บนสะพานกระจกแห่งแสงเหนือ
เสียงลมหนาวหวิวพัดผ่านยอดสนรอบเมืองฟยอร์น่า เสียงเกล็ดน้ำแข็งเคาะกระจกหน้าต่างดังเป็นจังหวะ อลิส วัย 17 ปี นอนจ้องเพดานห้องแคบใต้หลังคา คืนนี้ ไร้จันทร์ มีเพียงแสงเหนือพลิ้วไหวบนท้องฟ้า เธอถอนหายใจ ยกหมอนกอดแน่นเหมือนเด็กเล็ก กระซิบกับตัวเองเบา ๆ “คืนนี้ จะฝันอะไรอีกนะ…”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขณะที่อลิสเคลิ้มหลับ เธอได้ยินเสียงกรอบแกรบเหมือนคนเดินอยู่บนหลังคา สัญชาตญานบอกให้ลุกแล้วแง้มผ้าม่านออกดู เงาชายปริศนาเดินห่างออกไปทางทิศเหนือ มุ่งสู่ชายป่าข้างทะเลสาบน้ำแข็ง อลิสใจเต้นแรง เอามือจับโทรศัพท์ ริมฝีปากแห้งผาก เธอไม่เคยออกจากบ้านตอนกลางคืนคนเดียวมาก่อนแต่คืนนี้มีบางอย่างเรียกเธอ…
บนทางเดินสู่ป่า รอยเท้าของชายปริศนาเจาะลึกลงบนหิมะ แสงเหนือส่องกระทบให้ดูเหมือนร่องรอยเรืองแสง อลิสก้าวช้า ๆ หัวใจเต้นแรง เธอหยุดเมื่อได้ยินเสียงหายใจติดขัดข้างหลัง “อลิส…ใช่ไหม…” เด็กชายเปราะบางผิวคล้ำ ราอูล เพื่อนร่วมชั้นผู้พูดติดอ่างเดินตามมาในชุดเสื้อคลุมขาด ๆ “นาย…ตามฉันมาทำไม…” อลิสพยายามปรับเสียงให้มั่นใจ ราอูลเงียบไป พยักหน้าเบา ๆ
เสียงน้ำแข็งแตกดังเปรี๊ยะใต้เท้าทั้งสอง ริมชายฝั่งปรากฏสะพานกระจกใส พาดยาวข้ามทะเลสาบจรดเงาแสงเหนือ สะพานนี้ไม่เคยมีปรากฏในเมืองมาก่อน อลิสดึงแขนราอูล “เห็นไหม นั่น…มันคืออะไร” ราอูลกลืนน้ำลาย “ส…สะพาน…”
อลิสก้าวขึ้นไป เห็นเงาตัวเองซ้อนทับกับเงาเด็กหญิงในวัยอดีตบนพื้นกระจก ใบหน้าคุ้นตาแต่จมปลักไปด้วยความโศกเศร้า ราอูลขยับเข้ามาใกล้ ๆ มือเย็นจัด อลิสถามเสียงเครียด “เราฝันอยู่หรือเปล่านี่”
“ผ…ผีจริง ๆ รึเปล่า” ราอูลกระซิบเสียงเบา ร่างเขาสั่นระริก แต่อลิสจ้องหน้าเขานิ่ง ไม่มีใครตอบ ทันใดนั้นแสงเหนือวูบแรงจนร่างทั้งสองเหมือนถูกตรึงไว้กับสะพาน
กรี๊ด—เสียงหวีดร้องจากฝั่งตรงข้ามทะเลสาบ ทำให้อลิสสะดุ้ง หล่อนกับราอูลกระโจนลงจากสะพาน วิ่งไปตามเสียง พบโนว่า หญิงสาวหัวไวแต่ก้าวร้าวประจำชั้น ยืนตัวสั่นข้าง ๆ ก้อนน้ำแข็งใหญ่ใสแจ๋ว ในก้อนน้ำแข็ง เงาผู้ชายสวมเสื้อคลุมสีเขียวถูกแช่แข็ง “เขา…เขาตามฉันมา…ฉันไม่ได้คิดไปเอง…” โนว่าร่ำไห้
อลิสกับราอูลสบตากัน ขณะที่ราอูลผวาหลบหลังอลิสอย่างช่วยไม่ได้ อลิสถามเสียงเบา “เราเห็นเหมือนกันใช่ไหม ว่านั่นไม่ใช่แค่ภาพหลอน…”
เช้าวันต่อมา เมืองฟยอร์น่าตื่นขึ้นด้วยเสียงโจษจันของชาวบ้าน บ้านของอาจารย์แอเบล ถูกปิดตายด้วยเทียนไขสีขาวยาวเรียงราย เธอกับราอูลเดินผ่านหน้าบ้านนั้นอย่างริ้วรอยกลัวแฝงในดวงตา ราอูลเบียดไหล่พูดเบา “พ…พ่อฉันเคยพูดว่า มี…มี…วิญญาณในหิมะ” อลิสถอนหายใจ หยุดมองราอูล แล้วตรงไปหาหัวหน้าตำรวจแอนดรูว์ “เมื่อคืน ฉันเห็นร่างแปลกในทะเลสาบ มีใครเข้าไปตรวจหรือยัง…”
แอนดรูว์มองพวกเธออย่างไม่วางใจ “สะพานอะไร…หลอนหรือเปล่า อย่าเดินกลางคืนอีก ถ้าไม่อยากหายไปเหมือนคนในข่าว” เขาพูดน้ำเสียงแข็ง แม้มือจะสั่นน้อย ๆ ก็ตาม ราอูลเงียบกริบ แววตาเหมือนจะร้องไห้
กลางโรงเรียน อลิสนั่งเงียบมองสมุดบันทึก จดชื่อคนหายทั้งสาม ชื่อสุดท้ายคือเจสัน เด็กชายขี้แกล้งที่เคยกลั่นแกล้งราอูล ช่วงพัก โนว่ายืนจ้องลิ้นชักรองเท้า เจอซองจดหมายขาว มีรูปสะพานกระจกกับข้อความว่า “อย่ากลับไปบนสะพานนั้น” อลิสแววตาเปลี่ยนไปทันที เธอเดินเข้าหาโนว่า กระซิบเบา ๆ “ครั้งแรกที่เห็นสะพาน แกเห็นอะไร…”
โนว่าพูดเสียงแผ่ว “ฉันเห็นตัวเองกำลังล้ม ร้องขอความเมตตา…แต่สะพานนั้นดึง…และฉันก็กลับมาอยู่ตรงนี้” อลิสชิงพูดแทรก “เมื่อคืนฉันเห็นตัวเองในอดีตเหมือนกัน…ฉันโดดเดี่ยว กลัวเหมือนกันหมดทุกคน”
ราอูลหอบหายใจแรง กระซิบกับตัวเอง “ฉันกลัว…แต่ถ้าไม่รู้ความจริง ฉันจะกลัวไปตลอด” ประโยคนี้หล่นหายในเสียงกระดิ่งจบคาบเรียน อลิสมองราอูลนานกว่าปกติ “คืนนี้ มาด้วยกันอีกนะ” ราอูลพยักหน้า แม้มือจะสั่น
กลางคืนที่สอง อลิส ราอูล และโนวายืนตะลึงที่หน้าสะพานกระจก สะพานเปล่งแสงจางจาง เงาของแต่ละคนฉายทอดยาวจรดทะเลสาบ ราอูลสูดลมหายใจเข้าลึก “เรา…ขึ้นไปพร้อมกันนะ” ทั้งสามก้าวขึ้นสะพานในความเงียบ น้ำแข็งใต้เท้าดูเหมือนแตกเปราะ ลูกไฟสีขาวลอยออกมาจากเงาแต่ละคน หมุนวนรอบศีรษะแล้วดับวูบ อลิสเม้มปากแน่น โนว่าคว้ามือราอูลไว้
ทันใดนั้น พื้นกระจกฉายภาพอดีตของทั้งสามคน อลิสเห็นภาพตัวเองยืนเดียวดายใต้ต้นไม้ ราอูลเห็นพ่อตีเขาเมื่อเด็ก โนว่าเห็นแม่ร้องไห้ต่อหน้ากองข้าวของเก่า ความเจ็บปวดฉุดดึงให้ทั้งสามแทบล้มแผ่อยู่กับที่ เสียงหัวใจดังสั่นเครือ
อลิสเอื้อมมือพยุงราอูล น้ำตาไหล “มันคือความกลัวของเราเอง…แต่ถ้าเราก้าวข้ามไปได้ สะพานนี้จะพาเราไปไหนกันแน่…” โนว่าร้องไห้ลั่น “ฉันไม่อยากกลับไปแล้ว” เงาแต่ละคนค่อย ๆ ละลายสู่พื้นกระจก
เมื่อกลับถึงฝั่ง อากาศเหมือนหนักขึ้น โนว่าเปรยเบา “เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงเจสันเรียกชื่อ…เขายังอยู่ในนั้น” อลิสตัดสินใจ “เราต้องช่วยเขา”
วันถัดมา สามคนเดินทางกลับมาทะเลสาบอีกครั้ง ท่ามกลางสายหมอก เจอฟ้าครึ้ม พายุหิมะถาโถม โครงกระดูกขนาดเด็กผู้ชายโผล่ขึ้นขอบน้ำแข็ง อลิสเบิกตากว้าง ทุกคนก้าวถอยหลัง “เขาติดอยู่ตรงนี้ตลอดใช่ไหม” ราอูลถามเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความกลัว
อลิสมองข้ามทะเลสาบ เห็นเงาเจสันเดินวนเวียนอยู่บนสะพาน ร่างเหมือนไม่สมบูรณ์ เสียงกรีดร้องจากอดีตกึกก้องในหัว อลิสปรับหายใจ “เราต้องกล้ากว่านี้” เธอกลั้นใจ ก้าวกลับขึ้นสะพาน ฝ่าความหนาวเย็นจนถึงกลางสะพาน กอดเงาเจสันไว้แน่น น้ำตาไหลริน
ราอูลกับโนว่าตามขึ้นมา ต่างคนต่างจับมือกันแน่น โอบล้อมตัวอลิสกับเจสันไว้ เสียงกระจกแตกร้าวดังลั่น ก่อนที่ทุกอย่างจะวูบไป
ทั้งสี่ฟื้นขึ้นบนฝั่งน้ำแข็ง แสงเหนือส่องเหนือหัว ร่างเจสันค่อย ๆ สว่างวาบแล้วจางหาย อลิสร้องไห้ โนว่ายืนข้าง ๆ กอดเธอไว้แน่น ราอูลหัวเราะน้ำตาไหล “เรากลับมาแล้ว…”
ฤดูใบไม้ผลิเริ่มเยือน เมืองฟยอร์น่าไม่มีใครพูดถึงสะพานกระจกอีกต่อไป แต่อลิส โนว่า และราอูล กลายเป็นเพื่อนแท้ อลิสยิ้มสดใส ไม่ขังตัวเองอยู่ในห้องอีกแล้ว ราอูลกล้าพูดต่อหน้าคนอื่น โนว่าหัวเราะเสียงใส ทั้งสามเดินไปตามถนนใต้แสงเหนือที่ยังคงพลิ้วไหว อยู่เหนืออดีตและความกลัวที่ได้ก้าวข้ามร่วมกัน