หอพักหมายเลข 48 สายป่วน ชวนสับสน
เสียงกริ่งของหอพักชายหมายเลข 48 ดังขึ้นอย่างแรงจนกระทั่งกรซึ่งนั่งจดบัญชีรายรับรายจ่ายในโน้ตบุ๊กสะดุ้งเฮือก เขาหันขวับ ก่อนจะเห็นอาร์ทเพื่อนสนิทสมัย ม.ปลาย โผล่หน้าเข้ามาทางบานประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“กร ของกินตู้เย็นแก…หายอีกแล้วปะวะ?” อาร์ทเสียงขุ่น มือถือข้าวกล่องที่เปิดฝาอยู่ในมือ ข้าวผัดหมูหายเกือบครึ่ง กลิ่นที่ลอยมาทำกรฉุนจี๊ดทันที
“อีกแล้วเหรอ! เอาจริงดิ!?” กรเด้งตัวขึ้น หยิบสมุดจดรายการของกินประจำสัปดาห์มาเปิดเช็กอย่างร้อนรน “เมื่อคืนยังอยู่ดีๆ เลย ทำไมมันหายอีกแล้ววะ?”
อาร์ทพยักหน้าหนักแน่น “ฉันว่า…มันต้องมีวายร้ายขโมยของกินในหอนี่แหละ รู้มั้ย ห้องข้างๆ ฉัน อิฐ มันบ่นเหมือนกัน!”
กรจับคางทบทวน “แต่ของฉันมักจะหายตอนช่วงตีหนึ่งถึงตีสี่ประจำเลย คิดว่าจะเป็นผี…แต่ฉันไม่กลัวผีนะ ฉันกลัวของกินหาย!”
อาร์ทถอนหายใจ “แกจะมาฮาอะไรอีก ทีนี้แกเอาจริงไหม จะตามจับมันมั้ย?”
กรเชิดหน้า “แน่นอน แต่นี่ฉันมีแผน! อาร์ท คืนนี้เราต้องตั้งเวรยาม ดูว่าคนร้ายมันเป็นใคร!”
คืนต่อมา ทั้งคู่ตั้งกล้องมือถือวางไว้ท้ายตู้เย็น อาร์ทสวมแว่นตาดำ กรสวมหมวกแล้วนอนแอบซุ่มหลังประตู ทั้งคู่แทบไม่กล้าหายใจ แต่เวลาล่วงผ่านเกือบตีสาม ไม่มีใครโผล่มาสักคน
กรกระซิบเบา ๆ “มันไม่มาว่ะ หรือวันนี้มันหยุดชั่วคราว?”
อาร์ทธงขาด “หรือแกปิดกล้องผิด?”
กรผลุบหยิบมือถือดู ปรากฏว่าอัดแต่เสียงตัวเองกลืนขนมทวิสต์ไปสามชิ้น “โอ๊ย กรอบเป็นบ้าเลย ไม่ได้ตั้งอัดภาพนิ!”
อาร์ทกลั้นหัวเราะ “เอางี้ ไปถามรปภ.หอดูดีกว่า เผื่อเขาเห็นอะไรบ้าง”
ช่วงสายของอีกวัน ทั้งสองเดินไปที่หน้าหอพัก เจอ ‘ลุงเดช’ รปภ. หัวล้าน ใส่เสื้อสะท้อนแสงกับหมวกตำรวจที่ไม่เข้าชุด
กรเดินเชิดเข้าไป “ลุงครับ ขอโทษนะครับ อยากสอบถามว่าเมื่อคืน…เห็นมีคนแปลกปลอมเข้าตึกไหมครับ? ของกินพวกผมหายบ่อยมากเลย”
ลุงเดชใบหน้าขรึม “เมื่อคืนเหรอ เอ้อ…เห็นแต่แมวเหมียวเดินวนๆ หน้าตึก กับเงาวูบหนึ่งแถวครัว ปกติก็มีแค่นั้นนะหลานเอ๊ย”
อาร์ทขมวดคิ้ว “แต่ของกินในตู้เย็นหอพักมันหาย! ผมเริ่มสงสัยว่าคนแถวนี้ต้องมีใครสักคนแอบเข้าครัวกลางคืน ไม่มีทางเป็นแมวแน่ ๆ ข้าวผัดหมูฉันใส่ไว้ในกล่องปิดมิดชิดเลย!”
ลุงเดชอมยิ้ม “หรือจะเป็นผีของกิน? พวกหนุ่ม ๆ หาอะไรแปลกใหม่กันทุกคืน”
กรส่ายหน้า “ผีมันคงไม่สนของกินมนุษย์หรอกครับ ผมว่าอาจจะเป็นคนใกล้ตัว…”
คืนนั้น กรเริ่มพยายามตัดชื่อผู้ต้องสงสัย ทีแรกเขาสงสัยนัทหนุ่มผอมขี้อายห้องตรงข้าม แต่พอไปสังเกตการณ์แอบแง้มประตูดู กลับเห็นนัทง่วนอยู่กับการประกอบหุ่นยนต์แล้วกินมาม่าต้มยำรสชาติแรงจนร้องไห้แทบตาย
อาร์ทเสนอแนวคิดแปลกใหม่ “หรือแกจะกลายเป็นละเมอมาเปิดตู้เองวะกร?”
กรแว้ดเสียงสูง “ไม่มีทาง! ฉันมั่นใจในสถิติชีวิตแก้ไขคนอื่นมาก่อน แต่ไม่เคยละเมอเลย!”
ทั้งสองเลยปรับแผนอีก ไปดักหน้าห้องครัว หวังจะจับมือใครดมได้จริง ๆ กรยังวางกับดักลึกลับเอาคาโบนาร่าใส่ขวดโหล ตั้งกล้องมือถืออีกรอบ ทิ้งโน้ตไว้ว่า “ของมีเจ้าของ อย่าหยิบ!” พร้อมวาดรูปกะโหลกขู่ไว้ด้านล่าง
ใกล้ตีสอง เสียงเท้าเบาๆ ดังหน้าห้อง ทั้งคู่พยายามหรี่ตาเงียบ อาร์ทเผลอหลับคาพื้น กรต้องปิดปากเพื่อนกันเสียงกรน
แต่จู่ๆ เสียงอะไรขูดกระเบื้องดังแกรก! กรลุกพรวดกะจะปะทะกับโจร กลับกลายเป็น ‘อิฐ’ จากห้องข้างๆ ถือถุงขนมมาตั้งใจทำความสะอาดครัวกลางคืน เผื่อความเงียบ แต่ในมือเขากลับถือกล่องอาหารชาวบ้านมาเรียงเพียบ
“เอ่อ…อิฐ ทำอะไรกลางดึก?” กรถามเสียงระแวง
อิฐหน้าเหลอหลา “มะ…มาเก็บขยะอ่ะพี่กร คือผมเป็นเวรหอ คืนนี้เลยทำงานแทนเพื่อน แต่ผมหยิบของใครไม่ได้เลยนะพี่ ข้าวกล่องนี่ของผมกับเพื่อน”
กรนิ่งคิดแล้วสงบใจไม่ลง “หรือฉันจะตกข่าว อิฐดูไม่มีพิรุธ”
ขณะที่ทุกคนสับสน กล้องมือถือที่ตั้งไว้กลับจับภาพใครสักคนเดินเข้าครัว พวกเขาวิ่งกลับไปรีบดูกล้องทันที ภาพบนจอแสดงแค่เงาดำรูปร่างคล้ายอ้วน ๆ และเดินขาเป๋นิดๆ
อาร์ทตื่นเต้น “เจอแล้ว! ดูลีลาการเดินสิ!”
กรซูมจอ ยังเดาไม่ออกว่าใครกันแน่ ทุกคนจึงนั่งเฝ้าทุกคืนต่อไป อีกสองคืนเหตุการณ์เหมือนเดิม คือเงาดำจะเดินเข้าไปหยิบอะไรบางอย่าง แล้วหายไปในเงามืด กรเริ่มหวาดระแวงทุกครั้งที่มีคนผ่านหน้าห้อง
จนกระทั่งคืนหนึ่ง เงาดำออกมาตอนสองคนกำลังซ่อนตัวอยู่ ปรากฏว่าคราวนี้กรตัดสินใจโผล่ออกไปเผชิญหน้าแบบลูกผู้ชาย!
“เฮ้ย! หยุดนะ!” กรตะโกน แต่เงาดำตกใจสะดุดกล่องคาโบนาร่า ร้องอุ๊ยแล้วล้มแผละลงกับพื้น กลายเป็น ‘เฮียเชษ’ รุ่นพี่ปีสามที่เดินขาเป๋ มือกุมท้อง
เฮียเชษหน้าแดงกล่ำ “ขอโทษว่ะกร คือฉันหิวดึกประจำ เพิงกลับจากร้านเกม แต่…ฉันหยิบไปเฉพาะข้าวปั้นในตู้รวมของหอทุกที ไม่ได้กินของใครสักคน! ของแกฉันไม่เคยแตะนะ!”
อาร์ทงึมงำ “แล้วของกินเราหายเพราะใครฟะ…”
เชษหอบแฮ่ก “บอกตามตรง ฉันสงสัยลุงเดชมากกว่า คืนก่อนเห็นแว้บ ๆ การเคลื่อนไหวทะแม่ง ๆ ได้กลิ่นกล้วยฉาบชัดเลย”
รุ่งเช้า กรกับอาร์ทเลยตัดสินใจแอบเดินตามลุงเดชตั้งแต่ตีห้า พบลุงกำลังนั่งกินข้าวเหนียวหน้าหอ แต่ของที่อยู่ในมือกลับเป็นกล่องข้าวผัดของอาร์ท!
อาร์ทโวยเสียงดัง “ลุง ลุงขโมยข้าวผัดหมูของผมไปจริง ๆ เหรอครับ!”
ลุงเดชหน้าเหวอ “ไม่ได้ขโมย เขาเย็นของเหลือจากตู้รวมเมื่อวาน ฉันเลยหยิบมาอุ่นกิน เดี๋ยว…นี่กล่องของแกจริงเหรอ? แค่เห็นไม่มีชื่อเลยคิดว่าปล่อยทิ้ง!”
กรพูดไม่ออก “ไม่ได้ติดชื่อเพราะกลัวคนอื่นลอกสูตร…”
อาร์ททึ้งหัวตัวเอง “ตกลง…ความซวยทั้งหลายนี่มันเกิดจากเรากันเองเหรอวะเนี่ย!?”
เสียงอิฐแว่วมาแต่ไกล “พี่กร ข้าวกล่องผมหายอีกแล้ว!” ทุกคนหันไปสบตากัน ก่อนหัวเราะพรืด เหมือนได้ปลดล็อกอะไรบางอย่างในใจ
สุดท้ายทุกคนในหอพักตั้งกติกาว่า ของกินในตู้รวมต้องติดชื่อให้เรียบร้อย ใครกินผิดรับบทเพื่อนพี่-น้องดูแลกันเองมากกว่าจะเป็นโทษ ทุกคืนจึงกลายเป็นคืนแห่งการแบ่งขนมและแบ่งเรื่องเล่าอดีตให้กันและกัน ฟีลกู๊ด อบอุ่น เหลือไว้แค่มุกเผาเพื่อนส่งท้ายด้วยเสียงกรที่ตะโกนกลางห้องว่า “จากนี้ไป…แกงหม้อไหนไม่มีชื่อ ฉันถือว่าเป็นของฟรีนะเฟ้ย!” และเสียงหัวเราะก้องไปทั้งหอพักหมายเลข 48 อย่างมีความสุข