ลมหายใจใต้ผืนฟ้า
ไอเย็นของยามเช้าปลิดปลิวเหนือยอดหญ้าที่ยังชื้นน้ำค้าง เสียงนกร้องบางเบาดังลอดจากป่าสนด้านหลังหมู่บ้าน ก่อนที่รังสีแรกของดวงตะวันจะแตะใบหน้า ‘ศิณ’ ชะโงกหน้าดูหมอกขาวพรางเท้าเปล่าแช่ดินชื้นข้างบ้าน ฝ่ามือซ้อนทับใบไม้ร่วงที่ตะปบอยู่ เขาถอนหายใจครั้งสั้น ใบหน้ามีรอยแผลเก่าเฉียดผ่านขมับขวา มือข้างหนึ่งกำสร้อยที่มีอักขระโบราณ สีหน้าของศิณเปี่ยมไปด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยถึง ใจเต้นระส่ำ เขาตัดสินใจออกเดินมุ่งหน้าสู่ตลาดเช้าอย่างเงียบๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงไม้กระทบพื้นหน้าร้านของ ‘แม่เพียร’ ดังขึ้นขณะเจ้าของร้านผักกำลังจัดเรียงแครอตสดใหม่ ศิณเดินชิดริมถนน เหลือบตามองแต่ไม่พูดจา “มาซื้อผักหรือจะหาทางหนีอีกแล้ว?” แม่เพียรแซวพร้อมหัวเราะ ศิณยิ้มจืด ยื่นเหรียญแลกถั่วฝักยาวแล้วก้มหนี โดยไม่ตอบอะไร
สายลมโชยพัดปลิวหอบเศษใบไม้เหนือหมู่ตลาด ‘รันทร์’ สาวผู้อพยพจากเมือง เดินดุ่มด้วยเป้ใส่หนังสือนิยายบนหลัง ขณะหยุดหน้าแผงขายผลไม้ เธอถามเสียงดัง “มะเฟืองนี่ปลูกยังไงคะ?” คนขายหัวเราะบอก “ที่นี่ไม่มีอะไรปลูกไม่ขึ้นหรอก ถ้าหัวใจยังไหวอยู่”
รันทร์หยิบมะเฟืองขึ้นดม กลิ่นมันหอมฉุน เธอเหลือบเห็นศิณเดินผ่านฝั่งตรงข้าม ทุกสายตาในตลาดเหมือนหลีกทางให้เด็กหนุ่มคนนั้น เธอคิดในใจ ‘เขาต้องเป็นคนที่คนนินทาแน่ๆ’
เสียงกระดิ่งดังจากวัดบนเนินสูง ศิณหยุดยืน ริมฝีปากสั่น หวนคิดถึงเสียงคล้ายกันจากคืนเหตุการณ์ปีที่แล้ว เขาก้าวต่อ ฝ่าเสียงซุบซิบที่ลอยมาตามอากาศ ทุกครั้งที่เดินผ่านผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน พวกเขาจะมองเขานิ่ง ราวกับรอเวลาตัดสินอะไรบางอย่าง
รันทร์วิ่งตามมา “เดี๋ยว! นายชื่ออะไร?” ศิณชะงัก ไม่ตอบ เธอยืนจ้อง เอาแขนกั้นไม่ให้เดินหนี “งั้น ฉันจะเรียกนายว่า…คนลึกลับประจำหมู่บ้านละกัน!” รันทร์ยิ้ม ศิณดึงปีกหมวกลงต่ำ ไม่ยอมสบตา ลมหายใจเขากระชั้นขึ้นเล็กน้อย ก่อนหลบเข้าเส้นทางข้างเขา
ตกบ่าย ศิณนั่งปรุงน้ำพริกคนเดียวในบ้านไม้สลัว เสียงหม้อเคาะเบาๆ มือแอบถืบสร้อยข้อมือซ่อนในกระเป๋า “ชอบซ่อนอะไรไว้ตลอด…ไม่กล้าเผชิญ” เขาพึมพำกับตัวเอง ในดวงตาสะท้อนภาพคนผมยาวในเงากระจก เงานั้นยิ้มเย็นชา
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ศิณนิ่ง ก่อนถอดหายใจ “ใคร?” รันทร์แหวกม่านเย็บมือเข้ามาอย่างร่าเริง “ฉันแค่…อยากชวนออกไปเดินด้วยกัน” ศิณมองขึ้น ส่งสายตาไม่ไว้ใจ “เห็นนายชอบเหงา ฉันเลย…”
“ฉันไม่ได้เหงา” ศิณขัด “แค่…แค่ไม่ชอบผู้คน” รันทร์เอียงคอ “หรือกลัวคนมากกว่า?” เงียบงันครู่หนึ่ง ศิณหลบสายตา กำสร้อยในมือแน่นขึ้น
ค่ำคืน พระจันทร์เต็มดวงแผดจ้าท่ามกลางม่านเมฆ กระท่อมกลางป่าใกล้น้ำตก ศิณและรันทร์นั่งข้างกองไฟ ศิณลอบมองรอยยิ้มเบิกกว้างของรันทร์ รันทร์กระซิบ “อยากฟังนิทานผีมั้ย?” ศิณส่ายหน้าแต่ไม่ได้ลุกหนี รันทร์หัวเราะคิก
“ว่ากันว่า…ที่หมู่บ้านนี้ มีวิญญาณเฝ้าคำสาป” รันทร์เริ่ม ศิณทำหน้าว่างเปล่า “เรื่องมันโบราณแล้วแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ แต่คนในหมู่บ้านก็กลัว…กลัวว่าใครสักคนจะปลุกมันขึ้นมาอีก”
“เชื่อเหรอ?” ศิณถามเสียงแผ่ว รันทร์ชะงัก “ไม่รู้สิ…แต่ฉันเชื่อว่าความลับมีชีวิตของมันเอง” ศิณนิ่ง ลมหายใจติดขัด “บางที…คนเราก็กลัวอดีตมากกว่าผี” น้ำเสียงเขาขมขื่น รันทร์ไม่ถามซ้ำ
รุ่งเช้า อากาศหม่นมัว เมฆเคลื่อนต่ำใกล้ยอดเขา ศิณถือถังเก็บน้ำฝนไปริมป่า สังเกตดอกไม้ประหลาดมีสีคล้ายเลือดเบ่งบานข้างทาง ใกล้แอ่งน้ำ เขาเห็นรอยเท้าสัตว์ใหญ่ปริศนา ใจเต้นแรง เขาระวังท่าที แต่เสียงเรียกของรันทร์ไล่หลัง “นายเห็นมันมั้ย? รอยแปลกๆ นี่”
รันทร์ก้าวมาใกล้ เธอนั่งลงข้างศิณ มองเขินๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่อง “บางทีฉันก็อยากอยู่นี่ตลอด…นายล่ะ?” ศิณหลบตา “ที่นี่…มีอะไรมากกว่าที่เห็น” ท่าทางลังเล “แต่…ฉันไม่กล้าไปไหน”
“กลัวจะเจออะไร?” รันทร์ถาม ศิณฝืนยิ้ม “กลัวจะหนีอดีตไม่ได้…บ้านฉันนะ มันถูกคำสาป” เขาหัวเราะในลำคอแต่ไม่มีรอยยิ้มในแววตา “ฉันทำผิดไว้ ไม่กล้าพอจะเผชิญมัน”
รันทร์ไม่ตอบ ส่งสายตาอ่อนโยน มือแตะไหล่เบาๆ ในแววตานั้นคือความเข้าใจลึกซึ้ง เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนบอก “ฉันก็มีอดีตของฉัน นายไม่ใช่คนเดียว”
วันถัดมา ขณะศิณซ่อมหลังคาบ้าน เสียงตะโกนวุ่นวายขึ้นที่ลานกลางหมู่บ้าน ฝูงชนรุมล้อม ศิณมองลงมาเห็นรันทร์ยืนเผชิญหน้าผู้ใหญ่บ้าน ทุกสายตาดูตึงเครียด “เธอไปทำอะไรในป่าห้ามน่ะ?” ผู้ใหญ่บ้านว่าเสียงกร้าว รันทร์ไม่หลบตา “ฉันไปเก็บดอกไม้กับศิณ ไม่มีอะไรแปลก”
“แต่มีใครเห็นรอยเท้าปีศาจแล้ว!” ชายชราผู้นั่งมุมหนึ่งโพล่ง ระฆังเตือนดังขึ้น ศิณเดินแทรกฝูงชน รันทร์หันขวับ รอยยิ้มเธอจางหาย “ฉันเป็นคนชวนเอง อย่ามาโทษศิณ!” เธอประกาศลั่น ผู้ใหญ่บ้านหรี่ตามองศิณ “เจ้าหนุ่ม นายรู้มั้ยว่าคำสาปตระกูลตัวเองคืออะไร?”
เสียงฮือฮาดังขึ้น ศิณเม้มปากแน่น มือกำสร้อยไม่ปล่อย “ผม…ผมไม่รู้” เขาตอบ สายตาทุกคู่จ้อง คำพูดของคนเฒ่าย้ำก้องในหัว “ลูกชายตระกูลนั้นไม่เคยพ้นจากเงาของตนเอง”
คืนนั้น ศิณจ้องไฟฉายลอดบานหน้าต่างผุ ซากภาพในอดีตรบกวนใจ เขาได้ยินเสียงซุบซิบใกล้บ้าน รันทร์แวะมาเสียงเบา “นายโอเคมั้ย?” ศิณไม่ตอบ เธอทรุดตัวลงข้าง ๆ
รันทร์เอ่ย “ความกลัวมันร้ายกาจนะ แต่คนสู้กับมันได้” ศิณสั่นไหว “แต่ฉันเคยเลือกผิด…จนเกิดเรื่องนั้น” น้ำเสียงเขาสะท้อนความเจ็บปวด รันทร์เงียบอึ้ง สุดท้ายพูดช้า ๆ “ฉันอยู่ข้างนายถ้านายอยากเล่า…”
ศิณกัดฟันนิ่งนาน หยดน้ำตาแรกไหลลงข้างแก้ม ในที่สุด เขาเอ่ยเบา ๆ “ฉัน…เคยปล่อยน้องพลัดตกน้ำเพราะอยากหนีไปดูฝนดาวตก…” ศิณเช็ดน้ำตา เสียงสั่น “ฉันกลัวไม่พอ กลัวเสียใจ กลัวทำผิดอีก”
รันทร์ซบศีรษะบนไหล่เขา “คนเราผิดได้…แต่ต้องให้อภัยตัวเองก่อน” ศิณมิได้ขยับ แต่มือที่เคยสั่นค่อย ๆ วางบนมือรันทร์
รุ่งอรุณ แสงทองสาดต้องบ้าน เงาร่างในกระจกสะท้อนศิณกับรันทร์ยืนเคียงกัน ศิณรู้สึกบางอย่างคลายออกจากใจ เขาเดินไปตลาด รอยยิ้มบางแตะมุมปาก
แต่แล้ว ปรากฏการณ์แปลกกลางตลาด เมฆดำเคลื่อนต่ำจนสัมผัสดิน เกิดเสียงลั่นจากพื้น ตลาดแตกตื่น “หน้าผาเหนือหมู่บ้านแยกตัว!” ใครคนหนึ่งร้อง ศิณกับรันทร์รีบวิ่งขึ้นเนิน
สันเขาถล่มบางส่วน เผยโพรงถ้ำลึกลับ ศิณใจสั่น กลิ่นอายประหลาดชวนวิงเวียน คนเฒ่าชี้ “เงาแห่งคำสาป! ห้ามเข้าไปเด็ดขาด!” ทว่า ศิณสัมผัสได้ว่า นี่คือโอกาสเดียวที่จะเผชิญอดีตของตนเองเพื่อเอาชนะความกลัว
รันทร์จับมือศิณ “ถ้าไม่พร้อมอย่าฝืน” ศิณกลืนน้ำลาย “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าทั้งหมดนี่ เกี่ยวกับครอบครัวฉันยังไง” แววตารันทร์จริงจังแต่ก็หวั่นไหว
เขาเดินเข้าสู่โพรงถ้ำ ความมืดลึกล้ำรอบกาย เสียงจากอดีตดังก้อง ร่างวิญญาณเลือนลางปรากฏ “ศิณ…ทำไมเราต้องทรมานกันต่อ?” เป็นเสียงของเขาเอง รันทร์เดินมาข้าง ๆ เสียงสั่น “นายไม่ได้มีแค่ความผิด…นายยังมีโอกาส” ศิณปล่อยสร้อยหล่นบนพื้นถ้ำ แสงสว่างสาดวาบ ภาพความทรงจำหายวับ
เพดานถ้ำสะท้อนภาพ: เด็กชายสองคนหัวเราะ วิ่งเล่นริมบึง ก่อนหนึ่งคนหายไปในน้ำ ร้องขอความช่วยเหลือ ศิณตัดสินใจวิ่งหนี ร้องไห้ สายตาฉายความกลัวมากกว่าความเศร้า
ศิณทรุดตัวลงน้ำตานองหน้า รันทร์กอดเขาแน่น “นายให้อภัยตัวเองได้แล้ว” ศิณหมดแรง เปล่งเสียงแผ่ว “ฉันอยากเริ่มต้นใหม่…อยากเผชิญทุกอย่าง ไม่หนีอีก” ภายในถ้ำคำสาปคลาย กำแพงหินแตกเผยฟ้ากว้างด้านนอก
ออกจากถ้ำ ศิณเดินกลับหมู่บ้านอย่างเงียบ ๆ สีหน้าแปรเปลี่ยน มีร่องรอยความกล้าแฝงอยู่ในดวงตา เขาขอบคุณรันทร์ ไม่มองกลับไปอดีตอีก
บ้านในหมู่บ้านเงียบสงบ รันทร์ยื่นสมุดภาพให้เขาหน้าบ้าน “เวลานายกลัว…วาดภาพสักภาพ” ศิณยิ้มอย่างขอบคุณ “ครั้งนี้ฉันจะวาดภาพอนาคต…ไม่ใช่อดีต”
เสียงกระดิ่งวัดดังกลบเสียงนกในเช้าวันใหม่ ศิณหันหลังเดินไปตลาด ท่ามกลางรอยยิ้มและสวัสดีของผู้คน
ภาพสุดท้าย ศิณและรันทร์นั่งบนยอดเขา มองดูหมอกเปิดเผยผืนฟ้ากว้างพ้น ยิ้มให้กันอย่างสงบ ลมหายใจของเขาโล่งเหมือนได้รับอิสรภาพจากทุกความกลัว