รอยเลือดบนเกาะเงาสลัว
คลื่นกระแทกชายฝั่งอย่างหนักเรือสปีดโบ๊ตโยนตัวขึ้นลง ดวงตะวันส่องกลางท้องฟ้าแต่เงาของเกาะใหญ่ทอดตัวยาวขวางแสงไว้ ลูกเรือหนุ่มชื่อชัยกอดเป้แน่น “ขออย่าเมาคลื่นทีเถอะ…” เขาหันไปมองเพื่อน ๆ ที่นั่งล้อมกันกลมหัวเราะหวั่น ๆ อิ๋วสาวตัวเล็กลูบข้อมือ เอียงคอใส่ชัย “กลัวอะไรนักหนาวะ ชัย?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เพื่อนอีกสามคน—โม หนุ่มกวนแววตาขี้ระแวง ตูนผู้เงียบขรึม ผมยาวประบ่าและหญิงจอมเงียบชื่อปั้น รัดเป้แน่นทุกคนดูตื่นเต้น ยกเว้นชัยที่สายตาโล้ไกวไประหว่างฟ้าทะเลกับผิวน้ำ เบื้องหน้า เกาะกลางทะเลที่ไร้ชื่อเต็มไปด้วยป่าดิบใบหนาทึบและเงาดำคลุมคลั่ง
“ได้ยินว่าเกาะนี้ อดีตเคยเป็นที่อยู่ของนักโทษหลบหนี” โมกระซิบเบา ๆ เหมือนอยากให้มีแต่ตัวเองกับเสียงคลื่นเท่านั้นที่ได้ยิน ชัยทำตาขวาง “อย่ามาถามอะไรกวนประสาท” สิ้นเสียงโม เรือก็พุ่งเข้าใกล้สะพานไม้ผุ ผู้ใหญ่ประจำค่ายชื่อครูน้อยตะโกนต้อนรับ สีหน้ายิ้มแต่ดูเหมือนจะกล้ำกลืนอะไรบางอย่างไว้ข้างใน
หลังนำทุกคนไปแนะนำกับบรรยากาศของเกาะ—บ้านไม้สองชั้น เสียงสัตว์ป่าแว่วมาเป็นระยะ ๆ แดดสายเปลี่ยนเป็นหมอกลงคลุ้ง ประตูเก่าถูกเปิดด้วยเสียงเอี๊ยดชัยกับเพื่อนถูกแยกห้องร่วมกับกลุ่มเด็กต่างโรงเรียน ท่ามกลางกลิ่นอับแดดของฟูกเก่า ๆ อิ๋วกระซิบ “เราจะอยู่รอดถึงวันสุดท้ายไหมเนี่ย?”
กลางคืนแรก ชัยฝันร้ายถึงรอยเลือดเป็นเส้น ๆ ทอดยาวใต้เตียง ตื่นขึ้นมาเจอเพื่อน ๆ ยังหลับจมฟูก มีเพียงปั้นที่นั่งกอดเข่าเงียบๆ ตาเหม่อลอยแต่ไม่กล่าวอะไร เขาส่ายหัวไล่ภาพหลอน หันไปซุกผ้าห่ม
เช้าวันถัดมา เด็กในกลุ่มหนึ่งคนชื่อเต็ง หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ห้องพักเหลือแต่รอยหยดเลือดจาง ๆ ตรงธรณีประตู ครูน้อยเรียกประชุมกลุ่ม “ขอให้ทุกคนอยู่แต่ในเขตแคมป์ จะจัดทีมค้นหา อย่าสร้างข่าวลือเข้าใจไหม?” เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย อิ๋วหันมากระซิบชัย “แก…เชื่อว่าคนนั้นยังมีชีวิตอยู่ไหม?”
“ฉันไม่รู้…” ชัยตอบโดยไม่สบตา หัวใจหนักอึ้งกับภาพเลือดในฝัน ภายในกลุ่มเริ่มมีการซุบซิบ เชื่อมโยงการหายไปของเต็งกับเรื่องน่ากลัวสมัยก่อน เด็กบางคนแอบเมียงมองชายป่าอย่างหวาดระแวง
ค่ำวันหนึ่ง โมกับชัยแอบปีนข้ามแนวรั้วเพื่อแอบสำรวจป่า ท่ามกลางกลิ่นดินเปียกและเสียงแมลง พวกเขาเจอถุงเท้าขาดหนึ่งข้างแฉะไปด้วยเลือด ชัยนิ่งงัน “นั่นของเต็งใช่ไหม?” โมหน้าซีด ปากสั่น “กลับกันเถอะ หน่ากลัวเกินว่ะ”
วันรุ่งขึ้น ตูนเริ่มมีอาการซึมเศร้าไม่พูดจากับใคร นั่งเขียนสมุดบันทึกเงียบ ๆ ตลอดเวลา ชัยสังเกตเห็นลายมือผวาในหน้ากระดาษ “หากตื่นมาแล้วเห็นเลือด อย่าตามหาคนที่หายไป…” ใจเขาเหน็บหนาว ปั้นจ้องสมุดของตูนอย่างจับผิดแต่ก็ไม่บอกใครถึงสิ่งที่รู้
สามวันผ่านไป ในคืนที่ห้องพักเปียกชุ่มด้วยไอน้ำและสายฝนเคาะหลังคา (แต่ไม่ได้เป็นฉากเปิด) อิ๋วร้องไห้สะอึกสะอื้น “ทำไมต้องเกิดขึ้นกับพวกเราด้วย?” ปั้นพูดเบา ๆ “บางที…มันอาจไม่ใช่แค่คำสาปหรอกนะ” ทุกคนหันมามองปั้นที่มีน้ำเสียงเหมือนคนรู้มากกว่าใคร
ชัยรวบรวมความกล้าเถียง “แล้วถ้าเป็นเพราะคน ในค่ายนี้มีใครไม่ปกติล่ะ?” โมสวน “แต่เต็งก็…เคยมีเรื่องกับใครล่ะ?” ปั้นเม้มปากไม่ตอบ เพียงสบตาชัยนิ่ง ๆ ความอึดอัดเติบโตขึ้นท่ามกลางความเงียบ
คืนต่อมา รอยเลือดรูปสามเหลี่ยมโผล่ที่ลานกิจกรรม กลิ่นคาวคละคลุ้ง ทุกคนในค่ายหวาดกลัว ครูน้อยทำเฉยไม่ยอมพูดถึงมัน มีคนแอบเห็นคนในค่ายหลักกลุ่มหนึ่งออกไปกลางป่ากลางดึก โมกระซิบในกลุ่ม “เราต้องตามไปดู!” โมยืนกรานแต่ชัยลังเล อิ๋วส่ายหน้า “อยู่เฉย ๆ เถอะ”
ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกเริ่มตึงเครียด อิ๋วหวาดกลัวเกินจะคุยกับใคร โมใจร้อนโต้เถียงกับชัยบ่อยขึ้น ปั้นยิ่งเงียบงันเหมือนจมอยู่ในโลกของตัวเอง ตูนเขียนสมุดเพิ่มแต่ไม่ยอมเปิดใจกับใครเลย
คืนหนึ่ง ชัยย่องตามโมออกไปป่า เจอครูน้อยกำลังคุยกระซิบกระซาบกับเด็กกลุ่มหนึ่ง เขาไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้ ได้แต่ฟังแผ่ว ๆ เรื่องเก่าแก่กับคำว่า “รอยเลือดพิพากษา” ชัยยังไม่เข้าใจแต่ความกลัวเริ่มเกาะกินหัวใจ
วันรุ่งขึ้น โมหายตัวไปอีกคน ทิ้งเลือดหยดที่ปลายเตียงไว้เพียงหยดเดียว ครูน้อยสีหน้าราบเรียบผิดปกติ ไม่ยอมให้ตำรวจขึ้นเกาะ อิ๋วเก็บตัวร้องไห้ ปั้นดูว้าวุ่นใจ ชัยพูดกับตูน “นายเห็นอะไรเมื่อคืนใช่ไหม?” ตูนแค่มองกลับด้วยสายตาว่างเปล่า
ชัยกับอิ๋วทะเลาะกันรุนแรงในห้องน้ำ “ฉันบอกให้พวกนายหยุดยุ่งเรื่องนี้!” อิ๋วยื้อเป้ชัยน้ำตาคลอ ชัยตะคอกกลับ “เราอยู่แบบนี้ไม่ได้แล้ว!” บทสนทนาจบลงด้วยความเงียบ พวกเขาทำอะไรไม่ถูก
ปั้นเปิดเผยกับชัย “ฉันมีบางอย่างต้องบอก ที่จริง…ฉันเห็นลายแทงในสมุดของตูน” เธอส่งแผ่นกระดาษเก่าสีจางให้ชัย ในกระดาษนั้นบอกเส้นทางในป่ามุ่งสู่ถ้ำแห่งหนึ่งยามเที่ยงคืน
ชัยรวบรวมกลุ่มเหลือสามคน—ชัย อิ๋ว ปั้น มุ่งหน้าเข้าป่า ภายใต้เงาไม้ใบโต ทุกคนต่างเงียบ ไม่มีใครกล้าเริ่มบทสนทนา สำรวจไปถึงถ้ำ พบเศษเสื้อขาดเปื้อนเลือดกับรอยเลือดรูปพิกลลามไปทั่วผนัง
ขณะแสงไฟสลัวเริ่มส่องข้างถ้ำ พวกเขาเจอตูนซ่อนอยู่ พูดพร่ำ กลัวจนสติแตก “มันบอกให้ฉันอยู่เงียบ ๆ ถ้าไม่ บางอย่างในป่าจะเอาตัวฉันไป” ชัยเข้าไปคว้าตัวตูน “บอกมาทั้งหมดเดี๋ยวนี้!” ตูนร้องไห้สะอึก “ในค่ายนี้มีใครสักคนเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดนี้…”
ขากลับ พวกเขาถูกไล่ล่าโดยเสียงฝีเท้าและเงาดำวิ่งลับ ๆ ลงเอยด้วยการหลบในโพรงไม้ อิ๋วปลอบชัยเสียงสั่น “ฉันขอโทษ สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา…” ชัยนิ่งคิด สบตาอิ๋วสั้น ๆ น้ำเสียงอ่อนลง “ฉันเองก็ผิด”
เช้าตรู่ พวกเขาเผชิญหน้ากับครูน้อยในห้องโถงใหญ่ ชัยกล่าวหาต่อหน้า “คุณรู้อะไรใช่ไหม?” ครูน้อยสีหน้าขาวโพลน ก่อนเผยออกมาว่าเมื่อสิบปีที่แล้ว เคยมีการทดลองลับในเกาะนี้และเด็กบางคนเสียชีวิต การทดลองนั้นถูกปกปิดไว้จนถึงปัจจุบัน รอยเลือดตำหนิตรงที่ผู้บริสุทธิ์ตายเป็นเหมือนตัวล้างแค้น
อิ๋วพูดขึ้น “แต่ทำไมมันต้องเกิดกับพวกเรา?” ครูน้อยน้ำตาคลอ “เพราะคนที่เกี่ยวข้องกับการทดลองเคยอยู่ในค่ายนี้ทุกคน…” ปั้นชะงัก “รวมทั้งเด็กในกลุ่มที่หายไป?” ครูน้อยพยักหน้า ทุกคนตกใจที่ความจริงเปิดเผย
ตอนเย็นวันสุดท้าย รอยเลือดสุดท้ายปรากฏเป็นสัญลักษณ์วงกลมล้อมหัวใจสีแดงกลางลาน ชัยรวบรวมความกล้าออกมายืนกลางวง “เราไม่ควรปล่อยให้อดีตหลอกหลอนอีก” เขานั่งคุกเข่าต่อหน้ารอยเลือด “เราขอโทษต่อสิ่งที่ไม่ได้ก่อ” สายหมอกทะเลเย็นโอบล้อม พวกเขาร่วมกันเผาเสื้อเปื้อนเลือด รับความจริง ปล่อยผ่านอดีต
เช้าวันรุ่งขึ้น กลุ่มที่เหลือขึ้นเรือกลับฝั่ง ใบหน้าของแต่ละคนเติบโตจากประสบการณ์ในเกาะ ชัยหันกลับไปมองเงาของเกาะอีกครั้ง สูดลมหายใจลึกแววตาเปลี่ยนจากกลัวเป็นนิ่งสงบ ปั้นยิ้มครั้งแรกเล็ก ๆ อิ๋วจับมือชัยเบา ๆ ตูนยอมหันมาสบตากับทุกคน ชั่วขณะหนึ่งเงาดำบนเกาะก็ค่อย ๆ เลือนหายไป