ผีเสื้อบนดาวไร้แสง
เสียงรบกวนจาง ๆ จากเครื่องสูบน้ำใต้ดินทำให้แผ่นพื้นไหวเบา ๆ มุมหนึ่งของอาณานิคม Yitha-6 ผู้หญิงวัยกลางคนชื่อ “อวล” วางฝ่ามือลงบนโต๊ะโลหะเก่า ๆ เธอไม่ได้หลับตั้งแต่เมื่อคืน ลูกสาวของเธอ ‘ไท’ อายุ 15 ปี ยังไม่กลับบ้าน ศูนย์ติดต่ออาณานิคมแจ้งว่าไม่มีสัญญาณชีพของไทที่จุดเช็กอินใด ๆ ตั้งแต่ 20.37 น.
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!สามีของเธอ “โซลวาน” นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้เก่า ฝุ่นเหมืองจับตัวตามขอบเสื้อ เงาขอบตาดำจากการอดหลับอดนอนไม่ต่างกัน
“เมื่อคืน เธอทะเลาะอะไรกันอีกไหม?” เสียงของโซลวานขาดความมั่นใจ
“ไม่… เธอแค่พูดเรื่องผีเสื้อ” อวลพึมพำ นึกถึงบทสนทนาในค่ำคืนก่อน ไทงอนเรื่องพ่อไม่เคยสัญญาอะไรแล้วยืนคำพูด เสียงถามนั้นชัดเจนในความทรงจำ — “พ่อรู้ไหม… ผีเสื้อที่นี่บินท่ามกลางความมืด?”
โซลวานยังเงียบ อวลมองไปทางมุมห้อง กล่องทดลองของไทวางอยู่ ฝุ่นรายรอบ มีรูปร่างแปลก ๆ คล้ายปีกเงาสะท้อนแสงจากหลอดไฟสีฟ้าจาง
เสียงอินเตอร์คอมดังขึ้น “คุณอวล พบรอยเรืองแสงบริเวณโซน G12… มัน… เหมือนรอยผีเสื้อ”
โซลวานสบตากับเธอ ทั้งสองคว้าเสื้อคลุม มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ซึ่งมีรอยเรืองแสงนั้น
บรรยากาศโซน G12 เหมืองใต้ดินมืดและชื้น ผนังกำแพงแตกร้าว แสงไฟฉายตัดผ่านรอยคราบน้ำมันและฝุ่นโรย ข้างรอยตะไคร่น้ำ เขามองเห็นอะไรบางอย่างเรืองแสง กระพือปีกเป็นจุด ๆ ข้างพื้น
มันคือปีกผีเสื้อ ผีเสื้อที่ไม่มีใครเคยเห็นจริงบนดาวนี้
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง?” อวลพึมพำ สายตาเต็มไปด้วยความกลัวและหวัง โซลวานเงียบ มือของเขาสั่นเมื่อหยิบปีกผีเสื้อขึ้นมาดู มีข้อความเล็ก ๆ แกะสลักบนปีก: ‘ขอให้ช่วยฉัน’
ข่าวการหายตัวของไทกระจายไปทั่วอาณานิคม คนงานประจำกะกลางคืนเริ่มรำพึงถึงเรื่องเล่าเก่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับใต้ดิน “คืนนี้อย่าออกไปคนเดียว” เสียงซุบซิบตามซอกทางเดิน เหล่าคนงานหนุ่มสาวที่แอบพบเห็นแสงประหลาดเป็นระยะ ๆ บางคนอ้างว่าเคยได้ยินเสียงคล้ายเสียงเรียก ถามหาคำตอบเกี่ยวกับผีเสื้อที่บินในความมืด
หลังประชุมหาแนวทาง โซลวานขอความร่วมมือจากหน่วยสำรวจอาณานิคม หัวหน้าหน่วย “เมลลิค” ชายร่างใหญ่สายตาดุ บอกเสียงแข็ง “ข้อมูลพวกนี้ไม่เคยบันทึก ผีเสื้อเรืองแสงเป็นแค่ตำนานเด็ก แต่มันก็จริง เราต้องค้นหา”
คืนนั้น โซลวานนั่งกลางห้อง เขาถือปีกผีเสื้อไว้ในกำมือ ใจเต้นรัว ความกลัวที่ฝังอยู่ในอดีต—เมื่อครั้งเขาเจอผีเสื้อเรืองแสงตอนวัยสิบห้า—ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เขาจำได้… จุดที่เขาเห็นไม่ใช่ผีเสื้อ แต่มันคือประตูที่เปลี่ยนชีวิตเขา และเขาไม่อยากให้ลูกสาวต้องก้าวผ่านประตูนั่น
ในขณะที่ทีมค้นหาติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับแสงบริเวณทางเดินใต้ดิน อวลเดินตามรอยเรืองแสงที่ซีดจาง มันพาเธอไปยังโพรงแคบลึกที่มีลมเย็นพัดลอด เธอได้กลิ่นคราบเกลือและกลิ่นรากพืชโบราณที่ขึ้นอยู่โดยรอบ เสียงบางอย่างแว่วผ่านกำแพง เธอหยุดฟัง
“พ่อ… ช่วยด้วย…” เสียงกระซิบแผ่วเบา ลอยตามลมหายใจเข้าหูอวล ร่างของเธอสั่น เธอรีบวิ่งกลับไปหาโซลวาน
“ฉันได้ยินเสียงไท เธอยังอยู่แน่ ๆ!” ดวงตาอวลมีประกายหวัง โซลวานลังเล หัวใจเขารู้ว่าเสียงนั้นจริง แต่ในใจยังไม่กล้ายอมรับ
รอยเรืองแสงชวนให้พวกเขาเดินลึกลงไปใต้ระดับเหมืองที่ไม่มีใครกล้าเข้า ผนังหินเปล่งแสงเป็นเส้นร่างของผีเสื้อขนาดใหญ่ เสียงเครื่องกลเสียบทอดยาว ความกดดันมากขึ้นทุกขณะ
ระหว่างเดินทาง โซลวานสารภาพ “ตอนเด็ก… ฉันเองก็เห็นผีเสื้อนี่ เคยไปไกลเกินไปแล้วไม่กล้ากลับมา แต่กลับรอดมาได้ พ่อฉันไม่เคยพูดถึงมันเลย”
อวลหยุดเดิน มองหน้าโซลวาน “ถ้าเรานิ่งเฉย…ลูกเราอาจไม่กลับมา”
ทันใดนั้น ผนังถ้ำเปิด เงาผีเสื้อเรืองแสงขนาดใหญ่ทาบลงบนร่างทั้งคู่ แสงสว่างกระพริบรวดเร็ว เห็นเงากระพือปีกและร่างเด็กหญิงนั่งอยู่ตรงกลาง
“ไท!” อวลร้องสุดเสียง เธอวิ่งเข้าไปจะคว้าตัวลูกสาว
แต่แสงระยิบของปีกผีเสื้อกลับลอยขึ้น ปิดบังร่างไท มันมีเสียงกลไกครางต่ำในออกซิเจน
โซลวานก้าวช้า ๆ เข้าไป เอื้อมมือไปจับมือไท “ลูก… กลับบ้านเถอะ”
ไทน้ำตาคลอ ดวงตากลมเบิกโพลง “หนูไม่กล้ากลับ เขาจะพาหนูไป…”
แสงผีเสื้อสั่นไหว ครั้งหนึ่งในชีวิตโซลวาน เขาเห็นประตูที่ไม่มีใครอยากข้าม เขาเลยก้มลงกอดลูกสาว “พ่ออยู่ตรงนี้ ลูกไม่ต้องข้ามคนเดียว”
แผ่นปีกเรืองแสงขยับ ล้อมรอบร่างทั้งสาม คนในครอบครัวกอดกันแน่น ทันใดนั้นเงาสีดำยักษ์โผล่ใต้พื้น เป็นร่างสลัวของอดีตบรรพบุรุษในรูปร่างผีเสื้อ คนเหล่านั้นเคยเป็นนักขุดเหมืองที่หายสาบสูญและยังวนเวียนอยู่ในเงามืด
“เจ้าต้องเลือกระหว่างครอบครัวกับความลับของดาวนี้” เสียงหนักแน่นกดหัวใจ
โซลวานสั่นเทา เขายิ้มด้วยน้ำตา “ผมขอแค่ลูก… ไม่สนความลับใด ๆ ผมยอมทิ้งอดีต”
ผีเสื้อเงาใหญ่ค่อย ๆ ละลายเป็นแสง ร่างไทสลบอยู่ในอ้อมแขนพ่อ ทุกอย่างกลับสู่ความมืด ผนังถ้ำกลับเป็นเหมืองปกติ
ทีมค้นหาเจอทั้งสามนอนอยู่กันพร้อมร่องรอยผีเสื้อสีฟ้าอ่อนบนหิน ทีมแพทย์รีบปฐมพยาบาล ลูกสาวรอดชีวิต โซลวานกับอวลกอดลูกไว้แน่น
หลังจากรอดมาได้ ไทเงียบขรึม ดูโตขึ้น เธอมองโลกต่างจากเดิม เพื่อน ๆ โรงเรียนถามเรื่องผีเสื้อ แต่เธอพูดยิ้ม ๆ ว่า “บนดาวนี้… ผีเสื้อจะพาทุกคนพ้นความกลัวได้ ถ้าเรายอมรับกันและกัน”
ตอนกลางคืน เมื่อทุกอย่างสงบ โซลวานเดินออกไปกลางเหมืองอีกรอบ เขาหยิบปีกผีเสื้อเรืองแสงใส่กระเป๋า เดินผ่านอุโมงค์ที่มืดมน เขาหยุดลง มองขึ้นไปบนเพดานหิน รอยปีกบาง ๆ สั่นไหวตามแรงลมเหมือนโบกมืออำลา
ดวงดาวนี้ไม่มีพระอาทิตย์ แต่ผีเสื้อของลูกสาวยังคงเรืองแสงในใจของเขาตลอดไป