เสียงข้าวของเคลื่อนที่จากชั้นดาดฟ้าในยามหัวค่ำ มักทำให้เขาออกไปสำรวจ เหมือนครั้งนี้ที่เสียงฝนซ่าเบา ๆ กับแสงไฟริบหรี่ทำให้ใจคนเหงาคนนั้นตกกระไดพลอยโจนขึ้นมา
อันนาเดินขึ้นมาตามเสียงข้างบนชั้นดาดฟ้า ขาของเธอสั่นแบบไม่เต็มใจ เงียบงันในห้องลอยมาเป็นความว่างเปล่าที่หล่อนรับไม่ไหว เธอยกมือผลักประตูเหล็กดาดฟ้าออก ชะงักเมื่อเห็นใบพัดยืนเหม่อมองวิวเมือง เธอลังเลจะพูดหรือไม่พูด สุดท้ายได้แต่เดินหลบไปอีกฝั่ง หาเก้าอี้นั่งแล้วหลุบสายตาลง
เสียงฝนที่ตกซาเริ่มหายไป กลิ่นอากาศสดชื่น ใบพัดหยิบบุหรี่ขึ้นมา แต่ยังไม่จุด มองก้นฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยแสงไฟสลัวอันไกลโพ้น สักพักเขายื่นถุงขนมที่ถือมาออกไปทางอันนาโดยไม่หันหน้า
“เอามั้ย?”
อันนายังลังเล เธอกลัวความรู้สึกที่เงียบ ทว่าเธอยืดมือรับขนมแล้วซุกมือไว้ในกระโปรง บีบมันเบา ๆ ก่อนเอ่ยเบา ๆ
“ขอบคุณค่ะ…”
ไร้บทสนทนาต่อ เขารื้อหาอะไรบางอย่างในใจ อันนาค่อย ๆ แกะขนมออก ลังเลจะกิน ความเงียบระหว่างคนสองคนทะลักทลายด้วยเสียงลม ใบพัดดูดบุหรี่ ควันจางลอยแตะใบหน้าเขา ก่อนเขาจะพูดขึ้นทั้งที่ยังมองขอบฟ้า
“ไม่ชอบอยู่คนเดียวเหรอ”
อันนาหัน ขนมในมือเกือบหล่น เธอพูดแบบไม่แน่ใจ
“บางครั้งค่ะ… โดยเฉพาะวันที่มันวุ่น ๆ ในหัว…”
“แล้วคืนนี้วุ่นอะไร”
อันนาเงียบไปนาน ไม่กล้าตอบ เธอมองท้องฟ้าอึมครึม
“วาดรูปไม่ออกเลยค่ะ กลัวเสร็จไม่ทัน…”
ใกล้ ๆ เสียงขำแผ่ว ๆ ดัง ใบพัดเหลือบมามอง แววตาเย็นชาผสมละมุน
“ฉันก็ทำแบบจำลองไม่ผ่านอยู่เหมือนกัน” เขาพูดเรียบ ๆ “คนเรามีวันเฟลทั้งนั้นแหละ”
อันนาดูเหมือนจะยิ้มขึ้นนิด ๆ แล้วทั้งสองดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างในกันและกันแบบเงียบ ๆ
คืนถัดมา อันนามาดาดฟ้าอีก เจอใบพัดที่นั่งก้มดูหนังสืออ่านแบบ คนสองคนเริ่มสนิทขึ้นเล็กน้อย เธอนำปาท่องโก๋ติดมือมาฝาก เขาตอบรับด้วยการยกแก้วชาให้เธอ ทุกคำพูดติดขัดเต็มไปด้วยความเงียบที่สบายใจได้อย่างประหลาด
“ปาท่องโก๋นี่… เวลาร้อน ๆ เหมือนบ้านเลย”
ใบพัดยื่นมือรับ ยิ้มแบบไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก “ขอบใจ”
หลายครั้งต่อมา สองเงาคนบนดาดฟ้าคุยกันผ่านเรื่องเรียน เรื่องฝัน และเรื่องบ้าน อันนาเล่าถึงแม่ที่ไม่อยากให้วาดรูปเพราะกลัวอนาคตทางศิลปะไม่แน่นอน ใบพัดบอกว่าพ่อแม่หย่ากันตั้งแต่เขายังเด็ก ไม่ชอบพูดคำว่าสู้ ๆ เพราะมันดูปลอม ๆ
วันหนึ่ง ขณะที่พวกเขาปรับทุกข์ ใบพัดถามอย่างอ้อมแอ้ม
“ถ้าสอบติดจริง เธอจะไปต่อไหม”
อันนาอึ้งไป เธอเงียบ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
“ยังไม่กล้าคิด…” เธอตอบแผ่วเบา
สองคนหัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะนิ่งงัน ความฝันสองทางในใจทั้งคู่เงียบชัดขึ้นท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนนั้น
เทอมสุดท้ายเดินทางมาถึง อันนายุ่งกับกิจกรรมประกวด ใบพัดต้องเตรียมโปรเจกต์จบ ความห่างเริ่มเกิดขึ้นโดยไม่ต้องออกเสียง สายลมบนดาดฟ้าตอนค่ำกลายเป็นแค่ลมผ่าน อันนารู้สึกเหงา เสียงไลน์ที่เคยขึ้นข้อความคุยน้อยลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเงียบไปหลายวัน
คืนหนึ่ง อันนาตัดสินใจขึ้นดาดฟ้าอีกครั้ง แต่ใบพัดไม่อยู่ เธอหยิบสมุดวาดรูปออกมา ทบทวนภาพที่เคยวาดถึงเขา น้ำตาเธอหยดใส่กระดาษ
ฝนตกแรงในคืนเดียวกัน ใบพัดนั่งในห้องสมุด เฝ้ามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ๆ มือเขากำลังจะกดโทรหาอันนาแต่ลังเล สุดท้ายก็ไม่ได้โทร เขาเดินสวนสนามกลับหอพัก สายตาเผลอมองขึ้นดาดฟ้าที่มีไฟสลัว ๆ เขาลังเลจะขึ้นไป แต่กลับเดินผ่านไปเฉย ๆ
วันประกวด อันนาฝืนยิ้ม รอยยิ้มเธออ่อนแรง เมื่อเธอเห็นชื่อนามปากกาของตัวเองเขียนผิดบนใบป้าย เธอขอให้กรรมการแก้ไขแต่เขาเมิน เธอเหมือนเด็กหลงทางที่โดนสายตาตัดสิน ใบพัดซึ่งอยู่ห่าง ๆ มองอยู่แต่ไม่ได้เข้าไปหา เขาบีบขวดน้ำในมือแน่น รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่กล้าเข้าไปปลอบ
เวลาผ่านไป การพูดคุยของทั้งคู่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด กิจวัตรบนดาดฟ้าค่อย ๆ จางหาย อันนามัวแต่หมกตัวกับการวาดภาพ ใบพัดกับงานแบบจำลอง เขาพยายามลืมภาพรอยยิ้มของเธอที่เคยสดใส ทว่ากลับยิ่งคิดถึงมากขึ้นทุกวัน
ช่วงสอบปลายภาค อันนาไม่ได้ลงไปเจอดาดฟ้านานเกินไป เธอคิดถึงคืนที่เคยนั่งเงียบเป็นเพื่อนกับใบพัด เธอเปิดดูไลน์เก่า ๆ แม้ไม่มีข้อความใหม่ เกลี้ยงเหมือนใจเธอที่ว่างเปล่า
เช้าวันเปิดเทอมใหม่ ใบพัดได้ยินฝนตก เขาตัดสินใจเดินขึ้นดาดฟ้าอีกครั้ง ราวกับคำสัญญาที่ไม่เคยพูดไว้ เขาพบรอยน้ำตาแห้งบนม้านั่งและกระดาษที่เธอลืมไว้ ใบพัดนั่งลงอ่านข้อความสั้น ๆ ที่เธอเขียนไว้ว่า “อยากเก่งเพื่อใครสักคน แต่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้น” เขายิ้มเจื่อน ยกกระดาษขึ้นแนบอก
อันนาเจอใบพัดในลิฟต์โดยบังเอิญ หัวใจของทั้งสองเต้นแรงอย่างเงียบ ๆ ไม่กล้ามองตากันตรง ๆ ใบพัดพูดตะกุกตะกัก
“เมื่อคืน… ฝนตกแรงนะ”
อันนาก้มหน้า ยิ้มบาง ๆ “ค่ะ ฉันเลยไม่ได้ขึ้นดาดฟ้า”
เงียบเกิดขึ้นอึดใจ ใบพัดสูดลมหายใจลึก พูดเสียงเบา
“ฉัน…ขอโทษที่ไม่กล้าเข้าไปช่วยตอนวันประกวด”
อันนาชะงักไปเล็กน้อย เธอสบตาเขาเป็นครั้งแรกหลังจากหลายสัปดาห์
“ฉันก็ขอโทษ… ที่ชอบหายไปเวลาฉันรู้สึกแย่”
ทั้งสองยิ้มเศร้าๆ ต่อกัน มุมปากกระตุกคล้ายอยากจะพูดมากกว่านั้นแต่ไม่กล้า
หลังจากวันนั้น พวกเขากลับมาคุยกันมากขึ้น ความใกล้ชิดและบาดแผลในใจค่อย ๆ จางหายเหมือนฝนที่ซา วันหนึ่งใบพัดชวนอันนาไปเที่ยวงานศิลป์ริมแม่น้ำ ทั้งสองเดินจับมือกันด้วยความประหม่า ต่างคนต่างไม่พูดถึงอดีต แต่เลือกจะมองปัจจุบันและอนาคตข้างหน้าแทน
กลางสายลมยามค่ำ คำสารภาพเล็ก ๆ จากแววตา คือการบอกว่าการให้อภัยกันสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ หรือชัยชนะในการแข่งขันใด ๆ
ในคืนที่ลมบางเบาโอบล้อม ใครบางคนส่งข้อความผ่านไลน์สั้น ๆ “คืนนี้ขึ้นดาดฟ้ากันมั้ย” เสียงลมพัดพากลิ่นความหวังใหม่กลับมา — เหมือนทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้นอีกครั้ง