ลมหายใจสุดท้ายของหอพักหมายเลขเก้า
เสียงกระแทกของลูกบิดประตูทำลายความเงียบในโถงทางเดินแคบที่หอพักหมายเลขเก้า แพรวเดินกอดหนังสือแนบอก หัวใจเต้นรัวเมื่อสายตากวาดไปรอบตัว เงาทึบวูบวาบลอดไฟสีเหลืองมัว สายลมจากหน้าต่างเก่ากระทบม่านให้โยกไหวอยู่เสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไหวไหมแพรว?” เสียงกร ยืนรออยู่ข้างล่าง ริมบันไดไม้เอียง นาฬิกาข้อมือสั่นเล็กน้อยเหมือนเจ้าของกลัวจนเหงื่อซึม
แพรวสบตาชั่วครู่ กัดริมฝีปาก “ก็แค่กลัวนิดหน่อย ห้องนั่น…มันเย็นขึ้นทุกวัน”
เสียงรองเท้าผ้าฝืดริมพื้นไม้ดังแผ่ว “เลิกคิดมากเหอะน่า เดี๋ยวก็ผ่านไปเอง” กรตอบ แม้จะไม่กล้ามองขึ้นบันไดมืดสนิทข้างตัว
ประตูห้อง 407 เปิดฉับ เสียงหัวเราะสดใสของ มิ้ว เมทสาวขี้เล่นลอยออกมา พร้อมกลิ่นอาหารกล่องอุ่นๆ
“เอาราดหน้ามั้ยแพรว เห็นเดินซึมๆเหลือเกิน กลัวผีอีกแล้วล่ะสิ” มิ้วหยอก หรี่ตายิ้ม
แพรวส่ายหน้าเงียบ มิ้วยื่นกล่องข้าวให้ “เอาไว้กินเถอะ เพื่อนกันไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว แต่คืนนี้อะ…อย่าออกจากห้องคืนนะ”
เสียงสายฝนกระทบหน้าต่างดังเข้ามาแต่ห้ามไม่อยู่ เสียงโทรศัพท์ของแพรวดังขึ้น ไลน์กลุ่มขึ้นข้อความจาก เฟิร์ส เพื่อนร่วมหอพัก
“ใครอยู่ห้องเฟิร์สคืนนี้บ้าง เห็นเงาเดินหน้าประตูตลอด”
กรอ่านเสียงดัง “เฟิร์ส มันเล่นมุกอะไรอีกเนี่ย…คราวก่อนก็แกล้งหลอกว่าห้องมีคนเดินไปมา มันแค่เหงามั้ง”
แต่คืนนี้ เฟิร์ส ไม่ตอบอีกเลย
เวลาเที่ยงคืนกว่า เสียงกรีดร้องระเบิดขึ้นจากชั้นห้า ทุกคนในหอพักตื่นมองออกนอกห้อง ประตูห้อง 509 ของเฟิร์ส เปิดแง้มแปลก ๆ ภายในมีเพียงอากาศเย็นข้นหนักและรอยขีดข่วนบนพื้นไม้
แพรว กับ มิ้ว วิ่งสวนบันไดขึ้นไปพร้อมเสียงหอบ กรรีบตามมา
“อย่าเปิดประตู เข้าไปดูนะแพรว เดี๋ยวจะเหมือนที่เขาเล่า…” มิ้วกระซิบอย่างหวาด ๆ
แต่แพรวกระโจนเข้าไปข้างในทันที ไฟไม่ติด ทุกอย่างเงียบเชียบ
กรหยิบไฟฉายมือถือชี้ไปรอบ ๆ สะท้อนเงาหญิงสาวยืนหันหลังอยู่ตรงหน้าต่างริมระเบียง
“เฟิร์ส…?” แพรวเอื้อมมือแตะไหล่ หญิงสาวคนนั้นค่อย ๆ หันหน้ามา… แต่ไม่ใช่เฟิร์ส ตาคู่นั้นลึกโบ๋ ผิวซีดขาว มือเย็นเฉียบกุมแขนแพรวไว้แน่น
กรถลาโทรศัพท์แล้วใจเสีย รีบคว้าแพรวออกมากอดไว้แน่น ขณะที่มิ้วถอยหลังไปกระแทกประตู
เสียงประตูดังสนั่น ภู ผู้อาศัยชั้นล่างวิ่งขึ้นมาอย่างตกใจ “มีอะไร! ไหนเฟิร์ส? เจอกันยัง?”
ทุกคนพูดสลับกัน เสียงสั่นสะท้าน ไม่มีใครกล้าพูดถึงผู้หญิงคนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบห้อง แม้คนเต็ม แต่ไม่มีใครเจอร่องรอยเฟิร์ส ป้ายชื่อที่แขวนหน้าประตูปลิวตกพื้น เขียนด้วยลายมือว่า “อยู่ได้แต่ห้ามเหลือใจไว้”
กลุ่มเพื่อนทั้งสี่ (แพรว กร มิ้ว ภู) รวมตัวที่ร้านข้าวแกงข้างหอ พูดคุยด้วยบรรยากาศอึมครึม
“คิดว่าเฟิร์สมันโดนผีหลอกจนหนีไปเงียบ ๆ งั้นเหรอ?” ภูถามขึ้นเสียงเข้ม
มิ้วน้ำตาคลอ “ก็คงมีอะไรมากกว่านั้น…เมื่อคืน เงานั่น น่ากลัวเกินจริง ๆ”
กรลังเลใช้ช้อนเขี่ยกับข้าวช้า ๆ ก่อนพูด “ฉันว่าต้องมีอะไรแปลกในห้อง 509 ก่อนเฟิร์สจะมาน่ะ… ไม่งั้นจะมีคำเตือนหน้าประตูทำไม”
ภูหยิบกล่องบุหรี่ขึ้นมา ไฟแช็กสะบัดเสียงดังพลั่ก หยุดคิดครู่ แล้วเอ่ยเบา ๆ “มีแต่คนเก่าในหอนี้ ไม่อยากพูดมาก… เห็นว่าต้นปีเคยมีคนหายตัวไป ไม่มีใครเจอศพ”
แพรวหลบตา เสียงลมหายใจสะท้อนในความเงียบกลางวัน
พอค่ำ กรเดินสำรวจทางเดินหอเพียงลำพัง สะกดรอยตามเสียงฝีเท้ากุกกักจากปล่องบันได เขาเห็นเงาขาววูบวาบวิ่งผ่านห้องเฟิร์สอีกครั้ง เขาตามไปทันที ประตูแง้มเหมือนเดิมแต่ด้ามจับเย็นเฉียบ
เขาเข้าไปในห้อง 509 เฟิร์สไม่อยู่ ทุกอย่างสงัดผิดปกติ บนฝาผนังมีภาพวาดมือเด็กจาง ๆ สาดด้วยรอยเลือดเก่า หน้าเด็กยิ้มแปลก ๆ อยู่ล้อมรอบตัวเลข 9 กรเหงื่อซึม ขาเกือบอ่อน
ขณะจะเดินออก ประตูปิดสนิทเอง กรตกใจตะโกน “ใครอยู่ในนี้? มีใครไหม!” มีแต่เสียงคลื่นแผ่ว ๆ ผ่านกำแพง ทันใด นาฬิกาบนผนังหมุนกลับด้าน เสียงหัวเราะแหลมลอยแทรกมากับลม…
มิ้วกับแพรววิ่งมาตามเสียงเปิดประตู พบกรยืนนิ่งเหงื่อท่วมตัว มิ้วช้อนตองุ่นในมือแน่นแนบอก ขณะที่แพรวคว้ามือกรไว้ “ออกไปจากห้องเถอะ…เถอะนะ”
คืนถัดมา พวกเขานัดประชุมที่ห้องแฟ้มบนชั้นล่างของหอพัก เอกสารเก่าในลิ้นชักเปื้อนฝุ่น ภูพลิกไฟล์เก่า ๆ พบรูปขาวดำของเด็กผู้หญิงวัยสิบสาม ใต้ภาพเขียนชื่อ “อรุณี” พร้อมข้อความ “หอเก้าอยู่เพื่อดูแลเธอ”
แพรวครุ่นคิดก่อนพูดเสียงแผ่ว “คุณยายชั้นล่างเคยเล่าว่า แม่บ้านหอนี้คลอดลูกในห้อง 509 แล้วลูกหายไป… แต่ไม่เคยมีใครเจอกันอีกเลย”
มิ้วเลียริมฝีปากอย่างประหม่า “จะเกี่ยวกับเฟิร์สไหม หรือนี่เป็นคำสาปอะไรสักอย่าง?”
ภูสบตาทุกคน “เราต้องจับมือกันเดินหาความจริง คืนนี้ เดี๋ยวขึ้นห้อง 509 พร้อมกัน ถ้ามีพวกมาก ๆ คงไม่มีอะไร”
แผ่นฟ้าครึ้ม เมฆปกคลุม ทันทีที่พวกเขาขึ้นถึงชั้นห้า ทุกคนสอดส่ายตา หัวใจเต้นกระหน่ำ มิ้วกำกล้องถ่ายรูป กรพกแฟลช ปลายนิ้วแพรวสั่น
เมื่อเข้าห้อง 509 อีกครั้ง ม่านเปิดเอง ลมแรงกรูวาบกลิ่นอับชื้น ภูเดินไปรูดม่านเห็นข้อความขีดข่วนใหม่ “คืนใจให้ลูกเราด้วย”
ทันใดนั้น เฮือกอากาศเย็นวาบ! เงาหญิงสาวในชุดนักเรียนเดินเปื้อนเลือดเยื้องกรายผ่านกระจกปลายเตียง ทุกคนยืนตัวแข็ง ตากลมโตของเด็กผู้หญิงจับจ้องทุกคน “มองเห็นสิ่งที่ฉันก็เจอ …ใช่ไหม?” เสียงนั้นแหบพร่า
กรก้าวถอย พบว่าเท้าแฉะ เลือดซึมจากพื้น ท่ามกลางเสียงสะอื้นเล็ก ๆ พลันมีฝ่ามือเย็นจับข้อมือกรไว้แน่น “อย่าปล่อย… ฉันกลัวความมืด”
แพรวสะอื้นไห้ แม้เธอกลัวผีจนหัวใจแทบหลุดออกมานอกอก แต่เมื่อเผชิญหน้าหญิงชุดน้ำเงินตาโบ๋ เธอเอื้อมไปปลอบ “เราจะช่วยเธอ เอาเฟิร์สคืนมาด้วย”
พลันประตูปิดผาง สายลมหมุนในห้อง ทุกอย่างมืดสนิท มิ้วจุดแฟลช ส่องไปที่มุมห้อง เงาเฟิร์สนั่งกอดเข่า กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น
ภูรุดไปแตะบ่าเฟิร์ส เฟิร์สเงยหน้า น้ำตาไหลก่อนพูดสะอึก “เขาปล่อยผมไม่ได้ …ผมขอโทษ ผมเผลอหยิบสร้อยเด็กในลิ้นชักไป”
แพรวกับมิ้วรีบค้นในกระเป๋า กรหันไปจับข้อมือสาวชุดน้ำเงิน “เขาต้องการของสำคัญคืน”
มิ้วค้นเจอสร้อยเส้นหนึ่งที่ห้อยป้ายชื่ออรุณี ทุกคนยืนกุมมือกัน สายตานั้นตรึงแพรวไว้แน่น แพรวยื่นสร้อยกลับให้
วิญญาณเด็กสาวดูอ่อนแรงลง รับสร้อยไว้ น้ำตาสีดำไหลอาบแก้ม ก่อนหายวับไปท่ามกลางสายลมสงัด ไฟในห้องกลับมาติด เฟิร์สทรุดลงกับพื้น น้ำตาเปรอะหน้า
ทุกคนโอบกอดกันแน่น มิ้วพูดหัวเราะทั้งน้ำตา “บ้าจริง เสียใจจริง ๆ ที่กลัวจนอยากหนี ทั้งที่เฟิร์สยังอยู่ตรงนี้!”
กรสบตาแพรวหัวเราะแห้ง ๆ “ผมนึกว่าพวกผีมีแต่ในเรื่องเล่า สุดท้ายมันก็มีจริง แต่มิตรภาพพวกเราก็จริงเหมือนกัน”
เช้าวันต่อมา ชั้นบนสงบ ไม่มีรอยเลือด ไม่มีเสียงกรีดร้องอีกต่อไป ทุกคนพร้อมหน้ากับโต๊ะอาหารเช้า เฟิร์สยิ้มอ่อนโยนครั้งแรก กรจับบ่าภู “อย่าให้หอเก้ากลืนใครไปอีกเลยนะ”
แพรวยิ้มบาง ๆ รับอรุณ “เราให้อภัย…ทั้งตัวเองและกัน”
แดดยามเช้าทอผ่านหน้าต่างห้อง หอพักหมายเลขเก้ากลับมาหายใจอีกครั้ง เสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนสะท้อนก้อง ผสมกับสายลมเย็นที่เหมือนจะเป็นการจากลา …หรืออาจเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากความลับเสียที