ซอยนี้มีแต่เรื่องฮา (แต่ความฝันก็ยังยิ่งใหญ่)
“มันต้องเริ่มตอนนี้เลยเหรอออม!?” เสียงกึ่งตะโกนของติ๋มกระทบกับผนังคอนกรีตบาง ๆ ในแฟลตซอมซ่อกลางซอยแจ้งน้อย ท่ามกลางสายฝนพรำที่เหมือนจะแซวชะตากรรมของผู้คนในนี้เสียเหลือเกิน ออมกำลังฟุบหน้ากับโต๊ะไม้เก่า คอมพิวเตอร์พังแล้วตั้งไว้เป็นที่วางแก้วกาแฟใกล้หมดอายุ กระดาษโน้ตกว่า 20 แผ่นแปะเต็มกำแพง ดวงตาออมจ้องจอมือถือรุ่นโบราณก่อนจะตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ เราก็จะไม่เริ่มซักทีสิ! นี่น่าจะเป็นโอกาสของเราไง! รายการวาไรตี้ผจญภัยในชุมชน…ดูสิ ทุกซอยไม่มีใครเคยทำ!” ออมส่งประกายฝัน อยากเป็นโปรดิวเซอร์ดัง มีชื่อเสียงทั้งประเทศ ทั้งที่งบทั้งชีวิตยังน้อยกว่าเงินติดตัวพี่ส้ม แม่บ้านแฟลตที่มีเงินกองแต่ไม่เคยยิ้ม
ติ๋มหัวกลับ ดวงตาโต “ดูซิ!? ถ้าเราไม่แกะป้ายขวดน้ำเราเอง เจ้าบุญทิ้งมันก็จะเอาไปเล่นไง! แล้วนี่จะเอาอะไรไปผจญภัยกันนอกจากกล้องราคา 390 บาท”
เสียงคุณส้ม ดังขึ้นหน้าห้อง “จะถ่ายอะไรกันนักกั๊น เดี๋ยวไฟจะตัดอีก!!!” ออมรีบลุกไปขอโทษ เธอเหลือบเข้าในซอยนอกรั้ว เกิดความคิดไหลเข้ามา “พี่ส้ม ๆ ถ้าแฟลตเรามีขุมทรัพย์ล่ะ! แล้วเราถ่ายตามหา สมมติว่ากล้องมันดี แค่สมมติก็ได้!”
พี่ส้มขมวดคิ้ว แวบตระหนกและสงสัย “สมมติ…เหรอ จะบ้าเหรอ ขุมทรัพย์อะไรในแฟลตจะมี นอกจากหนี้!”
บุญทิ้งโผล่หัวมาจากราวผ้า “ขุมทรัพย์คืออะไรเหรอพี่ออม มีขนมบ้างไหมอะ!”
ไอเดียเริ่มบาน ออมทำท่าคิด “หรือจะเป็นวาไรตี้ไล่หาขนมจากขุมทรัพย์ในแฟลต!”
ติ๋มหัวเราะหึหึ “แล้วไม่กลายเป็นรายการเนรคุณขนมหมดบ้านเหรอ”
ออมเพ้อ “แต่ถ้ามันออกทีวีจริง ๆ เราก็ได้ดังนะ! แล้วใครจะรู้ล่ะ ว่าขุมทรัพย์มันมีอยู่จริง ๆ หรือเปล่า”
พี่ส้มเดินเข้ามานั่งกับพื้น ท่าทีอ่อนใจแต่ก็แอบอยากรู้อยู่ลึก ๆ “พูดแบบนี้…เออ จะลองก็เอาสิ เวลาพวกเด็กมันเล่นอะไรแปลก ๆ ก็ตลกดีเหมือนกัน”
กลิ่นถุงข้าวแกงโชยมาเมื่อบุญทิ้งวิ่งย่องเข้าครัว เสียงช้อนกระทบถ้วยตามมา “หนูขอเป็นแขกรับเชิญนะพี่ออม แต่ให้หนูเอาขนมซ่อนเองได้ไหม!”
สถานการณ์ยิ่งวุ่น ออมตั้งชื่อว่า “ผจญภัยล่าขุมทรัพย์แฟลตเก่า” บอกทุกคนเตรียมกล้อง (โทรศัพท์คนละเครื่อง), สมุดวาดแผนที่ (สมุดจดหนี้พี่ส้ม), และทีม K-Drama (ทุกคนสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวแบบละครเกาหลี เพราะไม่มีเสื้อตัวอื่นเหลือ)
ฉากวุ่นวายหนแรกเริ่มขึ้นตอนบุญทิ้งแอบเอาขนมซ่อนไว้ใต้บันได พี่ส้มเข้าใจผิดคิดว่าเด็กจะหนีออกจากแฟลต รีบโทรหาป้าเมี้ยนผู้ช่วยดูแลซอยให้ช่วยสอดส่อง ป้าเมี้ยนมาแบบสายลับ โดยไม่เอะใจเรื่องวาไรตี้ ทุกคนเลยต้องปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“วันนี้อากาศแจ่มใสนะลูก อ้าว! ทำไมถือกล้องกันหมด มาทำอะไรใต้บันไดลูก!” ป้าเมี้ยนถามพลางชะโงกมองอย่างเอาจริงเอาจัง
บุญทิ้งรีบสวน “ไม่มีอะไรฮะป้า หนูมาเก็บเศษขนมที่ตก เศรษฐกิจไม่ดี”
ติ๋ม (พูดเบา ๆ) “ขอให้โชคดีนะบุญทิ้ง อย่าให้ป้ารู้ว่าเธอซ่อนไว้จริง ๆ”
ป้าเมี้ยนโยนยิ้มให้ แล้วก็ยื่นเงินเหรียญห้าบาทแบบงง ๆ “ถ้าเจออะไรแบ่งป้าบ้างนะลูก ป้าอยู่ซอยนี้มานาน ยังไม่เคยเจอสมบัติไร้ค่าซักชิ้น”
ทีมวาไรตี้กึ่งจริงกึ่งโจ๊กพยายามเริ่มถ่ายทำ แต่กล้องแทบถ่ายไม่ได้เพราะกลัวป้าเมี้ยนจะจับได้ว่าคือรายการหลอก ๆ ติ๋มพยายามพูดกับจอแบบพิธีกรมือสมัครเล่น “และนี่คือ…สถานที่ลึกลับ…ที่คนเก็บขนมเพื่อความรอด”
ออมขมวดคิ้ว “อย่าทำเสียงแบบนั้นดิ เดี๋ยวป้าเมี้ยนจะสงสัยจริง ๆ”
พี่ส้มย่องมาดึงแขนกระซิบ “ถ้ามีใครถาม บอกว่าเราซ้อมละครวันแม่ละกันนะ”
ทันใดนั้น บุญทิ้งตะโกนลั่น “เจอ…ขุมทรัพย์แล้วพี่ๆ!” โดยลืมว่าตัวเองเป็นคนซ่อนเอง
เสียงหัวเราะดังขึ้น เมื่อป้าเมี้ยนเปิดดูขุมทรัพย์ เลยพบว่าเป็นขนมเก่า ๆ จากปีที่แล้ว ทุกคนพล่าน หัวเราะลั่นเพราะกลายเป็นซีนที่ฮาที่สุดโดยตั้งใจหรือไม่ก็ไม่รู้
หลังความวุ่นวายซา ออมเริ่มจริงจัง “เราต้องหาอะไรสุดยอดกว่านี้ให้ได้ รายการจะต้องเจ๋งกว่าใคร!”
ติ๋มหัวเราะประชด “พอเหอะ ยิ่งทำยิ่งบ้า ถ้ามีคนดูจะปล่อยหนูในแฟลตเลย!”
แต่หัวค่ำวันนั้นเอง ข่าวลือแฟลตมีขุมทรัพย์ดันหลุดไปถึงหูคุณยง ประธานชุมชนผู้เจ้าระเบียบ เขาตีความผิดคิดว่ามีโจรจะเข้ามาขุดค้น ต่างคนเลยต่างโพสต์ข่าวลงไลน์กลุ่มแฟลต กลายเป็นไฟลามทุ่งในคืนเดียว
เช้าต่อมา ออมพาหมู่คณะกลับมาที่ลานแฟลต พบกลุ่มผู้สูงวัยในชุมชนกำลังสอดส่องทุกมุม มีการลงชื่อห้ามขุด ห้ามถ่ายทำ ห้ามเสียงดัง ทุกอย่างดูยิ่งใหญ่เกินความจริง
ออมเดินไปหาคุณยง พูดอย่างมั่นใจ “เรากำลังทำรายการวาไรตี้สร้างสรรค์ค่ะ ไม่ได้ขุด ไม่ได้ทำลายอะไรนะคะ”
คุณยง (พูดเสียงดุ) “ถ้าจะทำอะไรในซอยนี้ ต้องแจ้งล่วงหน้านะเด็กๆ ข่าวลือเรื่องขุมทรัพย์มันอันตราย ประวัติครอบครัวป้าส้มก็อยู่กับซอยนี้มานาน ไม่มีของล้ำค่าอะไรนอกจากความอดทน!”
ออมขอโทษซ้ำ ๆ เริ่มเครียดจนอยากเลิกเล่น “ถ้ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่…เราก็ไม่ได้อยากให้ใครเดือดร้อนจริง ๆ”
แต่ติ๋มพูดสวน “ยังไงก็ไม่ได้ทำผิดอะไรซะหน่อย! ก็เล่นกันเอง แค่โง่เองที่ประกาศให้ทั่ว!”
พี่ส้มบีบนวดขมับ “ความวุ่นวายเริ่มจากไอ้เรื่องขุมทรัพย์ปลอม ๆ นี่แหละ”
บุญทิ้งเงียบไปนาน ก่อนจะตัดสินใจ “ถ้าจะเล่นต่อ หนูขอเป็นผู้กำกับเองนะ!”
ทุกคนหัวเราะออกมาอีก ทุกอย่างดูเบาสบายลงถนัดตา ขณะเดียวกัน คุณยงและผู้ใหญ่ก็เฝ้ามองอยู่อย่างระแวง ซอยทั้งซอยกลายเป็นซอยวุ่น ๆ ไร้จุดจบ แต่กลับสนิทกันมากขึ้น
คืนนั้น ออมกับติ๋มกลับขึ้นห้อง พูดคุยจริงจัง “แก…เราก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรใช่มั้ยเนี่ย”
“ไม่ได้ร้ายหรอก เรายังไม่ได้ดังเลยด้วยซ้ำ!”
เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นจังหวะสุดท้าย ก่อนจะจบวันอันวุ่น…และดูเหมือนจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
เช้าใหม่ในซอย ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ออมกับติ๋มยังคงเดินกล้องรุ่นเก่า ตามหาเรื่องตลกปนจริงปนเทียมในแฟลต พี่ส้มแนะนำมุมกล้องใหม่ (“ให้ถือกล้องชิดผนัง เดี๋ยวไฟจะรั่ว”) บุญทิ้งซ่อนขนมใหม่ในจุดยากขึ้น ส่วนป้าเมี้ยนแอบเข้าฉาก…แต่จังหวะเงียบ ๆ เหล่านี้เอง ที่สร้างรอยยิ้มบางเบาในซอยเรื่อยไป
แม้รายการวาไรตี้ผจญภัยจะยังไม่ได้ออนแอร์ แต่มิตรภาพ ความเข้าใจผิด และเสียงหัวเราะในซอยนี้…คงจะยังไม่จบง่าย ๆ อย่างแน่นอน
ท้ายสุด ออมปิดกล้องยิ้มเหนื่อย “ถ้าวันนึงเราได้ดัง ก็คงเพราะเรามีซอยแบบนี้นี่แหละ” เสียงหัวเราะตามมาอีกเป็นชุด เอ็นเครดิตยังมีบุญทิ้งโผล่มา “แต่ขนมหนูอยู่ไหนพี่ออม…”
ซอยนี้ยังวุ่นวายเหมือนเดิม