ชมรมซ่อมเพื่อนซี้
เสียงประกาศดังขึ้นกลางลานกิจกรรมของมหาวิทยาลัยในบ่ายวันหนึ่ง ขณะที่วง “คอนเก่า” ซ้อมเพลงเสียงดัง ราวกับฝูงเป็ดที่ถูกไล่ไปรวมตัวหลังโรงอาหาร กลุ่มนักศึกษาพากันมุงรอคิวรับของฟรีโดยไม่รู้ว่า…ความวุ่นวายของวันนี้เพิ่งเริ่มขึ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!วายุ ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใส่แว่นกรอบดำ หน้ามั่นใจแต่แววตาเหมือนกำลังหาทางแก้สมการบางอย่าง เดินไปรอบ ๆ พร้อมเทปใสแปะข้อความ “รับซ่อมทุกปัญหาโดยชมรมใหม่ไฟแรง!” ที่เขียนด้วยลายมือกึ่งตั้งใจ “เสือ นายดูนี่ นายว่าคำโปรยแบบนี้เวิร์คปะ?”
เสือ เพื่อนสนิทวัยเด็กของวายุ ร่างล่ำแต่ติดลังเล ชอบคิ้วขมวดเดินตามหลัง ทำหน้ากลั้นใจ “ไม่ได้หรอกวะวา เขาต้องมีรายละเอียดดิ ใครจะรู้ว่าเราทำอะไรได้บ้าง?”
“ก็นายนี่ไง! นายไม่อยากเป็นรองประธานชมรมสุดล้ำเหรอ?” วายุว่า พลางหยิบสติกเกอร์มาแปะเสื้อเพื่อน “เราแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ของพังก็ซ่อมได้ คนอกหักโทษรักก็ซ่อมใจไง!”
“เฮ้ย เดี๋ยว ๆ รอแป๊บ… นี่ชมรมอะไรเนี่ยวา…” เสือจะค้าน แต่เสียงคนคนข้างหลังแทรกขึ้น “จริงดิครับ รับซ่อมแฟนด้วยมั้ย? แฟนผมงอนอยู่พอดี!”
วายุรับมุกแบบไม่ลังเล “ซ่อมได้หมด ถามคำเดียว! ปมรัก ซ่อมใจ ซ่อมหัวใจ มีช่างคู่ซี้!” แล้วชูนิ้วโป้ง เสือมองราวกับอยากกลืนลิ้นตัวเองไปเดี๋ยวนั้น
คนรอบข้างเริ่มสนุกกับไอเดียแปลก ๆ “แล้วนี่ค่าซ่อมเท่าไหร่?” “พักเที่ยงรับซ่อมคอมมั้ยน้อง?” “แล้วถ้าซ่อมเกรด ซ่อมให้ได้ไหม?”
“ได้หมดครับพี่ รับประกันโดยชมรมเรา!” วายุประกาศ เสือมองเพื่อนและเริ่มรู้สึกว่าความคิดนี้กำลังจะพาไปผิดทาง
วันถัดมา หลังจากแบนเนอร์ “ชมรมซ่อมเพื่อนซี้” ขึ้นหราอยู่หน้าตึกกิจกรรม กล่องรับปัญหาวางไว้ ราวสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งวิทยาลัย ปัญหาทยอยเข้ามา หมอนวดต้นคอพัง โน้ตบุ๊กงองแง คำขอซ่อมใจรวมสิบสองใบ กลายเป็นว่าชมรมพิลึกนี้กลายเป็นไวรัลชั่วข้ามคืน
เสือเปิดกล่อง เห็นโน้ตลายมือบอก “อยากให้ชมรมช่วยซ่อมมิตรภาพกับเพื่อนที่งอนกัน” ขณะที่วายุกำลังศึกษาวิธีซ่อมเก้าอี้ไม้ที่โยกเยก “นายลองดูอันนี้ พี่ปีสามชื่อพลอย ขอให้ภารกิจแรกของเราคืนดีกับเพื่อนชื่อเปิ้ล”
“ซ่อมใจสองคนเนี่ยนะ?” เสือว่า คิ้วขมวด วายุยิ้มกว้าง “ได้หมด เพื่อนกันซ่อมได้!”
ในมุมห้องชมรม เพื่อนใหม่ “เตย” เด็กปีหนึ่งที่ขอสมัครเป็นสมาชิกแต่ไม่พูดมาก แค่ชอบวาดรูปล้อเลียน เห็นวายุลองยกเก้าอี้ ดูเหมือนจะพังมากกว่าเดิม “พี่จะซ่อมหรือจะทำลายเนี่ย?”
“มั่นใจได้ เตย เชื่อพี่” วายุพูด พลางมีเสียงไม้ดังแอ๊ด… ก่อนเก้าอี้จะหัก” เสือทำหน้าแหย “วา นี่คือ ‘ซ่อม’ แบบของนาย?”
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เพื่อนอีกคนชื่อบุ๋ม โทรมาโวยเรื่องกล่องดูดฝุ่นที่ชมรมรับซ่อมกลายเป็นเครื่องเป่าลมแอร์เย็นฉ่ำ “วายุ!!! เพื่อนกูฟ้องว่าเครื่องดูดฝุ่นบ้านกลายเป็นเครื่องพ่นหมอกงาน EDM!”
“นั่นคือการรีโนเวท!!” วายุตอบพลางเดินกะเผลกเข้าไปขอโค้กจากเสือ
ตอนบ่าย เสือทำหน้าที่นักแก้ไขปัญหาระดับชาติด้วยการศึกษาข้อมูลคืนดีให้เพื่อนสาวสองคน พบว่าความขัดแย้งแค่เรื่องลืมวันเกิด วายุเสนอไอเดีย “งั้นเราต้องจัดเซอร์ไพรส์ ให้เปิ้ลกับพลอยคืนดีกัน!”
“ต้องใช้ความละเอียดอ่อนนะวา ไม่ใช่เอะอะจะเซอร์ไพรส์ไว้ก่อน” เสือเน้นย้ำ
ในวันนัดพบ แผนวางไว้ว่าจะชวนทั้งคู่มาให้เซอร์ไพรส์โดยการแกล้งทำเป็นง้อกันกลางลานกิจกรรม เสือเขียนสคริปต์ วายุอ่านแล้วตัดบท “ยาวไป ไม่ปัง! ข้ามขั้นเลย ให้เปิ้ลกับพลอยเผชิญหน้ากัน แล้วเดี๋ยวเราช่วยเป็นเบียร์กลาง!”
เอียด…เสียงทยอยฝนจากลำโพงในงานกิจกรรมที่ซ่อมไม่เสร็จพ่นละอองน้ำพรู ทั้งแผนการปลอบใจกับเซอร์ไพรส์กลายเป็นศึกน้ำกลางลาน พลอยกับเปิ้ลหัวเราะแทนที่จะโกรธ วายุหน้าเจื่อน “นี่มันแผน…หรือเปิดสงครามน้ำกันแน่?”
ตอนเย็น เฟื่องฟูด้วยไอเดียใหม่ ๆ ชมรมมีภารกิจอีกเพียบ ทั้งซ่อมอารมณ์ให้กลุ่มคนอกหัก ให้คำปรึกษาคนลังเลเลือกคณะ รู้ตัวอีกทีป้าส้มเจ้าของโรงอาหารมายื่นรายชื่อให้ “น้อง ๆ รบกวนช่วยซ่อมตู้เย็นโรงอาหารหน่อยจ้า!”
เสือเริ่มกุมขมับ “วา ถ้านายรับงานซ่อมแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะซ่อมใจหรือซ่อมทุกอย่างบนโลก?”
วายุยิ้ม “ต่างกันตรงไหน? คนทุกข์ใจมันก็ต้องเริ่มที่ใจไง!”
วันต่อมา นักศึกษารุ่นพี่ฝ่ายกิจกรรม เดินถือกระดาษร้องเรียน “ชมรมพวกคุณ จะเปลี่ยนมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์ซ่อมหรือไง?”
วายุย้ำเสียงชัด “แต่เราทำให้คนในที่นี่มีรอยยิ้ม! ดูนี่สิ ซ่อมเก้าอี้ แม้จะเหลือแต่ขา…”
เตยแทรกทัน “ถ้าเหลือแต่ขา เรียกว่าซ่อมหรือแค่แยกส่วน?”
เสือเหนื่อยแต่ใจรักเพื่อน ตัดสินใจเสนอ “เราแยกสายงานมั้ย? นายซ่อมใจ ฉันซ่อมของ เตยจัดมีตติ้งหัวเราะ”
ขณะแผนใหม่กำลังดำเนินไป ทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้น จู่ ๆ วายุกลับรับเคสใหญ่ “ช่วยตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายให้เพื่อน” โดยที่ไม่รู้ว่าสัตว์เลี้ยงคำนั้น…คือตุ๊กแก
ความวุ่นวายบังเกิด เจ้าของบ้านร้อง “มันออกมานอกห้องเพราะดูดฝุ่น!” วายุพาทีมเข้าปฏิบัติการค้นหาตุ๊กแกกลางค่ำคืน กลายเป็นว่าห้องโดมหญิงทั้งชั้นรู้ข่าว มีคนแซว “ซ่อมใจยังไม่เทพ มาซ่อมตู้เย็น อีกเดี๋ยวซ่อมกริ่งอพาร์ตเมนต์ได้เลยมั้ยคะ?”
เสือชายตา “เราทำขนาดนี้ ใกล้หลุดโลกมั้ย?”
เตย ที่เจอแจ็คพอตเผลอเดินเข้าไปในห้องน้ำหญิง “พี่วาครับ ตรงนี้มีเสียงแปลก ๆ!” แต่พบว่าเป็นแมวของรุ่นพี่อีกคน
“ซ่อมใจไม่ได้ แต่ซ่อมปัญหาใหม่ได้ทุกวินาที” เสือประชด พร้อมเสียงหัวเราะจากทุกคน
ไม่นานนัก กล่องรับเรื่องร้องเรียนพัง พี่ที่ดูแลตึกกิจกรรมเรียกไปพบ “ถ้างานยังพังต่อเนื่อง ชมรมอาจโดนระงับนะครับ” คำขู่นั้นทำให้ทั้งสามคนจริงจังขึ้น
“วา นายคิดอะไรอยู่?” เสือถาม ซึ่งวายุครุ่นคิดจริงจัง “เราเลยเถิดไปไหมวะ? ฉันแค่อยากช่วยทุกคน…”
“แต่เราต้องช่วยแบบมีสติ ไม่ใช่รับทุกเรื่องโลกแตกแบบนี้ไง นายต้องรู้ว่า ซ่อมใจบางทีมันไม่เหมือนซ่อมโต๊ะ ผิดก็คือผิด” เสือพูดเสียงนุ่มแต่จริงจัง
“แต่ฉัน…อยากให้ชมรมนี้อยู่ต่อ ฉันแค่…กลัวไม่มีใครเห็นฉันว่าทำอะไรได้ดีจริงสักอย่าง” วายุสารภาพ
เวลาก้าวไปข้างหน้า แผนเฮือกสุดท้ายของทีมคือ ช่วยจัดกิจกรรมวันมหาวิทยาลัยด้วยการหาอาสาสมัครมาซ่อมของและซ่อมใจร่วมกัน แทนที่จะรับงานซ่อมเอง ชวนทุกคนมาช่วยมือกัน เหตุการณ์เข้าขั้นตลกเมื่อหลายคนเทใจให้ชมรม ยื่นขอเป็น “ช่างซ่อมหัวเราะ” มากกว่าซ่อมเครื่องใช้
ในที่สุด วันงานกิจกรรมก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชมรมซ่อมเพื่อนซี้ มีเพื่อนเพิ่ม สมาชิกใหม่ สมัครใจเข้าร่วมอาสาซ่อมใจคนอื่น ๆ “วา ดู นี่คือเพื่อนแท้ที่เราตามหา” เสือยิ้ม
วายุยักไหล่ “ชมรมนี้ไม่ซ่อมแค่ของ แต่ซ่อมใจ ซ่อมไปซ่อมมาซ่อมวุ่นจนได้หัวเราะไปทั้งมหาวิทยาลัย” เตยเสริมทันที “แต่ซ่อมเก้าอี้ก็ยังเหลือแต่ขาเหมือนเดิมนะ” ทุกคนหัวเราะส่งท้าย พร้อมภาพถ่ายหมู่หน้าป้ายชมรมซ่อม…ที่ขึ้นป้ายใหม่ว่า ‘ชมรมเพื่อนหัวเราะ’
วายุมองรอบข้าง “มีแต่เพื่อนแบบนี้ ต่อให้ซ่อมอะไรพัง เราก็ยังโอเค” ทุกคนล้อมวงหัวเราะปิดท้าย ภารกิจสุดป่วนจบลงด้วยรอยยิ้มและเสียงขำที่อบอุ่น