เรือนพลับพลาหิมะ
ลมหายใจแรกของฤดูหนาวปีนี้เย็นเยียบ ท่ามกลางสายหิมะขาวทอประกายเหนือหมู่บ้านแพรวในหุบเขา พัทและกลุ่มเพื่อนต่างเบียดเสียดกันอยู่ในซอกบ้านไม้เก่า หน้าต่างทุกบานอัดแน่นด้วยไอเย็นจนบานกระจกขึ้นฝ้า หัวใจของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดเต้นระรัว พัทเหลือบมองพวกเพื่อนนิธิ ดา เมษา และฟ้า ทุกคนมีพื้นหลังต่างกันแต่ต่างถูกผูกไว้ด้วยอดีตอันแตกร้าวและความเงียบไม่เคยเอ่ย
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงแม่พัทบ่นเบา ๆ จากครัว "หิมะปีนี้หนาจะหนาจนขนส่งลงไม่ได้… อยู่ดี ๆ นะลูก"
พัทเม้มปาก มองอาหารสำรองซึ่งเริ่มร่อยหรอ “พรุ่งนี้เราต้องไปดูเรือนพลับพลาริมเขาไหม เผื่อเก็บฟืน” นิธิ แย้มฟันขาว พยายามทำเสียงชวนขันทั้งที่มือยังสั่น เมษาเสริมด้วยเสียงแผ่ว "แต่ที่นั่น…ทุกคนว่าไม่ควรเข้า ยังจำที่ตาลุงยิ้มเล่าให้ฟังมั้ย ว่าคืนหนึ่งเห็นเงาขาวเดินวนรอบบ้านร้าง" ฟ้าเงียบตาลอยเหมือนกำลังจมหายลึกในอะไรบางอย่าง
ดาขยับตัว เธอเป็นคนที่มักถูกจำกัดด้วยเสียงลือมากกว่าคนอื่น "ถ้าเราไม่ไป เราจะไม่มีฟืนพอ ไม่มีใครกล้าไปกับพัทก็ไม่ต้องมา ข้าจะไปเอง"
สี่คนสบสายตากัน สัมผัสความกลัวฝังลึกที่แห้งแล้งยิ่งกว่าความหนาว พัทเงยคาง "ไปด้วยกัน นั่นแหละ ต้องด้วยกัน"
รุ่งเช้า… พวกเขาปีนทางลาดชันถึงเรือนร้างที่ว่ากันว่า "พลับพลาหิมะ" คลุมรอบด้วยหิมะแน่นขาว รูปทรงบ้านคล้ายบ้านพักตากอากาศแต่ทรุดโทรมสอดแทรกด้วยกลิ่นบางอย่างที่ไม่อาจระบุ ฟ้านิ่งกำมือในกระเป๋าเสื้อ ดาเดินนำ เมษามองสำรวจตลอดทาง ส่วนพัทไม่มีเวลาสังเกตหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติอยู่กับตนเอง
“ข้างในเหมือนมีคนอยู่” เมษากระซิบ ขณะที่นิธิหัวเราะหลบ ๆ "ผีจะเปิดประตูต้อนรับมั้ง?"
เมื่อผลักประตูเข้า ทั้งบรรยากาศน่าขนลุก บ้านนี้ไม่เหมือนบ้านร้างกรอบ ๆ ทั่วไป ทุกอย่างยังจัดวางเหมือนมีใครเคยกลับมาดูแล กองฟืนหยาบบนเตาผิงเก่า รอยเท้าถูกกลบด้วยหิมะสด
ทันใดนั้น เสียงบางอย่างจากชั้นบนเหมือนของหล่น พัทสะดุ้ง เมษาบีบแขนดาแน่น ฟ้าเงียบเหมือนกลายเป็นอากาศ นิธิสูดลมหายใจลึก “จะ…จะขึ้นไปดูหรือ… กลับกันดี?”
ดาเดินนำอย่างตัดสินใจไม่ลังเล “มาพร้อมกัน ก็ต้องไปพร้อมกัน” เธอมุ่งหน้าขึ้นบันได พัทจึงรีบตามคนแรก
ห้องชั้นบนว่างเปล่า มีเพียงรูปถ่ายซีเปียแขวนเงียบบนผนัง รูปเด็กหญิงยืนกลางหิมะ ยิ้มอ่อนโยนแต่เศร้าลึก เมษาตาไว “ใครถ่ายรูปนี้ไว้”
“บ้านนี้…เหมือนรอใคร” ฟ้าพูดเสียงเบาเกือบกลืนไปกับลม
ตกกลางคืน พวกเขากอดตัวเองรอบกองไฟเล็ก ๆ ฟ้ายังเงียบขรึม ตาสลดลึกแทนคำพูด เมษาลืมพูดคุยต่อ ขณะที่พัทง่วนเติมฟืน ดาหยิบสมุดบันทึกปกเน่าในกล่องหน้าเตาผิงพลิกอ่านเงียบ ๆ
นิธิล็อกประตู ชำเลืองออกไปเห็นเงาขาวเลือนในสายตา "…เห็นอะไรตรงโน้นหรือเปล่าฟ้า" ฟ้าพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไรอีก
พอหลับลง เสียงกระซิบแผ่วแว่วตามลม หญิงสาวในรูปคล้ายก้าวออกมาวนในฝันของแต่ละคน พร้อมกับสิ่งที่พวกเขากลัวที่สุด เช่นพัท ฝันเห็นแม่ร้องไห้ เมษาฝันเห็นตัวเองถูกลืม นิธิเห็นตนถูกทิ้ง ดาเห็นคนนินทา ฟ้าไม่ฝัน เจอแต่ความว่างเปล่าซ้ำ ๆ
เช้าวันต่อไป เมษาหายตัวไป ทุกคนตื่นตระหนก ออกตามหาในป่าสโนว์ พบบันทึกลึกลับเขียนว่า “อยู่ในหิมะ เขากำลังรอ” ดาสั่น มือเริ่มเย็นเฉียบ
พัทยืนยันต้องหาต่อ นิธิลังเล แต่ขออยู่เป็นเพื่อนฟ้า ดางอนเปรี้ยวเข้าป่าโดยไม่หันหลังกลับ พัทตามฟ้าเข้าไปในแนวพุ่มดิบหมอกขาว เงาของเมษาแวบไปแวบมา บางจังหวะเหมือนอาศัยในร่มเงาสีขาวคล้ายภูติ
กลางป่า พัทเจอเมษานั่งขดเงียบ ใบหน้าเปียกปอน เขายื่นมือแต่เมษาสะบัด "แกอึดอัดใจในตัวฉันมานานแล้ว ทำไมไม่พูด?"
ฟ้ายืนข้างหลังเสียงนิ่ง “ที่นี่ทำให้คนพูดสิ่งที่ไม่กล้าพูด” เมษาหันมาน้ำตาเข็มๆ "ยังไงก็ต้องกลับ…แต่ใจยังติดกับที่นี่" ฟ้าจับมือเมษา พัทโอบไหล่เพื่อน
ขณะที่ทั้งสามเดินกลับ ดาและนิธิรออยู่ด้วยหน้าไม่สู้ดี พวกเขารายล้อมกองไฟ นั่งนิ่ง ความสัมพันธ์ตึงเครียดแต่ประหลาดขึ้น
คืนหนึ่ง พายุกระหน่ำพลับพลา ฟ้าออกมายืนกลางหิมะ น้ำตาไหลนิ่งบนแก้ม “บางทีฉันควรหายไป ที่บ้านไม่ต้องกังวล” พัทออกไปหา กอดฟ้าไว้แน่น “ไม่มีใครควรอยู่ลำพัง ฟ้า แกไม่ได้ไร้ตัวตน” ฟ้าร้องไห้สะอื้น นิธิมายืนด้านหลังเงียบ ๆ ใส่ผ้าคลุมไหล่ให้ฟ้า
รุ่งเช้า ฟ้ายอมรับเสียงสั่น “ฉันกลัวไม่มีใครเห็น ไม่มีใครจะรัก” เมษาจับมือ “เราต้องอยู่ด้วยกัน” ดาค่อย ๆ ยิ้มบาง ๆ ก่อนปล่อยน้ำตาของเธอเองไหลรินอย่างไม่เขินอาย
ในค่ำนั้น พวกเขาร่วมกันเผาไม้กางเขนเก่า ราวกับสื่อถึงการตัดขาดอดีตแต่ละคน ควันขาวพุ่งขึ้นฟ้า ภูติขาวที่ซ่อนเร้นค่อย ๆ เลือนหาย ทิ้งไว้เพียงความอุ่นและบันทึกหน้าใหม่ในสมุดขาด ๆ ว่า "พวกเขาเลือกที่จะรักกันแม้ในฝันร้ายสุดของใจ"
หิมะเริ่มละลายติดปลายยอดไม้ ก่อนออกจากเรือนพลับพลา พัทเอื้อมปลดรูปถ่ายเด็กหญิงโยนลงกองไฟ เดินกอดคอเพื่อน ๆ กลับหมู่บ้าน เบื้องหลังบ้านร้างกลับคืนสู่เงาของมัน ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวอีก
ฤดูหนาวผ่านไป ทิ้งจิตใจที่เติบโต พวกเขากลับไปใช้ชีวิต แต่อีกมุมในใจยังคงจำเรือนพลับพลาหิมะ บ้านของความกลัวและความหวังในคืนที่ยาวไกล