เสียงลมหายใจของเรา
เสียงโทรศัพท์มือถือสั่นไม่หยุดขณะที่นทีกำลังจ้องจอคอมพิวเตอร์ในห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัยกลางเมือง เสียงรอบข้างเป็นเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ ของเพื่อนนักศึกษากับเสียงพลิกหน้าหนังสือ นทีเหลือบมองรายชื่อที่โทรเข้ามา—’แม่’—เขาฮึดใจรับสายทั้งที่ในใจยังอึดอัดกับประเด็นเดิม ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นที แม่ถามว่าเรื่องฝึกงานตกลงจะไปกรุงเทพใช่ไหม?” เสียงจากปลายสายเตือนเขาถึงความตั้งใจของครอบครัวที่หวังให้เขากลับไปช่วยธุรกิจที่บ้าน
เขากลืนลมหายใจ “ครับแม่…แต่หนูยังไม่ได้ตัดสินใจนะ”
“แม่อยากให้หนูคิดดี ๆ นะลูก โอกาสแบบนี้—”
นทีปิดสายก่อนจะฟังจบ เขาเอนหลังกับเก้าอี้หลับตา กำมือแน่น ความกลัวที่จะทำให้แม่ผิดหวังมีมากพอ ๆ กับความกลัวจะสูญเสียความฝันของตัวเอง
เสียงรองเท้าผ้าใบเบา ๆ ถูกลากบนพื้นไม้เข้ามาใกล้ “เออ นทีกินข้าวยัง?” เสียงของพลอยเพื่อนร่วมคณะหัวใจศิลปะที่นั่งฝั่งตรงข้าม
เขายิ้มบาง “กินแล้วล่ะ พลอยไปกินไหม เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน”
ใบหน้าพลอยกึ่งหนักใจกึ่งสบายใจ “วันนี้ขอละกัน พอดี…เมื่อเช้าจารย์เรียกไปคุย”—เธอหยุดพัก—“เรื่องประกวดเปียโน รอบคัดเลือกที่เชียงใหม่”
นทีทำท่าเหมือนไม่เปลี่ยนแปลงแต่สายตาเหมือนซ่อนอะไรไว้ “จะไปไหม”
“ยัง… ยังไม่แน่ใจ” พลอยเบือนหน้าหนีเล็กน้อย สีหน้าสับสนกับคำถามนี้เสมือนมันลึกลงไปถึงข้างใน
ตกเย็นวันนั้น นทีเดินเล่นคนเดียวริมสระน้ำกลางมหาวิทยาลัย เพลงเปียโนอ่อน ๆ ที่ลอยมาจากห้องซ้อมดนตรีชั้นสองชวนให้เขาหยุดฟัง เงาร่างพลอยนั่งอยู่หลังเปียโน ตัวงอเล็กน้อยเหมือนเด็ก ๆ มือสีขาววางบนคีย์เบา ๆ เธอบรรเลงเพลงที่เศร้ากว่าทุกครั้ง
เขาเดินเข้าไปอย่างไม่ตั้งใจ “มีอะไรหรือเปล่า ทำไมเสียงเปียโนดูเศร้าจัง”
พลอยยิ้มจาง “เพราะคนเล่นเศร้าไง”
นทีเงียบซึมไปแวบนึง ก่อนเปลี่ยนเป็นคำพูดพร้อมยิ้มแห้ง “งั้นถ้าเธอเล่นเพลงสนุก ฉันต้องเต้นไหมล่ะ?”
เสียงหัวเราะของพลอยเบา ๆ ก่อนที่ความเงียบจะเข้าครอบงำทั้งสองอีกครั้ง
ช่วงสอบปลายภาค พลอยกับนทีห่างกันชัดเจน ต่างคนต่างมีเรื่องที่ต้องจัดการ พลอยฝึกซ้อมเปียโนหนักขึ้นจนนอนวันละไม่กี่ชั่วโมง ส่วนนทีกดดันจากทางบ้านที่คาดหวังจะให้ไปฝึกงานตามคำของแม่และอนาคต
ในเวลากลางคืน นทีนอนจ้องเพดานมือขยำโทรศัพท์หลายครั้ง บันทึกข้อความ ‘พลอย เราคิดถึง’ แต่ก็ลบทิ้งซ้ำแล้วซ้ำอีก
หลังสอบวันสุดท้าย เพื่อน ๆ นัดกันไปกินหมูกระทะ นทีนั่งข้างพลอยระหว่างเสียงหัวเราะของเพื่อน แต่ไม่มีใครพูดอะไรกับใครมากนัก เล่นกับโทรศัพท์จนเพื่อนสังเกตได้
“เฮ้ย นที มึงเงียบชะมัด เป็นไรเปล่า?”
เขาหลบตา “เปล่า…ก็แค่คิดอะไรนิดหน่อย”
พลอยกระแอมเบา ๆ “เรา…จะไปเชียงใหม่อาทิตย์หน้า…แม่เราขอให้คิดดี ๆ ก่อน”
เสียงรอบข้างกลายเป็นพื้นหลัง นทีสบตาพลอยนิ่ง ๆ
“แล้วคิดว่ายังไง?”
พลอยนิ่งสนิท “ยังกลัวอยู่ กลัวจะทำไม่ได้ กลัวจะทิ้งบางอย่างที่ควรเก็บไว้…ที่นี่ ที่ทุกอย่าง…” เสียงเธอแผ่วเบา
นทีพยักหน้าช้า ๆ ความเงียบพูดแทนมากกว่าคำพูด เขาอยากเอื้อมมือไปแตะหลังมือพลอยแต่ก็ลังเล
จากนั้นวันต่อมาในห้องสมุดอีกครั้ง พลอยเข้ามาเงียบ ๆ วางโน้ตเพลงเก่า ๆ ลงตรงหน้าเขา
“เพลงที่เธอเคยเขียนเมื่อปีก่อน ฉันซ้อมจนขึ้นใจแล้ว” เธอยิ้ม—แบบที่โค้งริมฝีปากมุมเดียว
“ยังจำได้เหรอ” นทีถามอย่างไม่แน่ใจ
“มีบางอย่างเราไม่อยากลืมง่าย ๆ หรอก” พลอยตอบกลับด้วยเสียงที่เบาแต่จริงใจ
ค่ำวันนั้น นทีโทรศัพท์กลับบ้านหลังลังเลอยู่นาน
“แม่…หนูอยากลองอะไรของตัวเองดูก่อน แม่…โอเคไหม”
ปลายสายเงียบ หนึ่งวินาที สองวินาที จนแม่ตอบกลับ “ถ้าแน่ใจจริง ๆ แม่ก็ไม่ห้ามหรอกลูก แต่อย่าเสียใจทีหลังนะ”
เขายกมือปิดหน้า ถอนหายใจยาว
ในวันประกวดเปียโนรอบคัดเลือกที่เชียงใหม่ พลอยเดินวนไปวนมาในห้องพักแข่ง มือสั่นเล็กน้อย นทีส่งข้อความเบา ๆ ว่า ‘สู้ ๆ นะ!’ แต่พิมพ์ลบทิ้งจนอึดอัด
ในที่สุดก็ส่งไป “ขอให้ทุกอย่างเป็นอย่างที่ใจเธอต้องการ”
ช่วงเวลานั้นในห้องซ้อมหลังเวที พลอยนั่งเหม่อคิดถึงภาพวันเก่าที่เธอกับนทีนั่งแต่งเพลงด้วยกัน ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา แล้วน้ำตาก็ไหลโดยไม่รู้ตัว
พอกลับมาเรียน, พลอยเจอนทีที่สนามหญ้าหน้ามหาวิทยาลัย บรรยากาศเย็นสบายลมพัดอ่อน ๆ
นทีโทรหาเธอ “อยู่ไหน”
“หน้าอาคารศิลปะ” เธอตอบสั้น ๆ
เขาวางสายแล้ววิ่งไปทันที
พลอยเห็นเขาหอบ เหงื่อไหล สบตากันอยู่ครู่หนึ่งโดยไม่มีใครพูด
“เธอ…โอเคไหม” นทีพูดช้า ๆ
“เหนื่อย แต่ยังไหว…ขอบใจที่มานะ นที”
ความเงียบค้างอยู่นาน ก่อนที่พลอยจะพูดขึ้นมา “ฉัน…กลัวจะเลือกผิด
“ฉันก็กลัวเหมือนกัน” นทีตอบรับ
“กลัวจะเสียบางคนไป” พลอยหลุบตา ซ่อนความรู้สึกที่ไม่กล้าบอก
นทีสบตาเธอชัด ๆ เป็นครั้งแรก “แต่ไม่กล้าพูด กลัวจะเสียเหมือนกัน” เขายิ้มเศร้า ๆ
พลอยหลบตา มือกำหญ้าแน่น
แล้วสายลมยามเย็นก็พัดกิ่งไม้เปลี่ยนทิศ ทางเดินของทั้งคู่เงียบไปอีกรอบ ก่อนที่นทีจะตัดสินใจถามเบา ๆ
“สมมุติว่าวันหนึ่งเราต้องไปต่างทาง เราจะยัง…เป็นเพื่อนกันได้ไหม?”
พลอยนิ่ง ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าสบตา น้ำเสียงเจือแววร้องไห้ “เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น”
นทียิ้มจาง ๆ “ฉันด้วย”
เสียงเปียโนในงานประกวดดังจากมือถือของพลอยเธอเปิดคลิปที่เพื่อนส่งให้ เป็นเพลงที่เธอคัฟเวอร์จากโน้ตของนที การเล่นเปียโนระหว่างความเงียบ ราวกับเสียงลมหายใจอ่อน ๆ ระหว่างสองคน
“เราน่าจะพูดอะไรกันมากกว่านี้เนอะ” พลอยพูดเหมือนคำสารภาพเบา ๆ
นทีพยักหน้าช้า ๆ “แต่เรายังมีเวลานี่นา”
สายตาทั้งคู่สื่อสารบางสิ่งที่เก็บไว้มานาน เสียงลมหายใจผสานกับสายลมและกลิ่นหญ้า นทีหยิบโน้ตเพลงจากกระเป๋ายื่นให้พลอย
“ต่อไปนี้ฉันจะลองกล้า…เริ่มใหม่ในสิ่งที่กลัว”
พลอยรับโน้ตไว้อย่างลังเล น้ำตาเอ่อขอบตา
“เรื่องระหว่างเราสองคน ฉันก็ยังกลัว…แต่จะลองเหมือนกัน”
นทียิ้มกว้างแต่สายตาสั่นไหว “งั้นเรามาเป็นคู่หู กลัวด้วยกันไปก่อนดีไหม?”
พลอยหัวเราะทั้งน้ำตา “ตกลง”
เย็นวันนั้น ทั้งสองคนยังคงนั่งใต้ต้นไม้เก่า หัวใจยังลังเลแต่แววตาค่อย ๆ เปลี่ยนไป เสียงเปียโนที่เปิดจากมือถือคลอเบา ๆ ในสนามหญ้าว่างเปล่า สายลมพัดกลิ่นหวานจาง ๆ ของดอกหญ้า เสียงลมหายใจของทั้งสองคนผสมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ แทนการสารภาพรักเต็มที่แต่ก็ชัดเจนที่สุดแล้วในเวลานั้น
ใต้แสงไฟสลัว นทีลุกขึ้นจับมือพลอย สองคนเดินคู่ไปแบบไม่ต้องเอ่ยคำไหนเพิ่มเติม
เสียงลมหายใจเบาบางของทั้งคู่ค่อย ๆ สอดประสาน เขารู้ดีว่าคำตอบสุดท้ายของหัวใจอาจยังไม่ชัดเจน แต่ทุกวินาทีต่อจากนี้จะค่อย ๆ พาเขาและเธอไปสู่คำตอบที่กล้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา